LASTEST NEWS

14 ธ.ค. 2562( บรรจุทั่วประเทศ ) กรมชลประทาน เปิดสอบบรรจุรับราชการ และพนักงานราชการ 398 อัตรา 14 ธ.ค. 2562กรมชลประทาน เปิดสอบบรรจุรับราชการ 37 อัตรา สมัคร 23 ธ.ค.2562-15 ม.ค.2563 14 ธ.ค. 2562เทศบาลเมืองกระบี่ เปิดสอบผู้ช่วยครู 4 อัตรา สมัครตั้งแต่วันที่ 16-26 ธันวาคม 2562 14 ธ.ค. 2562ศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง รับสมัครพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 9 อัตรา 13 ธ.ค. 2562คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 "เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย" 13 ธ.ค. 2562กศจ.สระแก้ว เรียกบรรจุครูผู้ช่วย เพิ่ม 1 อัตรา รายงานตัว 23 ธันวาคม 2562 13 ธ.ค. 2562(อยากมีวุฒิครู เช็กที่นี่) คุรุสภารับรอง ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ให้อีก 1 สถาบัน 13 ธ.ค. 2562ศธจ.มุกดาหาร บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูผู้ช่วย 19 อัตรา 13 ธ.ค. 2562กศจ.เพชรบูรณ์ บรรจุครูผู้ช่วย 65 อัตรา พร้อมขอความเห็นชอบใช้บัญชีครผู้ช่วย กศจ.อื่นมาบรรจุและแต่งตั้ง 13 ธ.ค. 2562กศจ.เชียงใหม่ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย แทนผู้สละสิทธิ์ 13 อัตรา รายงานตัววันที่ 18 ธ.ค.2562

ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย

  • 18 ก.ย. 2562 เวลา 21:42 น.
  • 4,686 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย

แม้ว่าข้าราชการจะมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูดการเขียนการพิมพ์การโฆษณาและการสื่อความหมายหรือวิธีอื่นเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองและก็ตาม แต่เนื่องด้วยข้าราชการจะต้องประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของทางราชการ

ดังนั้นการที่ข้าราชการได้ลงชื่อมาปฏิบัติราชการและได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายของรัฐบาล จะถือเป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิรัฐธรรมนูญรับรองไว้ และถือเป็นการปฏิบัติราชการหรือไม่ ดังเช่นคดีปกครองที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังฉบับนี้ เป็นกรณีของพนักงานเทศบาลผู้ฟ้องคดีได้ลงชื่อมาปฏิบัติราชการในสมุดบัญชีลงเวลาประมาณ 7 นาฬิกา

จากนั้นได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับการคัดค้าน การคัดข้าราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพออกจากราชการ 5 เปอร์เซ็นต์ ต่อรองนายกรัฐมนตรีและแจกเอกสารคัดค้านเรื่องดังกล่าวแก่สื่อมวลชนบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออนุมัติ จากผู้บังคับบัญชา ยื่นใบลาเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัว

ต่อมา คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีมติว่าผู้ฟ้องคดีกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (นายกเทศมนตรี)ได้มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผู้ฟ้องคดี 5 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากที่ผู้ฟ้องคดี อุทธรณ์และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด)มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์แล้วผู้ฟ้องคดีจึงได้นำคดีมาฟ้องขอให้ศาลปกครองพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

โดยเห็นว่าการเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเป็นการส่งหนังสือราชการอันเป็นการให้ข้อมูลหรือเป็นพยานหรือเป็นการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการซึ่งมติคณะรัฐมนตรีให้ถือว่าการให้ข้อมูลหรือการเป็นพยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ประกอบกับผู้ฟ้องคดีใช้เวลาไปเพียง 2 ชั่วโมงกว่าและได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติจนเลิกงานเวลา 16.30 น.โดยไม่ปรากฏความเสียหายแก่ราชการแต่อย่างไร

การเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายรัฐบาลของผู้ฟ้องคดีเป็นการให้ข้อมูลหรือเป็น พยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการหรือไม่

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า หนังสือคัดค้านดังกล่าวมีข้อความที่ส่อเสียดไม่สุภาพและไม่เหมาะสมและพิจารณาเนื้อหาทั้งหมดแล้วเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวเพื่อคัดค้านนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมิใช่การให้ข้อมูลหรือการเป็นพยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการที่ข้าราชการผู้ให้ข้อมูลจะได้รับความคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือที่ นร 0205 /ว31 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2542


 
การที่ผู้ฟ้องคดีเดินทางไปยื่นหนังสือดังกล่าวจึงมิใช่การปฏิบัติหน้าที่ราชการนอกสถานที่แต่เป็นการปฏิบัติภารกิจส่วนตัวนอกสถานที่ซึ่งต้องได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อนประกอบกับผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการระดับหัวหน้างานย่อมทราบระเบียบปฏิบัติของทางราชการดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีลงเวลามาปฏิบัติราชการเวลา 7.00 น.

แล้วไปปฏิบัติกิจส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากผู้มีอำนาจและกรณีไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเรื่องที่ผู้ฟ้องคดีคัดค้านในวันนั้นหรือไม่

ผู้ฟ้องคดีจึงควรวางแผนและขออนุมัติหรือขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาให้ถูกต้อง กรณีนี้จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบของทางราชการมติคณะรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานห้องเดียวกับผู้ฟ้องคดีและรักษาการหัวหน้างานให้การสอดคล้องกันว่าในวันดังกล่าวผู้ฟ้องคดีไม่ได้อยู่ปฏิบัติงานที่สำนักงานแต่อย่างใดดังนั้นเมื่อหน้าที่การปฏิบัติราชการของผู้ฟ้องคดีเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในสถานที่ราชการต้นสังกัด

การที่ผู้ฟ้องคดีเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านโดยไม่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาซึ่งแม้ส่วนราชการ ต้นสังกัดจะไม่ได้รับความเสียหายและเป็นการเดินทางไป 2 ชั่วโมง ตามที่กล่าวอ้างก็ตาม

ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบของทางราชการตามวินัยข้อ 6 วรรคหนึ่งและไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการตามในข้อ 13 วรรคหนึ่งของประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัยการให้ออกจากราชการการอุทธรณ์การร้องทุกข์ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2544 การที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผู้ฟ้องคดี 5 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 3 เดือนจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 152 / 2557


คดีนี้นอกจากจะเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการที่ดีสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่และ ดำรงตนอยู่ในกรอบวินัยที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดและปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจอุตสาหะและเอาใจใส่อุทิศเวลาให้แก่ราชการไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการและไม่เบียดบังเวลาราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแล้วยังเป็นอุทาหรณ์ที่ดีว่าการออกนอกสถานที่ในเวลาราชการโดยพนักงานเพื่อไปทำภารกิจส่วนตัวอาจเป็นเหตุทำให้ข้าราชการผู้นั้นถูกลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรงได้ครับ

นายปกครอง

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^