LASTEST NEWS

23 ม.ค. 2560สพฐ.สรุปมีโรงเรียนในสังกัดขอเข้าโครงการเป็นโรงเรียนไอซียู 4,500 โรง 23 ม.ค. 2560ลูกหนี้เฮ!! กยศ. ขยายจัดโปรโมชั่นจูงใจ ชำระหนี้ถึง 30 เม.ย. 23 ม.ค. 2560สพป.ชุมพร เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างแก้ปัญหาขาดแคลนขั้นวิกฤต สมัคร 25-31ม.ค.2560 23 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 14-22กุมภาพันธ์2560 23 ม.ค. 2560เอามาฝากสำหรับหนูๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อ และสนใจที่จะเป็นครู รับตรงจุฬา 291คน 23 ม.ค. 2560สพม.13 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 8 วิชาเอก จำนวน 12 อัตรา 23 ม.ค. 2560สพม.20 รับสมัครครูอัตราจ้าง (ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน) 10 อัตรา เงินเดือน 17,000 บาท 23 ม.ค. 2560ผลเทียบโอนความรู้ฯ ครั้งที่ 117 23 ม.ค. 2560โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม รับสมัครเจ้าหน้าที่้สำนักงาน วุฒิป.ตรี 15,000บาท 22 ม.ค. 2560เทศบาลตำบลศรีษะเกษ เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร18-26ม.ค.60

ประโยชน์ "ส่วนตัว" หรือ "ส่วนรวม"

  • 15 ม.ค. 2556 เวลา 09:18 น.
  • 1,266 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ประโยชน์ "ส่วนตัว" หรือ "ส่วนรวม"

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

57 ปี “วันครู ”บทบาท“แม่พิมพ์ไทย” บนทางสองแพร่งท่ามกลางสังคมทุนนิยม
 
“ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้กันมากเข้าๆ แล้วจะเอาจิตใจที่ไหนมาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้นก็จะค่อยๆบั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรดีเหลือไว้พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป”
 
พระราชดำรัส ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่ครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2521
 
อีกเพียงวันเดียว ก็จะถึง “วันครู” 16 มกราคม ซึ่งปีนี้จะครบ 57 ปี “ทีมการศึกษา” ขออัญเชิญพระราชดำรัสที่ทรงมีต่อเพื่อนครูเมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจบรรดาเพื่อนครูทั้งหลายให้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ ตลอดจนเกียรติและความภาคภูมิใจอันสำคัญยิ่งของตนเอง
 
เพราะ “ครู” เป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญที่ให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดจนเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันจะเป็นหนทางในการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งการนำพาสังคมประเทศชาติก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
 
 
และด้วยความสำคัญที่ครูได้สร้าง “คุณูปการ” ที่ยิ่งใหญ่มากมายต่อสังคมและประเทศชาติ จึงมี การกำหนดให้มี “วันครู” ขึ้น ในปี พ.ศ.2499 สมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี และยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์อีกด้วย โดยมีแนวคิดต้องการให้มีวันครูขึ้น เพื่อแสดงความกตัญญู-กตเวที และให้ครูเป็นผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูในสังคม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ผู้แทนคณะครูทั่วประเทศในคราวประชุมสามัญของคุรุสภา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2499 ในที่สุดจึงได้มีการกำหนดให้มี “วันครู” ขึ้น ในวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี โดย คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 และเริ่มจัดงานวันครูครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500
 
หากนับย้อนหลังกลับไป ปีนี้นับเป็นปีที่ 57 ที่มีการจัดงานวันครู 16 มกราคมอย่างต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยเฉพาะปีนี้ซึ่งถือเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ “พระแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเป็นครู” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2555 ทั้งยังได้มีการจัดงาน “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์” เพื่อระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ และส่งเสริมเชิดชูเกียรติครูและวิชาชีพครู
 
