LASTEST NEWS

28 มี.ค. 2560​ดาวน์โหลด! PowerPoint ชี้แจงดำเนินการสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปีพ.ศ.2560 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1858 ลว28มี.ค.2560 เรื่อง การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 28 มี.ค. 2560ตอบปัญหาคาใจ 12ข้อสงสัย สอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 (กรณีไม่มี/มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู) 28 มี.ค. 2560"หมอธี" เผยก.ค.ศ.ให้ 25 สาขาไม่มีตั๋วครู สอบครูผู้ช่วยได้ 28 มี.ค. 2560ศธ.เดินหน้าสอบครูผู้ช่วยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. เปิดสอบบครูผู้ช่วย 6,437 อัตรา ไม่มีใบประกอบวิชาชีพฯ สมัครสอบได้ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ทบทวนเกณฑ์สอบครูใหม่ 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด...ก.ค.ศ.กำหนดเฉพาะ 25 สาขา ไม่ต้องใช้ตั๋วครู 36 สาขา ต้องใช้ตั๋วครู 28 มี.ค. 2560เช็ครายชื่อ 61 กลุ่มวิชาเอก ที่ใช้เปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560เปิด 10จังหวัด ที่มีอัตราว่างมากที่สุด ใช้สำหรับเปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560

ศธ.ชงครม.ขอ 400 ล้าน ดัน '1 อำเภอ 1 ทุน' รุ่น 4 ตั้งศูนย์ในร.ร.แก้ติดเกม

  • 02 ม.ค. 2556 เวลา 09:31 น.
  • 1,161 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.ชงครม.ขอ 400 ล้าน ดัน '1 อำเภอ 1 ทุน' รุ่น 4 ตั้งศูนย์ในร.ร.แก้ติดเกม

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศธ.ชงครม.ขอ 400 ล้าน ดัน '1 อำเภอ 1 ทุน' รุ่น 4 ตั้งศูนย์ในร.ร.แก้ติดเกม
ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน 
 
          ศธ.เสนอ ครม. 8 มกราฯ ของบ 400 ล้านดัน '1 อำเภอ 1 ทุน' รุ่น 4 ขยายให้เด็กเก่งเรียนสาขาขาดแคลนในต่างประเทศรองรับประชาคมอาเซียน
          จากกรณีนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทักท้วงว่าการจัดเก็บข้อมูลสถิติการออกกลางคันของนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่สะท้อนสถานการณ์จริง เพราะจากการเก็บข้อมูลร่วมกับนักวิชาการด้านเด็กและเยาวชน พบว่านักเรียนถูกผลักออกจากระบบการศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้น ยิ่งกว่านั้นพบปัญหาเด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียน เด็กติดเกมและเล่นเฟซบุ๊กหนักขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กออกกลางคันเพิ่มขึ้นนั้น
 
          เมื่อวันที่ 1 มกราคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สพฐ.คงต้องไล่เช็กระบบการเก็บข้อมูลเด็กออกกลางคันของ สพฐ.ว่าดูจากตัวไหน แต่ตามหลักการจัดเก็บข้อมูล โดยปกติจะใช้วิธีการคิดจำนวนนักเรียนแบบชั้นเคลื่อน คือติดตามข้อมูลเด็กปีแรกที่เข้าเรียนจนจบการศึกษาในรุ่นชั้นปีเดียวกัน (Cohort) ถ้าหากจัดเก็บข้อมูลแบบชั้นเคลื่อนแล้ว พบว่าข้อมูลสถิติเด็กออกกลางคันลดลงโดยไม่ถึง 0.44% แล้วนายสมพงษ์มองว่าน่าจะคลาดเคลื่อนนั้น ก็คงต้องมีหลักฐานและสมมติฐานที่ชัดเจนมายืนยัน จะมาใช้ความรู้สึกส่วนตัวคงไม่ได้
 
          "สพฐ.คงไม่ทบทวนระบบการจัดเก็บข้อมูล ถ้านายสมพงษ์มีข้อมูลเด็กออกกลางคัน ก็อยากให้เสนอมา เพื่อจะได้ตีกรอบ วิเคราะห์ และช่วยเหลือเป็นรายพื้นที่ไป ซึ่งข้อมูลที่นายสมพงษ์มีอาจเป็นข้อมูลเด็กออกกลางคันที่กระจุกอยู่ในตัวเมือง แต่ภาพรวมโดยทั่วไปเราช่วยเหลือดูแลครอบคลุมทุกพื้นที่อยู่แล้ว ทั้งนี้ถ้าหากมีข้อมูลก็อยากให้ทำหนังสือเสนอมาที่ สพฐ. เพื่อจะได้จัดเสวนาพูดคุยเป็นการเฉพาะ" นายชินภัทรกล่าว
 
