LASTEST NEWS

24 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 24 มี.ค. 2560(( เตรียมลิงค์รอ )) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. 2560 ผลสอบครูกทม.2560 ประกาศวันที่ 21 เมษายน 2560 24 มี.ค. 2560จุฬาฯ ห่วง เปิดช่องไร้ตั๋วสอบบรรจุครู มีผลต่อเด็กเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย 24 มี.ค. 2560โรงเรียนมนตรีศึกษา รับสมัครครูผู้สอน 9 อัตรา สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 24 มี.ค. 2560การศึกษา: วงการแม่พิมพ์ระอุ...ศธ.เปิดทางคนเก่งไร้ตั๋วสอบครูได้ 24 มี.ค. 2560ชี้ความเสี่ยงของคนไร้ตั๋วสอบครู ผช."สุรวาท"แนะควรใช้ในกรณีพิเศษ-ขัดหลักวิชาชีพ-พรบ.สภาครู/เงินเดือน 24 มี.ค. 2560เงินเดือนขึ้นร้อยละ ก.ค.ศ.ให้เริ่มใช้ 1 ต.ค.60 - ยกเลิกแบบ 0.5ขั้น, 1ขั้น - มีขั้นต่ำ-ขั้นสูงของอันดับ 24 มี.ค. 2560เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้

แฉโกง"ครูผู้ช่วย"3รูปแบบ ชง"โละสอบ" 18มี.ค.ยื่นศธ.ชี้โมฆะ เค้นกลุ่ม"คะแนนเต็ม" แฉขอนแก่นซื้อ7แสน

  • 07 มี.ค. 2556 เวลา 14:34 น.
  • 3,463 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แฉโกง"ครูผู้ช่วย"3รูปแบบ ชง"โละสอบ" 18มี.ค.ยื่นศธ.ชี้โมฆะ เค้นกลุ่ม"คะแนนเต็ม" แฉขอนแก่นซื้อ7แสน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ดีเอสไอฟันธงทุจริตครูผู้ช่วย ส่งผลสรุปให้ ศธ.ยกเลิกการสอบ 18 มี.ค. พบทุจริตโผล่อีก 2 ราย
 
จากกรณีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยอมรับว่าการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว 12 ครั้งที่ผ่าน น่าจะทุจริตจากส่วนกลาง เพราะมีผู้สอบได้คะแนนเต็มถึง 480 คน ขณะที่นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พบพิรุธในการจัดผังที่นั่งสอบ โดยพบว่าเขตพื้นที่การศึกษาได้ปรับผังที่นั่งใหม่ ไม่เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนด และกรณีพนักงานราชการแฉผู้อำนวยการโรงเรียนรับเงินแลกกับการออกเอกสารปลอมเพื่อรับรองการทำงานของพนักงานราชการที่ยังทำงานไม่ครบ 3 ปีนั้น
 
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ สพฐ.ศธ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รอง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประมาณ 10 คน เข้าขอข้อมูลและสอบปากคำเจ้าหน้าที่ สพฐ.ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสอบครูผู้ช่วย โดยมีนายสุเทพ ชิตยวงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.และเจ้าหน้าที่ สพฐ.ประมาณ 5 คนเข้าให้ปากคำ และนำเอกสารต่างๆ มาชี้แจง ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 3 ชั่วโมง 
 
นายธานินทร์เปิดเผยภายหลังว่า ดีเอสไอจะนำเอกสารต่างๆ ที่ได้ในวันนี้ไปตรวจสอบว่าเอกสารเหล่านี้ว่ามีกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเอกสารมีจำนวนมาก ทำให้พนักงานสอบสวนต้องขอกลับไปรวบรวมก่อน โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณามากขึ้น เช่น กระบวนการสอบ การส่งข้อสอบ และการทุจริตการสอบที่ต้องดูเอกสารว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือไม่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของ สพฐ.ที่แจ้งว่าพบผู้ผ่านการสอบบางคนมีคะแนนสูงผิดปกติ ทำให้ชี้จุดได้ว่าลักษณะของการทุจริตเป็นอย่างไร และกลุ่มที่เข้าข่ายทุจริตเป็นกลุ่มไหนบ้าง โดยข้อมูล สพฐ.ระบุว่ามีผู้ผ่านการคัดเลือกที่คะแนนสูงผิดปกติตั้งแต่ร้อยละ 90-100 ประมาณ 400 คน โดยคะแนนเฉลี่ยของผู้เข้าสอบครั้งนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 80
 
"ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะประเมินว่าคะแนนส่วนไหนที่มีปัญหา อาจต้องคัดกรอง และเชิญผู้เข้าสอบที่มีคะแนนสูงผิดปกติมาสอบปากคำว่าทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งจะต้องชี้เป็นรายคน โดยการคัดกรองกลุ่มที่คะแนนสูงผิดปกติ และเข้าข่ายในลักษณะการใช้เครื่องมือ หรือการพกโพยคำตอบเข้าไป อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่คะแนนสูงผิดปกติอาจมีส่วนในการทุจริตครั้งนี้ แต่ต้องตรวจสอบก่อน เพราะบางคนที่เก่งจริงก็อาจสอบได้คะแนนสูง และทั้งหมดต้องขึ้นกับพยานหลักฐาน" นายธานินทร์กล่าว
 
นายธานินทร์กล่าวว่า ส่วนกระดาษคำตอบที่อายัดไว้ จะต้องทำหนังสือถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เพื่อขออนุญาตนำกระดาษคำตอบส่งให้ดีเอสไอ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่ได้ ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนและอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดีเอสไอเชิญมาให้ข้อมูลนั้น ไม่ใช่ผู้ทุจริต แต่เป็นผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต ดังนั้น จึงต้องเรียกมาให้ข้อมูล เพื่อจะได้สาวไปถึงตัวการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะใช้เวลาสอบ 3 วัน และสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง
 
"ข้อมูลที่ได้ในวันนี้เป็นประโยชน์มาก ทำให้ตีวงแคบมากขึ้นในการหาตัวผู้ทุจริต ซึ่งอาจไม่ได้ตีวงกว้างทั่วประเทศ อาจจะมีเฉพาะจุด และขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่จะตรวจสอบ โดยวันที่ 18 มีนาคม จะสรุปผลสอบเบื้องต้นว่ากลุ่มที่กระทำความผิดมีใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป" นายธานินทร์กล่าว
 
นายธานินทร์กล่าวอีกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้หลักฐานเบื้องต้นจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายเสริมศักดิ์แต่งตั้งนำมามอบให้ และยังมีพยานหลักฐาน เครื่องมือสื่อสาร โพยคำตอบต่างๆ ที่นำเข้าห้องสอบ ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบว่ามีการใช้เครื่องมือสื่อสารจริงหรือไม่ และโพยคำตอบที่นำเข้าห้องสอบตรงกับคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้องก็แสดงว่ามีข้อมูลชัดว่าทุจริตจริง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ดีเอสไอจะดำเนินการมี 2 ประเด็น คือ
1.ต้องชี้ว่ากรณีดังกล่าวมีการทุจริตจริงหรือไม่ เพื่อให้ ศธ.พิจารณาว่าควรยกเลิกผลสอบบางจุด หรือยกเลิกทั้งหมด โดยจะให้เสร็จภายในวันที่ 18 มีนาคม และ
2.ผู้กระทำผิดมีกระบวนการอย่างไร และมีใครบ้าง เมื่อได้หลักฐานพอสมควรแล้ว จะนำเสนอคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อบรรจุให้กรณีทุจริตนี้เป็นคดีพิเศษ จะทำให้มีอำนาจสอบสวนเต็มที่ เพื่อจะได้หาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษทางกฎหมาย
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สรุปได้หรือไม่ว่าข้อสอบครูผู้ช่วยรั่วในขั้นตอนใด นายธานินทร์กล่าวว่า ตอบยาก เพราะทุกๆ จุดมีช่องโหว่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบริษัทที่ทำข้อสอบ หน่วยงานที่ส่งข้อสอบ คณะกรรมการรับข้อสอบ และคณะกรรมการเปิดข้อสอบ ฉะนั้น พนักงานสอบสวนต้องแยกเป็นประเด็น และดูว่าตรงไหนมีจุดโหว่มากที่สุด 
 
