LASTEST NEWS

22 มิ.ย. 2561‘บุญรักษ์’สั่งรร.สพฐ.เลิกรับอนุบาล3ขวบ ‘บิ๊กจิน’จี้ปั้นเด็กทำงานตรงสาขา 21 มิ.ย. 2561สมัครสอบครูผู้ช่วย สาขาขาดแคลน ทำความรู้จัก "แบบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ" 21 มิ.ย. 2561เอกสารและหลักฐาน ที่ใช้สมัครสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 21 มิ.ย. 2561ตัวอย่าง ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 สังกัดสพฐ. 21 มิ.ย. 2561ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 3644 - ว 3646 เรื่องการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 21 มิ.ย. 2561บอร์ดก.ค.ศ.เห็นชอบเปิดทางใช้บัญชีครูผู้ช่วย ข้ามสังกัดได้ครั้งแรก 21 มิ.ย. 2561เอกสารหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครู 3 อย่างที่สามารถใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 21 มิ.ย. 2561ผลการประชุม ก.ค.ศ. 6/2561 วันที่ 20 มิถุนายน 2561 20 มิ.ย. 2561โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา รับสมัครครูผู้สอน 3 อัตรา เงินเดือน 15,000.- บาท 20 มิ.ย. 2561โรงเรียนเด็กสากล เปิดรับสมัครตำแหน่งครูอนุบาลและครูบรรณารักษ์ 2 ตำแหน่ง

คลัง-ก.พ.แจงยิบปม 'ระเบียบจ้างพนักงานลูกจ้าง' หวั่นบานปลาย

  • 27 พ.ค. 2561 เวลา 11:15 น.
  • 4,297 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คลัง-ก.พ.แจงยิบปม 'ระเบียบจ้างพนักงานลูกจ้าง' หวั่นบานปลาย
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คลัง-ก.พ.แจงยิบปม 'ระเบียบจ้างพนักงานลูกจ้าง' หวั่นบานปลาย

หวั่นม็อบแพทย์ชนบทนัดรวมพล 1 มิ.ย. หน้า ก.คลัง อธิบดีกรมบัญชีกลางขอแรงเลขาธิการ ก.พ. แจงยิบระเบียบคลังเรื่องจ้างพนักงาน-ลูกจ้าง ย้ำเรื่องเงินเดือนค่าจ้างขึ้นกับหน่วยงานต้นสังกัด ยืนยัน ก.สาธารณสุขมีระเบียบเฉพาะตามข้อตกลงแล้ว ฟาก ก.พ.ย้ำระเบียบใหม่ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูล วางแผนบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐ
น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงกรณีชมรมแพทย์ชนบทนัดรวมตัวแต่งดำมาประท้วงที่กระทรวงการคลัง วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ภายหลังกระทรวงการคลังออกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงาน หรือ ลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ 2561 ว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ได้ใช้กับกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเดิมได้มีการทำข้อตกลงเรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้เงินนอกงบประมาณกับกระทรวงการคลังแล้ว รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขก็มีระเบียบเฉพาะของตัวเอง ซึ่งได้ให้ปฏิบัติตามระเบียบเฉพาะของหน่วยงานไป

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขระเบียบว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดสาธารณสุข พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า การกำหนดกรอบอัตราและค่าจ้างของลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานสาธารสุขจากเงินบำรุงต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อน ทำให้ยังเข้าข่ายระเบียบกระทรวงการคลังฉบับดังกล่าวอยู่ดีนั้น ถือเป็นเรื่องภายในของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องไปคุยกันเอง เพราะการแก้ไขระเบียบดังกล่าวถือเป็นเรื่องภายใน ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังแต่อย่างใด

กรณีการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานหรือลูกจ้างนั้น ระเบียบใหม่ของกระทรวงการคลังให้หน่วยงานต้นสังกัด ต้องเสนอเรื่องมาให้พิจารณา ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม หลักการและเหตุผลมาให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งหากหน่วยงานต้นสังกัดเห็นสมควร กรมบัญชีกลางก็จะอนุมัติขึ้นเงินเดือนได้ 

ดังนั้น การตัดสินใจขึ้นหรือไม่ขึ้นเงินเดือน จึงไม่ใช่หน้าที่ของกรมบัญชีกลาง เพราะเป็นแค่หน่วยงานปลายทาง ในอนาคตหลังจากที่ลูกจ้างที่ใช้เงินนอกระบบ เข้ามาอยู่ในฐานข้อมูลหมดแล้ว อาจจะต้องมีการพิจารณาในการขึ้นเดือนที่ความเหมาะสมมากขึ้น

"กรณีนี้เกิดความไม่เข้าใจระเบียบใหม่ ไม่เข้าใจกระทรวงการคลัง กลัวว่าเมื่อมีการขอจ้างลูกจ้างนอกงบประมาณ และขอขึ้นเงินเดือนจะไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งทุกอย่างคงเป็นไปตามระเบียบใหม่ ถ้ามีเหตุผลและความจำเป็นตามที่หน่วยงานต้นทางเสนอมา เราก็อนุมัติให้ได้อยู่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่าระเบียบที่ออกมาในครั้งนี้เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลอัตรากำลังพลที่ถูกจ้างโดยเงินนอกงบประมาณ และขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะลดอัตราการจ้างลง เพราะยังไม่อยากให้มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้น เมื่อหน่วยงานขออะไรมา เราก็พร้อมจะพิจารณาไปตามนั้น เพียงแต่ตอนนี้ต้องการเอาข้อมูลเข้ามาก่อน" น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าว