          ด้านนายรังสรรค์ มณีเล็ก ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สพฐ. กล่าวว่า ข้อมูลที่ สพฐ.จัดเก็บเป็นข้อมูลที่ส่งมาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) โดยเขตพื้นที่ฯรับรองข้อมูลแล้ว สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบได้ว่าเด็กที่ออกกลางคันเป็นใครบ้าง และออกกลางคันโดยสาเหตุอะไร ส่วนข้อมูลของนายสมพงษ์ ตนไม่ทราบ แต่ตนก็ระวังเรื่องนี้อยู่
 
          ที่ปรึกษา สพฐ.กล่าวว่า การจัดเก็บข้อมูลออกกลางคันของ สพฐ. จัดเก็บปีละ 2 ครั้ง โดยจัดเก็บทุกวันที่ 10 มิถุนายน และวันที่ 10 พฤศจิกายน ซึ่งของเดือนพฤศจิกายนจะเป็นการตรวจทานข้อมูลอีกครั้งเพื่อดูว่าข้อมูลช่วงครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามการจัดเก็บข้อมูลสถิติของทางราชการ จะยึดข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายนเป็นหลัก เพราะเป็นข้อตกลงของทุกสังกัด ทั้งนี้ ขณะนี้ข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 จัดเก็บเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ระหว่างการประมวลผล ตนจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าข้อมูลการออกกลางคันของนักเรียนสังกัด สพฐ.เพิ่มขึ้นหรือลดน้อยจากข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2555 อย่างไร
 
          "ขอย้ำว่าข้อมูลสถิติของเด็กออกกลางคัน ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2555 เป็นข้อมูลของปีการศึกษา 2554 ฉะนั้นที่นายสมพงษ์ระบุว่าสถานการณ์การออกกลางคันของเด็กในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็อาจเป็นไปได้ เพราะสำหรับผมพูดถึงข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2555 ซึ่งเป็นข้อมูลของปีการศึกษา 2554 ส่วนนายสมพงษ์อาจพูดถึงข้อมูลของปีการศึกษา 2555 อย่างไรก็ตามการเสนอแนะของนายสมพงษ์ เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องให้เพิ่มเติมทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากจนเทอมละประมาณ 2,000-3,000 บาท เพราะจากการศึกษานโยบายเรียนฟรี 15 ปี พบว่าส่งผลให้เด็กออกกลางคันด้วยสาเหตุยากจนลดน้อยลง ฉะนั้นข้อเสนอขอให้ทุนการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ก็มีความเป็นไปได้มาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สพฐ.จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้เด็กยากจนระดับประถมศึกษา 1,000 บาทต่อคนต่อปี และเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น คนละ 3,000 บาทต่อคนต่อปีอยู่แล้ว ส่วนเด็กมัธยมศึกษาตอนปลายไม่จัดอยู่ในการศึกษาภาคบังคับ จึงไม่ได้รับ" นายรังสรรค์กล่าว
 
          นายรังสรรค์กล่าวว่า  ประเมินผลจึงต้องยืดหยุ่น เพราะหากไปคิดเด็กไม่เข้าห้องเรียน เป็นการขาดเรียน ก็คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเด็กออกกลางคันได้ ซึ่งหลัง สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ดำเนินโครงการ พบว่าจำนวนเด็กออกกลางคันลดลงมาก ส่วนตัวมองว่าการจะออกกลางคันลดลงมาก ส่วนตัวมองว่าการจะแก้ไขปัญหานี้ได้จะต้องจำแนกตามสาเหตุและดำเนินการแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ
          "สำหรับปัญหาเด็กติดเกมและติดเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นนั้น ยอมรับว่ามีแนวโน้มตามนั้น แต่การเข้าถึงไอทีก็ยังไม่ง่าย ฉะนั้นปัญหานี้จึงมักเกิดกับเด็กในเมืองมากกว่า" ที่ปรึกษา สพฐ.กล่าว
 
          ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ตนจะเสนอโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่น 4 ประจำปีการศึกษา 2556 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยในปีนี้ จะขยายทุนโครงการดังกล่าวออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.ทุนประเภทที่เปิดโอกาสให้เด็กยากจน แต่เรียนดี และจะเปิดรับสมัครนักเรียนตามหลักเกณฑ์เดิม คือครอบครัวมีรายได้รวมไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเกรดเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่า 3.00 เน้นให้ไปเรียนในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเนื่องจากเกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงคิดเพิ่มทุนประเภทที่ 2 คือ เปิดโอกาสสำหรับเด็กทั่วไปที่มีความรู้ความสามารถ แต่จะต้องเลือกเรียนในสาขาด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เบื้องต้นจำนวนทุนของแต่ละประเภทจะอยู่ที่ประเภทละ 928 ทุน แต่หาก ครม.พิจารณาแล้วเห็นว่าอาจจะเป็นภาระกับงบประมาณก็อาจปรับลดจำนวนทุนตามความเหมาะสม
 
