LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2561รู้แล้วจะอึ้ง! เด็ก ป.3 เสนอวิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพงหูฉี่ 24 พ.ค. 2561โรงเรียนบ้านโคคลาน รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 6-10 มิ.ย.2561 24 พ.ค. 2561ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า "ไม่มีเหตุผลอันสมควร" ต้องละทิ้งหน้าที่ 24 พ.ค. 2561สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 รับครูอัตราจ้างแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤติ 8 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.2561 24 พ.ค. 2561กรมชลประทาน รับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 48 อัตรา (สมัครทางอินเทอร์เน็ต 1-21มิ.ย.2561) 23 พ.ค. 2561ธนาคารออมสิน เปิดรับพนักงาน 100 อัตรา (วุฒิป.ตรีขึ้นไป) สมัครทางอินเทอร์เน็ตบัดนี้-31พ.ค.2561 23 พ.ค. 2561ชาวมหาวิทยาลัยรุมค้านรวมวท.-สกอ. 23 พ.ค. 2561วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร28พ.ค.-22มิ.ย.61 23 พ.ค. 2561บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รับสมัครพนักงาน วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สมัครออนไลน์บัดนี้-31พ.ค.61 23 พ.ค. 2561โรงเรียนวัดสุนทริกาวาส รับสมัครครูอัตราจ้าง ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก สมัครบัดนี้เป็นต้นไป

เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร

  • 25 เม.ย. 2561 เวลา 07:40 น.
  • 1,057 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร
คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมฯ สรุปชื่อ 40 สถานศึกษาเข้าโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ให้เอกชนบริหารโรงเรียนรัฐ เฟสแรก เริ่มปีการศึกษา 2561

วันนี้ (24 เม.ย.) ศ.นพ.อุดม คชินทร  รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบพลับบลิค สกูล (Public School)  หรือ โรงเรียนร่วมพัฒนา เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้พิจารณารายชื่อโรงเรียนที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ จากเดิมที่คาดว่าจะมีโรงเรียนเข้าร่วม 77 แห่งทั่วประเทศ แต่เมื่อพิจารณาคุณสมบัติ พบว่า มีโรงเรียนที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการในเฟสแรก ปีการศึกษา 2561 จำนวน 40 แห่ง เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 37 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 2 แห่ง และโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย 1 แห่ง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ทั้งนี้ เฟสแรกนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ หากทำสำเร็จก็จะเป็นจุดที่นำไปขยายยังโรงเรียนอื่นๆ
 
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้หารือการจัดทำแนวปฏิบัติ รวมถึงข้อตกลงของโรงเรียนกับภาคเอกชนที่จะเข้าร่วมจัดการศึกษาตามโครงการฯ โดยแนวปฏิบัติในภาพรวมที่จะต้องทำเหมือนกันทุกแห่งเบื้องต้น คือ ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารพัฒนาโรงเรียน ซึ่งหลักสูตร 70 % รัฐกำหนด ส่วนอีก 30 % ภาคเอกชนสามารถปรับให้เข้ากับสิ่งที่ต้องการ หรือ ปรับให้เป็นไปในทิศทางที่คณะกรรมการสถานศึกษากำหนดขึ้น ส่วนงบประมาณรัฐบาลยังคงสนับสนุนเหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งงบฯปรับปรุงโครงสร้างโรงเรียนใหม่ ส่วนทางภาคเอกชนจะท็อปอัพเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เรียน เช่น การจ้างครูพิเศษ หรือ การจัดกิจกรรมพิเศษ หรือ ต้องการให้เงินท็อปอัพกับผู้อำนวยการโรงเรียน หรือ ครู ในแบบเงินพิเศษหรือเงินโบนัส ก็สามารถทำได้เหมือนเป็นเจ้าของโรงเรียน แต่ฐานเงินเดือนจะกำหนดให้เท่ากัน ดังนั้น  จะเขียนข้อตกลงไว้ รวมถึงโรงเรียนต้องส่งผลการประเมินให้แก่ต้นสังกัด เพื่ออยู่ในระบบการประเมินด้วย
 
“ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 30 เม.ย.นี้ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา จะรายงานความคืบหน้าของโครงการนี้ พร้อมทั้งประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ   จากนั้นประมาณวันที่ 9-11 พ.ค. ภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯจะมาลงนามความร่วมมือ กับโรงเรียนทั้ง 40 แห่ง โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน”ศ.นพ.อุดม กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 13.51 น.
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^