LASTEST NEWS

12 ธ.ค. 2561เล็งปลดล็อกตั๋วครูพิเศษในโรงงาน 12 ธ.ค. 2561กศจ.เชียงใหม่ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 5 จำนวน 159 อัตรา 12 ธ.ค. 2561กมว.เร่งจัดทำใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแบบแยกประเภท 12 ธ.ค. 2561ใครจบนาฎศิลป์ ขอด่วนเลยค่ะ โรงเรียนกอบวิทยา รับสมัครครูผู้สอน มีหรือไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูก็ได้ 11 ธ.ค. 2561มสด.มั่นใจทีแคสรอบ3 รับหลักสูตรครู4ปี 11 ธ.ค. 2561โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ ตั้งแต่บัดนี้-23ธ.ค.2561 11 ธ.ค. 2561"หมอธี" ชงยุติบอร์ดคปภ.หวั่นใช้อำนาจเกิน 11 ธ.ค. 2561กอปศ.ชำแหละปัญหาจากโครงสร้างศธ. 11 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก รับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยาศาสตร์ สมัคร 11-18 ธ.ค.2561 11 ธ.ค. 2561จี้"สพฐ."ยกเลิก"ใส่คิวอาร์โค้ด"ตำราเรียน

สอบบรรจุครูผู้ช่วย คนที่สอบได้ที่ 1 ต้องอ่านหนังสือเยอะขนาดไหนคะ มาแชร์ประสบการณ์ดี ๆ กันนะคะ

  • 13 พ.ย. 2561 เวลา 06:01 น.
  • 7,470 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สอบบรรจุครูผู้ช่วย คนที่สอบได้ที่ 1 ต้องอ่านหนังสือเยอะขนาดไหนคะ มาแชร์ประสบการณ์ดี ๆ กันนะคะ
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สอบบรรจุครูผู้ช่วย คนที่สอบได้ที่ 1 ต้องอ่านหนังสือเยอะขนาดไหนคะ มาแชร์ประสบการณ์ดี ๆ กันนะคะ

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.49 น. สมาชิกหมายเลข 4044045 ของเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งกระทู้สอบถาม เกี่ยวกับการอ่านหนังสือสอบครูผู้ช่วย ไว้ดังนี้

สอบบรรจุครูผู้ช่วย อ่านหนังสือหนักแค่ไหนและแบ่งเวลาอ่านหนังสือยังไงคะ 
แบ่งปันประสบกาณ์ดี ๆ จากคนที่สอบติดแล้ว คนที่เคยสอบ และคนที่กำลังเตรียมตัวสอบครูผู้ช่วย 62 

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ 

#คนอยากสอบติดครูผู้ช่วย



และมีผู้ตอบกระทู้ไว้ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1
สอบได้ที่ 1 จากผู้สมัครสอบ 96 คน บรรจุ 1 อัตรา ปี 2560 ครับ 
ขออนุญาตแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ ทัศนคติ และแรงบันดาลใจครับ 
มีคนมาถามแนวทางความสำเร็จเยอะมาก เช่น คนใกล้ตัว เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ แม้กระทั่ง ผู้ที่สนใจในพันทิพย์ ก็หลังไมค์มาหลายคนครับ 

เผื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้ได้ครับ คร่าว ๆ มีดังนี้ ครับ

1. จากกระทู้เก่าครับ
https://pantip.com/topic/36748278/comment1-3

2. จากที่เคยตอบน้อง ๆ ในข้อความหลังไมค์ครับ 
อันนี้พี่เรียเรียงให้จากอันเก่าที่เคยมีน้อง ๆ ในบอร์ดถามมาครับ เผื่อเป็นประโยชน์กับน้องนะครับ

พี่ยินดีเรียบเรียงให้ครับ เผื่อเป็นประโยชน์ต่อน้อง (เนื่องจากพี่ก็ได้รับความเมตตาจากพี่ ๆ เหมือนกัน) และทราบว่าการที่เราจะสอบบรรจุข้าราชการได้นั้นมันคือความกดดันมากแค่ไหน หวังว่า น้องจะสอบบรรจุได้ก่อนที่ได้อ่านข้อความนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ 

