LASTEST NEWS

22 มี.ค. 2562ประกาศแล้ว คดีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ให้ปล่อยตัวชั่วคราวได้ 22 มี.ค. 2562กศจ.พังงา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 26 อัตรา (บัญชีกศจ.กระบี่) - รายงานตัว 29มี.ค.62 22 มี.ค. 2562เว็บไซต์ตรวจสอบสิทธิการเลือกตั้ง 2562 กรอกเลข 13 หลัก เช็คเลย 22 มี.ค. 2562[ รวมลิงค์ ] ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 22 มี.ค. 2562กศจ.นครพนม เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 42 อัตรา - รายงานตัว 1 พ.ค.2562 22 มี.ค. 2562กศจ.นครพนม ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 22 มี.ค. 2562กศจ.กรุงเทพมหานคร ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 22 มี.ค. 2562การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประกาศรับสมัครพนักงาน ประจำปี 2562 จำนวน 832 อัตรา 22 มี.ค. 2562กศจ.เพชรบูรณ์ อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 85 อัตรา 22 มี.ค. 2562กศจ.ลำปาง ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562

พฤติการณ์ "ส่อไปในทางชู้สาว"...ผิดวินัยร้ายแรงนะครับ !!

  • 06 ธ.ค. 2561 เวลา 19:09 น.
  • 7,240 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
พฤติการณ์ "ส่อไปในทางชู้สาว"...ผิดวินัยร้ายแรงนะครับ !!
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

พฤติการณ์ "ส่อไปในทางชู้สาว"...ผิดวินัยร้ายแรงนะครับ !!

พฤติการณ์ "ส่อไปในทางชู้สาว"...ผิดวินัยร้ายแรงนะครับ !! : บทความพิเศษ    โดย...   นายปกครอง

 
          “ครู” อาชีพที่หลายคนฝันที่จะเป็น เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้รับความเคารพนับถือและไว้วางใจจากคนทั่วไป... เราท่านทั้งหลายต่างได้รับการปลูกฝังความคิดมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นว่า..คือ ปูชนียบุคคล  ผู้ประสาทความรู้ทั้งในเชิงวิชาการและการดำเนินชีวิตให้แก่บรรดาลูกศิษย์น้อยใหญ่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม

 

          ครูจึงเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญและมีคุณูปการต่อสังคมและชาติบ้านเมือง ในทางกลับกันหากครูปฏิบัติหน้าที่บกพร่องต่อจรรยาวิชาชีพหรือดำรงตนให้เป็นที่เสื่อมศรัทธา ย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมและชาติบ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 

          ดังเช่นคดีปกครองที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับข้าราชการ โดยเฉพาะ “ครู” ครับ...เพราะคดีนี้ มูลเหตุเกิดจากข้าราชการครูหนุ่มถูกกล่าวหาว่าพาลูกศิษย์สาวเข้าโรงแรม ผลการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่าเป็นการกระทำอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ผู้มีอำนาจจึงมีคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ออกจากราชการครูหนุ่ม “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” หรือไม่? ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและจากผลการสอบสวนรับฟังได้ ดังนี้... ครับ
 

          ข้าราชการครูหนุ่มให้การยอมรับว่า พาผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกศิษย์เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าโรงแรมจริง โดยไม่ได้มีเจตนาล่วงละเมิดทางเพศ แต่ต้องการหลบซ่อนคนรักของตน โดยวันเกิดเหตุพบผู้เสียหายขณะรอกลับบ้านแต่ไม่มีรถกลับ จึงอาสาพาไปส่งเพราะเป็นทางผ่าน แต่ระหว่างทางครูหนุ่มเกรงว่าหากคนรักเห็นจะเกิดหึงหวงจึงไปเปิดห้องพักโรงแรมอยู่กับผู้เสียหายตั้งแต่ 09.00 น. จนถึงเวลาใกล้เที่ยงจึงออกจากโรงแรมไปพบคนรัก โดยผู้เสียหายรออยู่ที่โรงแรม




          อีกทั้งคำของพยานที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์...เช่น ครูที่ปรึกษาและญาติที่ผู้เสียหายโทรศัพท์แจ้งให้มารับที่โรงแรม ครูผู้ปกครองให้การสอดคล้องกันว่า ขณะรับโทรศัพท์ผู้เสียหายร้องไห้และขณะไปรับที่โรงแรมผู้เสียหาย

 


          อยู่ในสภาพชุดนักเรียนเสื้อปล่อยชายและร้องไห้ อีกทั้งพนักงานโรงแรมให้ถ้อยคำว่าครูหนุ่มเข้าพักในโรงแรมเวลาประมาณ 09.00 น. และพยานหลายปากให้การว่าผู้เสียหายมีความชอบพอกับครูหนุ่มจนเป็นที่เล่าขานกันมาก่อน


          พฤติการณ์ดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อผู้ฟ้องคดี (ครูหนุ่ม) ยอมรับว่าได้พาผู้เสียหายเข้าโรงแรมจริงและอยู่กับผู้เสียหายเป็นเวลาหลายชั่วโมง แม้จะไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหาย แต่จากคำให้การของพยานซึ่งมิได้มีเรื่องโกรธเคืองหรือให้การในลักษณะปรักปรำหรือกลั่นแกล้ง อีกทั้งสถานที่ที่ผู้ฟ้องคดีพาผู้เสียหายเข้าไปก็เป็นโรงแรม ในฐานะครูย่อมต้องมีสามัญสำนึกมากกว่าสามัญชนทั่วไปว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมที่ชายหญิงจะเข้าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสอง วิญญูชนทั่วไปย่อมเข้าใจได้ว่า “ส่อไปในทางชู้สาว” จึงย่อมชี้เจตนาของผู้ฟ้องคดีได้ว่าไม่ได้พาผู้เสียหายหลบซ่อนคนรักของตนและระยะเวลาที่อยู่กับผู้เสียหายนานถึงสองชั่วโมง


          พฤติการณ์จึงถือได้ว่าไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน การกระทำล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ จึงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 94 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ คำสั่งลงโทษไล่อออกจากราชการ จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 945/2561)
 

          ทุกอาชีพย่อมมีความสำคัญต่อบุคคลและสังคมด้วยกันทั้งสิ้น แต่ในฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ย่อมต้องมีสามัญสำนึกมากกว่าวิญญูชนทั่วไปว่า “โรงแรม” เป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมที่ครูจะพาลูกศิษย์เข้าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองตามลำพัง ด้วยวิญญูชนทั่วไปย่อมเข้าใจได้ว่าส่อไปในทางชู้สาวครับ !! (ปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355 และสืบค้นเรื่องอื่นๆ ได้จาก www.admincourt.co.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)
 

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 6 ธันวาคม 2561
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^