โดยคุรุสภากำหนดให้มีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลาง และต่างจังหวัด ระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค.นี้ ซึ่งกิจกรรม มีทั้ง การทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับปฐมบูรพคณาจารย์ และครูผู้ที่เสียสละต่อวงการการศึกษา การประกวดวาดภาพ การคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อเข้ารับการยกย่องเป็น “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์” การคัดเลือกครูเพื่อเข้ารับรางวัล “คุรุคุณธรรม” เข็มทอง การมอบรางวัลหนึ่งแสนครูดี หรือแม้แต่การคัดเลือกครู และโรงเรียนเพื่อเข้ารับรางวัล “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” เป็นต้น โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะร่วมเป็นประธานในกิจกรรมวันครู วันที่ 16 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการหันกลับมามองในมุมของการทำหน้าที่และบทบาทขอครูท่ามกลางกระแสทุนนิยม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สังคมต้องการเบ้าหล่อหลอมเยาวชนเพื่อให้เติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพของสังคมบ้าง
 
 
จากผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ความเชื่อมั่นครูไทยในปี 2555 ของสวนดุสิตโพล พบว่า ภาพรวมประชาชนให้คะแนนดัชนีครูไทยอยู่ที่ 7.86 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 แม้จะมีคะแนนเพิ่มสูงขึ้นแบบแทบไม่ขยับจากปีที่ผ่านมาที่ได้คะแนน 7.85 แต่ประเด็นที่สังคมเฝ้าติดตาม และอยากให้ครูได้ปรับปรุงตัวเองก็มีทั้ง การไม่อยากให้ครูเป็นหนี้สิน อยากให้มีการปรับในเรื่องของการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ การมีทัศนคติที่ดีต่อนักเรียน เข้าใจนักเรียนมากขึ้น มีความเมตตา และมีจิตใจโอบอ้อมอารี รวมไปถึงการเอาใจใส่ดูแลให้ความรักต่อนักเรียนอย่างที่ควรจะเป็น สำคัญที่สุดก็คือ การเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ จิตสำนึก และรักในวิชาชีพ
 
นั่นคือเสียงสะท้อนของสังคมต่อบรรดาแม่พิมพ์ ว่าที่ผ่านมาครูอาจจะเรียกร้องสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ เพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่กลับหลงลืมนึกถึงการทำหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริงไปแล้ว
 
ขณะเดียวกันก็มีวลีที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมครูยุคใหม่ที่ว่า “สอนติวเป็นงานหลัก สอนลูกศิษย์รักในชั้นเรียนเป็นงานรอง”
 
แน่นอนว่า ในทุกสังคม และทุกวิชาชีพ ย่อมมีทั้งคนดีและคนเลว และแม้จะมีเพียง บางส่วนของแม่พิมพ์ที่มีพฤติกรรมผิดเพี้ยน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้กับคำถามถึงบทบาทและการทำหน้าที่ของแม่พิมพ์ในวันนี้ ว่าครูได้ทำหน้าที่เพื่อลูกศิษย์ลูกหาสมกับการเป็นปูชนียบุคคลแล้วหรือยัง?
 
ในโอกาสวันครู 16 มกราคม 2556 ทีมการศึกษา ขอส่งแรงใจไปยังบรรดาแม่พิมพ์ของชาติ พร้อมความหวังที่จะเห็นแม่พิมพ์ไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสมดั่งที่ตั้งใจไว้ ทั้งมีเกียรติ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจในความเป็นครู
 
 
ขณะเดียวกันเราก็ขอฝากเพื่อนครูทั้งหลาย ต้องไม่หลงลืมที่จะตระหนักถึงหน้าที่ จรรยาบรรณ ด้วยจิตสำนึกที่ดีในอันที่จะเป็นต้นแบบ และหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นอนาคตที่ดีและมีคุณภาพของประเทศชาติ
 
เพราะวันใดก็ตามที่ครูหลงลืมหน้าที่และจรรยาบรรณที่ได้ปฏิญาณ และคิดหวังแต่ประโยชน์ส่วนตนแล้ว
 
วันนั้น คือ การเริ่มต้นนับถอยหลังของประเทศไทย!!!.
 
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ประโยชน์ "ส่วนตัว" หรือ "ส่วนรวม"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^