1. การเตรียมตัวสอบ (พี่แบ่งเวลาดังนี้) 
05.00 - 7.00 ตื่นตอนเช้าสมองจะปลอดโปร่งครับอ่านหนังสือ
8.00 - 11.30 อ่านหนังสือ
13.00 - 15.30 อ่านหนังสือ
16.00 - 18.00 อ่านหนังสือ
19.00 - 23.00 อ่านหนังสือ

เทคนิคของพี่คือ อ่านทีละอย่าง คือ อย่าอ่านรวม จะเอาอะไร เอาสักอย่าง พรบ.เด็ก พรบ.การศึกษา อ่าน ภาค ก. ภาค ข. อย่ารวม อย่าปน อย่าจับจด ถ้าฝืนตัวเองให้ได้ เพราะฉะนั้นเทคนิคอันดับแรกคือ

*** น้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า วันนี้ ตอนนี้ อยากรู้อะไร และทำความเข้าใจให้มากที่สุด อ่านเพื่อจำ กับเข้าใจ มันต่างกันนะครับ ถ้าอ่านเข้าใจต้องอธิบายได้ เพราะการสอบสำหรับพี่คือ วัดความรู้ขัดสูงสุดคือ วิเคราะห์ประเมินค่า นำไปใช้ ไม่ใช่ คำความจำ เพราะความจำในกระบวนการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่ล่างสุด เพราะฉะนั้น อ่านแล้วต้องเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ อ่านใหม่ และตั้งคำถามให้กับการอ่านตลอดเวลา 

*** พี่มีน้องที่ไม่ชอบหน้าเท่าไหร่อยู่คนหนึ่ง เอาเป็นตัวอย่างได้คือแบบนี้แหละครับ คือมั่นใจในตนเอง ไม่เชื่อใคร อ่านไปเรื่อย จับจด อ่านแล้วหยิบมือถือมาเล่น สอบครั้งที่ผ่านมาน่าจะเป็นครั้งที่ 8 แล้วรวมทุกสนาม ผลคือไม่เคยมีชื่อเลยแม้แต่สนามเดียว รวมครั้งล่าสุดด้วย 

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำคือ อย่าเอาเครื่องดึงความสนใจไว้ข้างตัว มือถือนี้สำคัญเลยครับ เอาไปไว้ไกล ๆ เลย ไม่งั้นน้องจะจับมันเรื่อย เดี๋ยวไลน์ เดี๋ยวเฟส เดี๋ยวคนโท อินสตาแกรม เพราะฉะนั้น เรื่องมือถือเอาไว้ไกลตัวดีที่สุด

จงคิดว่า อ่านไปแล้วไม่ออกแน่นอน เพราะข้อสอบคือการขัดคนออก ไม่ใช่คัดคนเข้า(สำหรับพี่นะ) เพราะฉะนั้น ถ้าไม่รู้จริง เสียเวลาเปล่า สิ่งเหล่านี้ต้องรู้จริง และอธิบายได้ ดีกว่าไม่อ่านแล้วไปเจอในห้องสอบ แล้วก็พูดกับตัวเองว่า รู้งี้ รู้งั้น ศึกษมาก็ดี อ่านมาก็ดี เพราะอยู่ในห้อง เราจะหลอกตัวเองสุด ๆ ครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้จริง โดนข้อสอบลวงแน่ ๆ ไม่ออกก็คือไม่ออกครับ แต่จะหลอกกูไม่ได้ พี่คิดแบบนี้ ตอนพี่อ่านหนังสือพี่คิดแค่ว่า หลอกกูไม่ได้หลอก

