07 ก.ย. 2569ก.ค.ศ. ประกาศรับสมัครคัดเลือก ผอ.สพท. ปี 2569 จำนวน 5 อัตรา (สมัคร 22-28 ก.ย. 69) 07 ก.ย. 2569รมว.ศึกษาธิการ แจงแนวทางปฏิรูปกำลังคน ศธ. ย้ำยังไม่มีนโยบายลดจำนวนบุคลากร 07 ก.ย. 2569เด็ก ม.6 ห้ามพลาด! ทุนช้างเผือก ม.อ. สุราษฎร์ธานี ให้ทุนสูงสุด 18,000 บาท/เทอม (รับสมัคร 17 ส.ค. - 18 ก.ย. 69) 06 ก.ย. 2569วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ 3 อัตรา วุฒิ ปวส. ทุกสาขา (2-22 ก.ย. 69) 06 ก.ย. 2569ก.พ. ชี้แจงด่วน! ชะลอกำหนดตำแหน่งระดับสูง ไม่กระทบการเลื่อนระดับข้าราชการ 06 ก.ย. 2569โรงเรียนมักกะสันพิทยา กทม. รับสมัครครูอัตราจ้าง 4 อัตรา (สมัคร 4-25 ก.ย. 69) 06 ก.ย. 2569อบต.บึงคำพร้อย จ.ปทุมธานี เปิดรับสมัครครูอัตราจ้าง 10 อัตรา ประจำปี 2570 06 ก.ย. 2569อัปเดตล่าสุด! โอกาสทองเด็กวิทย์ TCAS70 ล่าทุน พสวท. เรียนฟรีจนจบ ป.เอก พร้อมเงินเดือน เช็กกำหนดการที่นี่ 05 ก.ย. 2569อัปเดตล่าสุด! ครูคืนถิ่น ปี 2570 รวม 15 มหาวิทยาลัย 759 อัตรา 05 ก.ย. 2569ก.พ. แจ้งแนวทางปฏิรูประบบกำลังคนภาครัฐ ตรึงอัตรากำลัง-ยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างเกินกำหนด
ข่าวการศึกษา >
สพฐ. มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04010 / ว 3419 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2566 เรื่อง แนวทางการมอบหมายการบ้าน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ กทม. 10300 มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04010 / ว 3419 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2566
เรื่อง แนวทางการมอบหมายการบ้าน
เรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต
สิ่งที่ส่งมาด้วย แนวทางการมอบหมายการบ้านฯ จำนวน 1 ฉบับ
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 - 2568 ด้วยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ โดยเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากทุกภาคตามคำกล่าว “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” และกำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย คือ ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาและลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง
ในการนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำแนวทาง “การลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้”สำหรับครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการมอบหมายการบ้านแก่ผู้เรียนให้มีความเหมาะสม และใช้การบ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อีกทางหนึ่งจึงเห็นควรแจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตเน้นย้ำให้สถานศึกษาในกำกับ ดำเนินการให้การมอบหมายการบ้านแก่นักเรียนเป็นไปอย่างเหมาะสม เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างสูงสุด รายละเอียดดังสิ่งที่ส่งมาด้วย
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และแจ้งสถานศึกษาถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทน
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
โทร. 0 2288 5765
แนวทางการแนวทางการมอบหมายการบ้าน
ตามนโยบาย “ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา” และ “ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง”
ความเป็นมา
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตํารวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2567 – 2568 ด้วยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ โดยเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จากทุกภาคตามคํากล่าว “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” และกําหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดและในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการนําไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย คือ ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และลดภาระนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทําแนวทางการมอบหมายการบ้าน สําหรับใช้เป็นแนวทางในการมอบหมายการบ้านแก่ผู้เรียนให้มีความเหมาะสมและนักเรียนได้เรียนรู้อย่างมี