อธิบดีกรมบัญชีกลางยืนยันว่าระเบียบที่ออกมาใหม่เป็นระเบียบที่ใช้โดยทั่วไปกับส่วนราชการเท่านั้น ซึ่งเป็นคำนิยามที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ ดังนั้นหน่วยงานใดที่ไม่ใช่ส่วนราชการจึงไม่เข้าข่ายตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ. 2561 จึงไม่อยากให้ทุกฝ่ายต้องตกใจ โดยหน่วยงานใดที่เคยมีการจ้างแรงงานอย่างไร ก็ให้ทำเหมือนเดิมได้ ซึ่งหน่วยงานใดที่เคยทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังแล้วก็ดำเนินการตามเดิม 

ส่วนหน่วยงานใดที่ยังไม่เคยทำข้อตกลง เมื่อครบรอบระยะเวลาการจ้างงาน ก็ให้ส่งเรื่องมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายในเดือน ก.ค.ของทุกปี โดยให้ทำเรื่องมาก่อนหมดสัญญาเพื่อการดำเนินงานต่อเนื่อง เพราะหากรอหมดสัญญาเดิมและทำเรื่องจะพิจารณาไม่ทันจะทำให้การว่าจ้างมีปัญหาได้

ก.พ. ร่วมแจงระเบียบคลังทำเพื่อรวบรวมฐานข้อมูลกำลังพล

ด้านนางเมธินี เทพมณี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ระเบียบกระทรวงการคลังที่ออกมานั้น เพื่อเป็นการรวบรวมฐานข้อมูลกำลังพลที่มีการจ้างงานโดยเงินนอกงบประมาณ สำหรับใช้ในการพิจารณาบริหารจัดการกำลังพลของภาครัฐในระยะต่อไปว่าเพียงพอและสอดรับกับภาระงานต่าง ๆ รวมถึงค่าตอบแทนอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการจ้างงานแบบใหม่ของรัฐบาล ที่จะเน้นการจ้างงานที่สั้นลง และให้เหมาะกับประเภทของงาน ตำแหน่ง และหน่วยงาน

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกำลังพลภาครัฐทั้งสิ้น 3 ล้านกว่าคน ในส่วนนี้รวมถึงข้าราชการครู ข้าราชการท้องถิ่น และตำรวจ เป็นต้น ขณะที่มีข้าราชการพลเรือนประมาณ 4 แสนคน จึงจำเป็นที่จะต้องมีฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้และการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลที่มีจำกัด

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลาง ได้เปิดเผยหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการจ้างลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ โดยระบุว่า 1) หลักเกณฑ์พิจารณา 1.1 พิจารณาตำแหน่ง หน้าที่ วุฒิการศึกษา อัตราค่าจ้าง เหตุผลความจำเป็น หากสอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.พ. กำหนดไว้ ซึ่งจะกำหนดเป็นรายตำแหน่ง 1.2 หากต้องการขอเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด เช่น กรณีขอจ้างเกินระยะเวลาเกิน 1 ปี เช่น ต้องเป็นไปตามนโยบาย หรืองาน/โครงการ


ที่มีกำหนดระยะเวลาเกิน 1 ปี หรือกรณีการขอเกินกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ก็จะพิจารณาความรู้ความสามารถ ความเหมาะสม ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้าน

2) มีการกำหนดปฏิทินการดำเนินการ โดย 2.1 การกำหนดระยะเวลาการยื่นขอตกลง ภายในเดือนกรกฎาคม ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2.2 ระยะเวลาพิจารณา ภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับหนังสือขอทำความตกลง 2.3 กำหนดแบบฟอร์มในการขอข้อมูลเพื่อประกอบพิจารณา

แรงต้านระเบียบใหม่ จุดพนักงาน -ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ ก่อม็อบ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหน่วยงานราชการและหน่วยงานรัฐหลายแห่ง อาทิ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง 'ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561' ว่า ระเบียบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการจ้างพนักงาน หรือลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการ ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่จัดจ้างพนักงานหรือลูกจ้างจำนวนหนึ่ง จากเงินนอกงบประมาณ ในการช่วยปฏิบัติงานตามพันธกิจ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่ขาดความคล่องตัว และไม่เอื้อต่อการทำงานของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยเป็นพลังขับเคลื่อนการผลิตกำลังคนที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และการผลิตผลงานวิจัยไปสู่นวัตกรรมได้ จึงขอให้กรมบัญชีกลางได้พิจารณาทบทวนการจ้างพนักงานและลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ โดยในส่วนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภามหาวิทยาลัย 

เช่นเดียวกับชมรมแพทย์ชนบทที่ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ระบุถึงกรณี ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ โดยได้มีการเรียกร้องต่อรัฐบาล 1) ขอให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ 2) ขอให้ รมว.สธ.แก้ไขระเบียบเงินบำรุงปี 2561 และ 3) การออกระเบียบใหม่หรือแก้ไขระเบียบเดิมที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ ต้องมีผู้แทนของสถานบริการในพื้นที่ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเข้าร่วมทุกครั้ง  

พร้อมกับระบุว่า หากข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการไม่ได้รับการตอบสนองแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วจะรวมพลังของพี่น้องชาวสาธารณสุขทุกระดับ เพื่อแสดงออกหน้ากระทรวงการคลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ ในเฟซบุ๊กของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา และรองประธานแพทย์ชนบทภาคใต้ เผยแพร่ภาพและมีข้อความระบุว่า ทหารมาเยี่ยมและบังคับให้ ผู้อำนวยการแพทย์หญิงแห่งโรงพยาบาลพญาเม็งราย ปลดป้ายแสดงจุดยืนไว้อาลัยกระทรวงการคลังลง และวิจารณ์การทำงานของ คสช. ในกรณีดังกล่าว

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: VOICETV.CO.TH วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เวลา 12:35 น.
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^