          "ทุนประเภทที่สองจะเน้นคัดเด็กเก่งและหัวกะทิจริงๆ ไปเรียน อาจจะต้องกำหนดเกรดเฉลี่ยที่สูงขึ้น ไม่มีการจำกัดรายได้ครอบครัว แต่ต้องไปเรียนในสาขาที่รัฐบาลกำหนดในประเทศใดก็ได้ เพราะเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เราจะได้มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถช่วยพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันปีนี้จะเน้นเรื่องเตรียมความพร้อมของเด็กเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา คือ พบว่าเด็กที่ไปเรียนในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร บางประเทศกำหนดว่าเด็กจะต้องสอบภาษาบ้านเขาให้ได้ก่อน ซึ่งเมื่อเตรียมตัวไม่พอ และเร่งส่งเด็กไปก่อน สุดท้ายก็เรียนไม่ได้ ต้องเลิกเรียน ขณะเดียวกันต้องให้เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวที่จะอยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วย" นายพงศ์เทพกล่าว
 
          นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. กล่าวว่า คาดว่าในวันที่ 8 มกราคม ศธ.จะเสนอที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการกรณีขอเพิ่มทุน 2 ประเภท สำหรับเด็กยากจนและเด็กประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการกรณีขอเพิ่มทุน 2 ประเภท สำหรับเด็กยากจนและเด็กทั่วไปในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน จากเดิมปีที่ผ่านมามีการปรับแก้หลักเกณฑ์ให้เด็กทั่วไปสามารถสอบชิงทุนดังกล่าวได้ จึงเป็นการแย่งที่นั่งเด็กยากจน ซึ่งนายพงศ์เทพมองว่าควรแยกทุนระหว่างเด็กเก่งและเด็กยากจน ดังนั้น ศธ.จึงเสนอเพิ่มทุนเป็น 2 ประเภท ทั้งนี้หลังจาก ครม.เห็นชอบก็จะเร่งจัดทำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนักเรียนทุน โดยทุนสำหรับเด็กทั่วไปจะให้เฉพาะสาขาขาดแคลน อาทิ นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ พยาบาล ซึ่งหลักเกณฑ์และสาขาที่จะได้รับทุนนั้นคาดว่าจะจัดทำแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมนี้ จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะเริ่มกระบวนการคัดเลือกนักเรียนทุน ซึ่งจำนวนนักเรียนที่ได้รับทุน 928 คน รวมทั้งสองประเภท 1,856 ทุน คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท
 
          ปลัด ศธ.กล่าวว่า ปัญหาของนักเรียนทุนโครงการนี้ ส่วนใหญ่พบว่าไม่เก่งภาษาอังกฤษ ทำให้ปรับตัวลำบาก จึงพบว่านักเรียนทุนกว่า 20% หลังจากได้รับทุนไปเรียนแล้วต้องกลับมาเรียนในประเทศ เพราะไม่สามารถปรับตัวได้ อย่างไรก็ตามในการคัดเลือกปีนี้จะขยายประเทศที่จะไปเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิมมีประมาณ 8 ประเทศ โดยเพิ่มประเทศในกลุ่มยุโรป เพื่อรองรับนักเรียนทุนประเภททั่วไปในการไปเรียนในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ ด้วย
 
          นางพนิตากล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายสมพงษ์ระบุว่าเด็กตั้งท้องในวัยเรียนมีจำนวน 1.5 แสนคนนั้น ที่ผ่านมาตนวางแผนที่จะจัดตั้งศูนย์คุ้มครองดูแลสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ทำหน้าที่เฝ้าระวังและช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งสมัยที่เป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดตั้งศูนย์ลักษณะดังกล่าวเพื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงคิดว่าภายในเร็วๆ นี้ จะมีการหารือกับผู้บริหาร ศธ.ในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาเด็กติดเกมและเด็กตั้งท้องใน วัยเรียน
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.ชงครม.ขอ 400 ล้าน ดัน '1 อำเภอ 1 ทุน' รุ่น 4 ตั้งศูนย์ในร.ร.แก้ติดเกม

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^