เทคนิคที่ทำกับตัวเองก็คือ การนำกระจกเงามาติดในห้อง กระดานหนึ่งอันเหมือนสอนนักเรียน กระดาษ ปากกาสีต่าง ๆ เหมือนเราเป็นติวเตอร์ให้กับคนอื่น เพราะพี่คิดเสมอว่า คนที่เป็นติวเตอร์เค้ารู้ได้ไง เหตุผลคือ เค้าเข้าใจมันจริง ๆ และเค้าอยู่กับมันทุกวันจนเข้าใจถ่องแท้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจำได้ เราจะโดนหลอก แต่ถ้าเราอธิบายได้จะไม่สามารถมีอะไรมาหลอกเราได้ เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือต้องอ่านให้จำ และพัฒนาไปถึงความเข้าใจ และขั้นสุดคือ โกงข้อสอบ ถ้าเป็นเราจะโกงข้อสอบข้อนี้ว่าอย่างไร 

การปริ้นท์ข้อมูลมากอ่านพี่ก็เคยทำครับ แต่เหมือนกับว่า บั่นทอนตัวเอง แล้วจะหาตัวตนตนเองไม่เจอ ไม่รู้จะอ่านอะไร ข้อมูลมันเยอะเกินไป เพราะฉะนั้นอ่านทีละเรื่อง ๆ เป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วจบ 

เทคนิคในการเอาชนะความเบื่อองพี่คือ ทุกคนเบื่อหมดครับ ต้องชนะมันให้ได้ ถ้าชนะไม่ได้ ถ้าชนะไม่ได้ หาวิธ๊ีอื่นเอาชนะความเบื่อมันครับ 
เช่น เปลี่ยนเป็นฟังเพลง เปลี่ยนเป็นความรู้รอบตัว เปลี่ยนเป็นไปดูหนังฟังเพลงบ้าง ให้หายอยาก หายกระหาย แล้วกลับมาเริ่มใหม่ พี่ฟังเยอะนะครับ ถ้าไม่อ่านเมื่อไหร่ หูฟังมาทันที ไม่ว่าจะ เล่นเกมส์ ว่ายน้ำ ออกกำลัง อาบน้ำ กินข้าว หูจะฟังตลอดเวลา ดูเพลงฮิต ๆ เป็นหลักครับ ไม่ได้นั่งอ่านเนื้อเพลง ทำไมร้องได้ เหตุผลเดียวกันคือ เข้าหูทุกวัน ไปงานไหนก็เจอ 

ทำโน็ตติดไว้ที่ต่าง ๆ ให้ผ่านตาบ้าง อาบน้ำไป จะได้เห็นว่า ครูทำผิดแบบนี้ ผิดมาตราใดในจรรยาบรรณ 
หันไปที่ไหนก็ให้เจอเนื้อหาในการสอบ 

สำคัญทีสุดคือแรงบันดาลใจ ในที่นี้พี่มี พ่อ แม่ แฟน เป็นแรงบันดาลใจ ต้องทำให้ได้เพื่อท่าน ท่านเหนื่อยกับเรามามาก อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นหลักยึดจิตใจน้อง ทำมันให้ได้ เดินไปให้ถึง 

ปีนี้พี่ อายุ 29 ครับ สอบบรรจุ เรียนจบโท ทำงาน 
พี่อยากจะบอกว่า ตอนเราไม่ได้อะไร มันจะอยากได้ และเป็นแรงขับให้เราไปสู่เป้าหมาย ซึ่ง เมื่อเราคิดว่าเราเดินทางจนสุดแล้วอาจจะเจอแค่ความว่างเปล่าก็ได้ (กรณีสอบไม่ติด) พี่ไม่เคยมีประสบการณ์นี่(ความผิดหวังในการสอบบรรจุ) แต่สาบานเลยว่า วันที่ประกาศผลที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พี่คิดเสมอว่าทันทีที่พี่อ่านแล้วไม่มีชื่อพี่ พี่จะลุกขึ้นมาอ่านหนังสือทันที นั้นคือสิ่งที่พี่คิด พี่จะไม่ยอมแพ้กะอีแค่สอบไม่ติดเพียงครั้งเดียว 