นายเสริมศักดิ์กล่าวว่า การตรวจสอบในขณะนี้พบผู้สอบกลุ่มที่มีคะแนนสูงผิดปกติ 486 คน กระจายตัวใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นได้เลยว่าผู้เข้าสอบกลุ่มนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทุจริตการสอบ โดยเฉพาะกรณีข้อสอบรั่วที่ทำให้ผู้เข้าสอบบางคนมีคะแนนสูงผิดปกติ อย่างไรก็ตาม กรณีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.จะนัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) นัดพิเศษ ในวันที่ 13 มีนาคม เพื่อพิจารณาว่าจะยกเลิกผลการสอบครูผู้ช่วยหรือไม่นั้น จะหารือนายพงศ์เทพเพื่อขอให้เลื่อนการประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ออกไปปลายเดือนมีนาคม เพื่อรอผลการตรวจสอบจากฝ่ายต่างๆ ก่อน 
 
นายพงศ์เทพกล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะจัดการกับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ขั้นเด็ดขาด และเท่าที่ได้ดูกราฟข้อมูลคะแนนของผู้เข้าสอบที่นายชินภัทรนำมารายงานให้ทราบ พบว่ามีความผิดปกติของคะแนนผู้เข้าสอบมาก ส่วนที่มีผู้ทุจริตสอบใช้เครื่องมือสื่อสารระบบสั่นเข้าห้องสอบในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) อุดรธานี เขต 3 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริตนั้น ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด หากเป็นข้าราชการก็ต้องดำเนินการทั้งวินัยและอาญา หากเป็นบุคคลทั่วไปก็ต้องดำเนินการทางอาญา จะไม่ปล่อยให้เกิดกรณีของมวยล้มต้มคนดูแน่ เพราะนายเสริมศักดิ์เดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้เต็มที่อยู่แล้ว
 
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสอบครั้งนี้ ให้ข้อมูลกับดีเอสไอเต็มที่ รวมถึงเตรียมเอกสารข้อมูล 4 ส่วนไว้ให้ตามที่ดีเอสไอขอมา คือ
1.หลักเกณฑ์และวิธีการในการสอบคัดเลือก
2.จำนวนเขตพื้นที่การศึกษา และรายชื่อเขตพื้นที่ฯ
3.จำนวนผู้เข้าสอบ ผลการสอบ และรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก และ
4.วิธีการจัดส่งข้อสอบ การเก็บข้อสอบ และการประกาศผลสอบ

ส่วนที่นายเสริมศักดิ์จะขอให้เลื่อนการประชุม ก.ค.ศ.ออกไป เพื่อรอผลการสอบสวนจากดีเอสไอนั้น แล้วแต่ความเหมาะสม ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะข้อมูลจากดีเอสไอน่าจะมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจว่าจะออกมาในลักษณะใด ส่วนตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากดีเอสไอเพื่อขอสอบปากคำ แต่ถ้าติดต่อมาก็พร้อมให้ความร่วมมือ 
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่ดูข้อมูลจาก สพฐ.มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ยกเลิกการสอบเป็นบางเขตพื้นที่ฯหรือไม่ นายชินภัทรกล่าวว่า ยังขอไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้ เพราะน่าจะปรึกษาหารือกับผู้บริหารระดับนโยบายก่อน ดังนั้น สพฐ.คงทำไปตามขั้นตอน และขั้นตอนหนึ่งคือช่วงของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทุกฝ่ายก็ดำเนินการไป และนำข้อมูลจากทุกส่วนมารวมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด กรณีมีผู้กล่าวหาว่ามีคนในของ สพฐ.เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น คิดว่าเอาหลักฐาน และพยานมาพูดกันดีกว่า เพราะการตั้งข้อสงสัย และวิจารณ์เกินเลยไป ไม่ส่งผลดี ควรจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัดด้วยพยานหลักฐานจะดีที่สุด
 