ความสุข พร้อมทั้งสามารถใช้การบ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และเป็นเครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อเป็นการลดภาระงานด้านการประเมินได้อีกทางหนึ่ง
หลักการลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้
หลักการลดการบ้าน
1. ลดการบ้าน/ภาระงานที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทํานอกห้องเรียนหรือที่บ้าน โดยเน้นให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมให้เสร็จในห้องเรียน
2. มอบหมายการบ้านเฉพาะวิชาที่เป็นทักษะที่จําเป็น เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ โดยสามารถให้การบ้านให้เหมาะสมได้เท่าที่จําเป็น โดยเน้นการบ้านที่ส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น
3. บูรณาการการบ้านทั้งภายในรายวิชาเดียวกันและข้ามรายวิชา โดยให้เป็นชิ้นงาน/ภาระงานเดียวตามความเหมาะสมธรรมชาติวิชา
เพิ่มการเรียนรู้
ปรับกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนคิด ปฏิบัติผ่านสถานการณ์จริง ส่งเสริมกระบวนการคิดการแสวงหาความรู้ (Active Learning) ลดเวลาการสอนของครูในห้องเรียนให้น้อยลง โดยเพิ่มเวลาให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น
แนวปฏิบัติ“ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้”
1. มอบหมายการบ้านให้เหมาะสมเท่าที่จําเป็นตามจุดเน้นการเรียนรู้เพื่อให้การบ้านมีความสําคัญและฝึกหรือทบทวนอย่างมีเป้าหมาย รวมทั้งกําหนดแนวทางการตรวจสอบผลการเรียนรู้จากคุณลักษณะหรือ พฤติกรรมของผู้เรียน เพื่อทดแทนการสอบด้วยแบบทดสอบอย่างเหมาะสม และตามความจําเป็น
2. ตรวจสอบปริมาณการบ้านของนักเรียนรายห้องเรียน เพื่อให้การมอบหมายการบ้านมีความเหมาะสมกับระยะเวลาที่ใช้ทําการบ้านของนักเรียนแต่ละวัย
3. บูรณาการเนื้อหาการเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกันทั้งภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้และระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อทําให้เวลาเรียนในห้องเรียนลดลงร้อยละ 10 - 20 นักเรียนมีเวลาในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามความสนใจมากขึ้น
4. วางแผนกําหนดช่วงเวลาให้การบ้าน และการสอบ เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความทับซ้อน ทั้งด้านปริมาณและระยะเวลาที่ใช้ในการทําการบ้าน การสอบ ตลอดจนพิจารณาความเหมาะสมตามพัฒนาการของนักเรียนแต่ละช่วงวัย
5. ออกแบบการจัดกิจกรรมเรียนรู้ให้มีความเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันระหว่างช่วงเวลาที่นักเรียนเรียนรู้ที่โรงเรียนและบ้าน ตัวอย่างเช่น เนื้อหาที่เป็นแนวคิดหรือหลักการ จําเป็นต้องใช้การทําความเข้าใจและการอธิบายเพิ่ม ควรเป็นช่วงเวลาที่เด็กเรียนในห้องเรียน จากนั้นมอบหมายให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ต่อเนื่องที่บ้าน
การบ้านที่มอบหมายควรต่อเนื่องกับเรื่องที่เรียนมาแล้ว ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรู้และทบทวนได้ด้วยตัวเอง และมีความจําเป็นต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
6. ลดจํานวนครั้งของการสอบระหว่างเรียน ประเมินเท่าที่จําเป็น โดยเน้นการประเมินเพื่อปรับปรุงข้อสอบปลายภาค ให้เน้นข้อสอบที่วัดทักษะการคิดขั้นสูง ที่ประกอบด้วยสถานการณ์ที่ให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์มีข้อคําถามที่ยั่วยุให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตัดสินใจ และคิดสร้างสรรค์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเขียนแสดงเหตุผล แนวคิด หรือหลักการตามความเหมาะสมในแต่ละระดับชั้น
7. จัดเตรียมแหล่งเรียนรู้สําหรับนักเรียนศึกษาค้นคว้าที่หลากหลาย โดยนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้
8. ส่งเสริมให้นักเรียนคัดสรรผลงานที่แสดงถึงพัฒนาการ และสมรรถนะของนักเรียน ใส่ลงในแฟ้มสะสมผลงาน ตามจุดมุ่งหมาย ได้แก่ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ โดยอาจดําเนินการในรูปแบบสื่อดิจิทัล เช่น วิดีทัศน์ ภาพถ่าย เพลง เป็นต้น