แต่เมื่อเวลามาถึงแล้ว เราได้สิ่งที่อยากได้ เรามาถึงปลายทางน้องจะรู้ว่า ที่จริง มันก็เท่านั้นครับ เรียนจบแล้วไง สอบได้แล้วไง มันก็เท่านั้นเป็นเศษฝุ่นเศษละอองเสี้ยวเดียวของชีวิต อย่ากดดันตัวเองนะครับ ทำให้ดีทีสุด แล้วจะไม่มีคำว่าเสียใจ จะได้ไม่ได้เราทำเต็มที่แล้ว 

ขอให้น้องประสบความสำเร็จนะครับ (พี่เรียงเรียบไม่เก่ง) ขอโทษด้วยนะครับ 
หวังว่าเมื่อได้รับข้อความนี้ น้องจะได้บรรจุเรียบร้อยแล้ว เป็นกำลังใจมาร่วมกันพัฒนาแผ่นดินต่อไปนะครับ

3.ครับน้อง ไม่ทราบว่าน้องสอบไปหรือยัง หวังว่าจะทันนะครับ 
(อย่างที่พี่บอกไป พี่ไม่ค่อยได้เล่นพันทิปแบบล็อกอินครับ ส่วนใหญ่จะมองไม่เห็น) 

น้องต้องแตกประเด็นออกมาว่าอะไรสลักสำคัญ ส่วนตัวพี่ใช้วิธี ดังนี้

1. ไฮไลท์ข้อความสำคัญครับ คือ อันนี้สำคัญ อันนี้สำคัญ อันนี้น้ำ โดยใช้ปากกาสี ไฮไลท์หัวข้อ และคำสำคัญ นอกนั้นไม่จำ
2. อย่าอ่านข้อสอบเก่าเด็ดขาด มันไม่มีทางออกซ้ำ (วิธีของพี่นะครับ บั่นทอนตัวเองเปล่า ๆ เพราะมันเยอะมาก) 
3. เขียนช็อตโน๊ตติดไว้ทุกที่ ที่ผ่าน ห้องน้ำ ห้องน้ำ หัวเตียง เหลือบไปเห็นจะจำได้ 
4. อ่านหนังสือออกเสียง (วิธีของพี่) ใช้หูฟังเปล่าเสียบหู เพราะเสียงที่เราออกเสียงจะก้องอยู่ในหู 
5. อ่านหนังสือไป อัดเสียงไป เพื่อเอาไว้ฟังขณะที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือ 
6. ถ้าเบื่อทำเป็นเพลง แต่งเองเลยครับ เพลงสำคัญมาก เพราะมันทำให้เราจำง่าย สังเกตเพลงฟังเมื่อสิบปีที่แล้ว ทำไมตอนนี้ร้องได้ 
นั้นแหละครับ อะไรที่จำไม่ได้ ลองทำเป็นเพลง 
7. เรียงลำดับตัวเลข เขียนเลยครับ 1 คิดถึงอะไร 2 คิดถึงอะไร 3 คิดถึงอะไร เห็นตัวเลขบนป้ายทะเบียน 18 เราจะอ๋อ 18 ปีบริบูรณ์คือจะเป็นข้าราชการครูได้ ทำไปทุกตัวเลข เห็นตัวเลขอะไรก็แล้วแต่ให้คิดไปถึงสิ่งที่อ่านให้หนังสือ
8. เปิดคลิปติวเตอร์ในยูทูปฟังเวลาว่าง พี่ฟังน่าจะไม่ต่ำกว่า 50 คลิปก่อนสอบ จำได้แม้กระทั่งเค้าเล่นมุกอะไรตอนไหน คือพูดตามได้เลย เพราะฟังบ่อยมากครับ หูฟังจะติดหูตลอด น้องลองสังเกตสูตรคูณ หรือเพลงอะไรสิครับ ไม่ได้ตั้งใจฟังหรอก แต่มันเข้าหูตลอด จำได้ซะงั้น ต้องนำมาประยุกติ์ใช้ 
9.ตั้งสมาธิ อย่าไปอ่านจนแบบว่า กูต้องตายครั้งนี้ถ้าไม่ได้ ทำอย่างอื่นบ้าง ผ่อนคลาย ฟังเพลง นอน(สำคัญมาก) อย่าคิดเยอะ นอนคือนอน ดูหนังคือดูหนัง พักคือพัก ให้สมองได้พักบ้าง
10. สำคัญคือความตั้งใจ ไม่มีอะไรเกินคำนี้ครับ พี่คิดเสมอว่า จะนั่งอ่านหนังสือทีเดียวสอบได้ หรือนั่งอ่านแบบนี้ไป 20 ครั้ง 

