LASTEST NEWS

23 ต.ค. 2563(( รวมลิงก์ )) ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2563 ทุกจังหวัด ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 23 ต.ค. 2563กศจ.พระนครศรีอยุธยา ประกาศผลย้ายครู รอบ 2 ปีพ.ศ.2563 23 ต.ค. 2563มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศรับสมัครพนักงานราชการทั่วไป 7 อัตรา สมัคร 26 ต.ค.-3 พ.ย.63 23 ต.ค. 2563กศจ.ลพบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ2 จำนวน 148 อัตรา - รายงานตัว 30 ต.ค.2563 23 ต.ค. 2563โรงเรียนวัดใต้บ้านบ่อ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000.-บาท สมัคร 22-28 ตุลาคม 2563 ไม่เว้นวันหยุดราชการ 22 ต.ค. 2563ที่ ศธ 04009/ว6264 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ 22 ต.ค. 2563ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีข้าราชการครูฯไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินฯ ว13/2556 22 ต.ค. 2563ธนาคาร ธ.ก.ส. รับสมัครบุคคลภายนอกเป็นพนักงานธนาคาร สมัครออนไลน์บัดนี้-22 พฤศจิกายน 2563 22 ต.ค. 2563วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนบัณฑิตบริหารธุรกิจโพนสวรรค์ รับสมัครครูผู้สอน 15 อัตรา (ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิครู) 22 ต.ค. 2563โรงเรียนวัดฝาง รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000.-บาท สมัครบัดนี้-26 ต.ค.2563

"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่

  • 20 ก.ย. 2563 เวลา 01:45 น.
  • 1,074 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"ณัฏฐพล"เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่

18ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังจากได้เปิดช่องทางรับข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ www.nataphol.com และช่องทางอื่นๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกประเด็นทางกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นเรื่องต้องรับมาพิจารณาและดำเนินการ 


“ทุกเรื่องที่น้องๆ เสนอเข้ามาในทุกช่องทางที่ผมเปิดไว้ ผมได้รับรู้และรับทราบทุกข้อ และในหลายๆ เรื่อง ผมได้เรียกให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับทราบข้อมูลและให้ดำเนินการแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ซึ่งบางเรื่องได้ดำเนินการไปแล้ว และบางเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการ ผมมีความชัดเจนที่ต้องการรื้อระบบการศึกษา ซึ่งหลายเรื่องกว่าจะมีผลสำเร็จต้องใช้ระยะเวลา แต่ขอให้น้องๆ มั่นใจว่า ผมเห็นด้วยกับทุกๆ ฝ่าย ที่ต้องมีการรื้อระบบการศึกษาไทย ให้สอดคล้องกับทศวรรษที่ 21” นายณัฏฐพลกล่าว 


รมว.ศธ.ยังกล่าวถึง การยกเลิกการสอบ O-NET ในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีนี้ ตนได้เรียกสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มาพูดคุย และให้ร่วมหารือกับคณะกรรมการ สทศ. เพื่อสรุปแนวทางปฏิบัติ รวมถึงแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ หากมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอบ แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์การวัดผลอื่นๆ มาทดแทนด้วย ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกการสอบในบางระดับชั้นหรือทุกชั้นหรือเลือกที่จะสอบ


นายณัฏฐพลกล่าวว่า สำหรับช่องทางการสำรวจ ซึ่งเปิดให้มีการโหวตผ่าน www.nataphol.com ปรากฏว่า ในเบื้องต้นมีผู้เข้ามาร่วมโหวตมากกว่า 20,000 โหวต ซึ่งเสียงโหวตส่วนใหญ่กว่า 80% แสดงความคิดเห็นต้องการให้ยกเลิก O-NET

ส่วนปัญหาการคุกคาม รวมถึงการถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ ที่มีการเรียกร้องนั้น รมว.ศธ. ย้ำว่า ตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) สายด่วน 1579 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และ เว็บไซต์ www.nataphol.com มีประโยชน์ต่อผู้ถูกกระทำ เพราะมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ศธ. ได้ดำเนินการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ทันท่วงที และไล่ออกไว้ก่อน พร้อมยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู รวมแล้วกว่า 16 กรณี จากอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการแต่อย่างใด รวมถึงการคุกคามด้านอื่นๆ ในโรงเรียนก็ต้องให้มีความเข้มข้น “โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการคุกคาม” 

นายณัฏฐพล ย้ำอีกว่า การแก้ไขปัญหาในทุกๆ เรื่องนั้น สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับน้องๆ นักเรียนและอีกหลายภาคส่วน และตนเชื่อมั่นว่า น้องๆ นักเรียนจะเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมด้านปฏิรูปด้านการศึกษาไทยจนเกิดผลสำเร็จ

“ทุกการร้องเรียน ผมจะเก็บเป็นความลับ ขอให้ทุกคนมั่นใจ ผมเชื่อว่าข้อเรียกร้องของน้องๆ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในวันนี้ น้องๆ ยังคงสามารถใช้ช่องทาง nataphol.com และช่องทางของ ศธ. ได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า น้องๆ อาจไม่ได้คิดที่อยากจะออกไปชุมนุมด้วย เพราะข้อเรียกร้องที่มานั้นได้รับการแก้ไขแล้ว และบางเรื่องก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ”นายณัฏฐพลกล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำไปยังผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ให้เปิดรับฟังข้อร้องเรียน พร้อมทำความเข้าใจกับน้องๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมว่า ประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้ คือเรื่องปากท้องของประชาชน และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นลำดับต้นๆ ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ และร่วมมือกันแก้ไขอยู่ในขณะนี้

“ดังนั้น ในช่วงนี้ เราควรสร้างโอกาสและข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในสถานการณ์ที่ไทยอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกรณีการรับมือจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะไทยเป็นประเทศที่อยู่ในลำดับต้นๆ ในการรับมือได้ดีที่สุด ซึ่งนี่คือจุดแข็งของไทย ที่นานาประเทศให้ความชื่นชม”

ทั้งนี้ภายหลังจากนายณัฏฐพลได้มอบนโยบายให้ สพฐ. สั่งการให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน มีโรงเรียนทั้งสิ้น 1,015 โรงเรียน ใน ๔๗ เขตพื้นที่การศึกษา มีนักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 29,584 คน โดยแบ่งเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นประถมศึกษาใน ๑๘ เขตการศึกษา 176 โรงเรียน มีนักเรียนร่วมแสดงความเห็น2,218 คน เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นมัธยมศึกษาใน 29 เขตการศึกษา จำนวน 839  โรงเรียน นักเรียนแสดงความเห็น 27,344 คน รวมถึงโรงเรียนเฉพาะทาง 48  แห่ง ศูนย์การศึกษาพิเศษ 77 ศูนย์ และโรงเรียนสงเคราะห์อีก 52 แห่ง


โดยประเด็นที่มีการแสดงความเห็นเป็นหัวข้อเดียวกันกับการชุมนุมของเด็กนักเรียนที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาด้านการเรียนการสอน ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำในระบบ การแข่งขันของคุณครูที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ไม่เห็นด้วยกับการสอบ O-NET เนื่องจากบริบททางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนและแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ปัญหาด้านเครื่องแบบนักเรียน และทรงผม ปัญหาการใช้พฤติกรรมรุนแรง กลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่นทั้งทางวาจาและร่างกาย รวมถึงการปรับปรุงสภาพโรงเรียนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ส่วนการแสดงออกทางความคิดเห็น ต้องการให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นในมุมที่แตกต่าง เนื่องจากความแตกต่างระหว่างวัย ประสบการณ์ และทัศนคติ
 

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 19:46 น. 

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^