วันเดียวกัน ที่ดีเอสไอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวในการแถลงผลการตรวจสอบการทุจริตสอบครูผู้ช่วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบหลักฐานชี้ว่ามีทุจริตสอบครูผู้ช่วยจริง โดยจะสรุปผลการสืบสวนเบื้องต้นส่งให้ ศธ.นำไปประกอบการพิจารณายกเลิกการสอบหรือไม่ ภายในวันที่ 18 มีนาคมนี้ สำหรับประเด็นที่ต้องสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงต่อไปคือทุจริตเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) หรือเกิดการทุจริตทั่วประเทศ เพื่อให้ ศธ.พิจารณาว่าจะยกเลิกการสอบทั้งหมด หรือยกเลิกการสอบเพียงบางพื้นที่ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดสอบแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
 
นายธานินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบเชื่อว่ามีทุจริตครูผู้ช่วยเกิดขึ้นจริง โดยมี 3 รูปแบบ คือ
1.การให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทน
2.การนำข้อสอบออกมา และเฉลยข้อสอบ เพื่อให้นำไปท่องจำก่อนเข้าสอบ และ
3.การนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในห้องสอบ เนื่องจากการสืบสวนพบมีหลักฐานชี้ชัด โดยเฉพาะพยานบุคคลที่ให้การว่าก่อนถึงวันสอบ 2 วัน มีการอบรมการใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อเฉลยข้อสอบ
 
"นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานโพยข้อสอบซึ่งจะนำไปตรวจสอบว่าตรงกับกระดาษคำตอบของ สพฐ.หรือไม่ และยังพบโทรศัพท์มือถือในห้องสอบด้วย อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อสอบปากคำพยาน จากนั้นจะสรุปผลการสืบสวนส่งให้ ศธ.ในวันที่ 18 มีนาคม เพื่อดำเนินการต่อไป" นายธานินทร์กล่าว
 
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของคณะกรรมการฯ พบว่าในการสอบครูผู้ช่วยวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าสอบนำเครื่องมือสื่อสารที่เป็นโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องสอบเพื่อดูเฉลยที่สนามสอบใน สพป.อุดรธานี เขต 3 และนำยางลบที่เขียนเฉลยคำตอบวิชาที่สองไว้ เข้าห้องสอบที่ สพป.ยโสธร เขต 1 เมื่อกรรมการคุมสอบพบเข้า จึงเกิดการยื้อแย่งยางลบกัน กระทั่งผู้เข้าสอบวิ่งหนีออกจากห้องสอบ แต่ไม่ได้มีการดำเนินการ หรือแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ทุจริตทั้ง 2 ราย และเมื่อสอบถามมายัง สพฐ.ได้รับคำตอบว่าให้ปิดเรื่องนี้ไว้ เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นข่าว และกลายเป็นปัญหา
 
พนักงานราชการคนหนึ่งในภาคอีสาน เปิดเผยกับ "มติชน" ว่า สำหรับการจ่ายเงินให้กับขบวนการทุจริตสอบครูผู้ช่วยในครั้งนี้ ไม่ได้จ่ายที่อัตรา 400,000 บาทเท่านั้น เพราะในกรณีที่ต้องการบรรจุในเขตพื้นที่ฯ ที่ปฏิบัติงานอยู่ เพราะไม่ต้องการไปบรรจุในจังหวัด และภาคอื่นๆ จะต้องจ่ายเงินสูงสุดประมาณ 700,000 บาท โดยเฉพาะใน จ.ขอนแก่น ที่มีการจ่ายเงินในจำนวนที่สูงสุด
 
 
(ที่มา:ข่าวหน้า1 มติชนรายวัน 7 มี.ค.2556)
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แฉโกง"ครูผู้ช่วย"3รูปแบบ ชง"โละสอบ" 18มี.ค.ยื่นศธ.ชี้โมฆะ เค้นกลุ่ม"คะแนนเต็ม" แฉขอนแก่นซื้อ7แสน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^