เนื่องจากพี่ไม่ค่อยล็อกอินพันทิป เนื่องจากติดราชการทุกวัน อย่างไร ถ้ามีสิ่งไหนที่พี่พอจะเสริมส่วนที่น้องขาดได้ 
พี่ยินดีให้ติดต่อที่ FACEBOOK: NONESENSE WARMMIE นะครับ จะสะดวกกว่า 

ยินดีตอบครับ ขอให้น้องประสบความสำเร็จในเร็ววันครับ

ปล. จากที่ทำสถิติจากคนที่ให้คำปรึกษาไป สอบติดเยอะมากนะครับ และโดนเรียกไปก็เยอะมากครับ เคสที่ภูมิใจที่สุดคือ มีเพื่อนคนหนึ่ง สมัยเรียนเป็นหัวหน้าห้อง เก่งมาก ๆ แต่สอบบรรจุไม่เคยติดเลย เรียนจบหายกันไปนานมาก อยู่ ๆ เค้ามาขอคำปรึกษา ตนนี้สอบได้ที่ สุโขทัย และได้เรียกบรรจุไปเรียบร้อยแล้วครับ เรารู้สึกยินดีกับเค้าด้วยมาก ๆ ครับ 

ปล. 2 พี่ไม่ใช่ติวเตอร์ครับ และไม่ใช่คนเก่งครับ ที่แนะนำเพราะอยากให้ทุกคนประสบความสำเร็จครับ





ความคิดเห็นที่ 2
ไม่ต้องที่ 1 ก็ได้ เอาแค่เรียกบรรจุก็พอ จัดสมดุลให้ดีระหว่างอ่านหนังสือ กับ ความสุขในชีวิต

1. วิธีที่ง่ายที่สุด ใช้เวลาน้อยที่สุด เห็นผลที่สุด ในการเรียนหรือการศึกษาเรื่องใดๆ ก็ตาม
คือ วิ่งหาผู้รู้มาถ่ายทอดให้ ดีกว่าคลำทางแบบตาบอดด้วยตัวเอง

2. ขยันแบบโง่ๆ ก็ได้ผลลัพทธ์แบบโง่ๆ ไปศึกษาเนื้อหา จุดประสงค์ ขอบเขต รูปแบบคำตอบ
ของข้อสอบมาเสียก่อน ข้อสอบเก่าๆ มีไปลองทำดู แล้วจะเห็นว่าเขาอยากได้อะไรจากคุณ

3. ไม่ต้องสะกดจิตตัวเองด้วยการสอบตลอด 24 ชั่วโมง จะบ้าเอา

4. สมองเป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกาย การจะทำให้มันแข็งแรงก็เหมือนการเล่นกล้าม
มันสร้างไม่ได้ภายในเดือนหรือสองเดือน เร่งมากๆ ก็พัง ดังนั้นค่อย ๆ อ่านสะสมไป ให้ดีใช้เวลาสัก 1 ปี

5. อยากจำได้ต้องอ่านบ่อยๆ สั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที ทำเป็นบัตรคำแล้วอ่านทุกๆ 1 ชั่วโมง หรือ เมื่อว่าง

6. อยากจำได้มากกว่านั้นให้สอนคนอื่น หรือ หาเพื่อนมาพูดคุย

7. ส่วนที่ต้องทำความเข้าใจ ทำหน้าบางๆ แล้ววิ่งหาผู้รู้ให้เขาสอน อธิบายให้ฟัง



อ่านต่อได้ที่ :: https://pantip.com/topic/38251253
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^