เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร
LASTEST NEWS

21 ส.ค. 2561ดีเดย์1ต.ค.! ‘ครู’เลิกงานธุรการ เตรียม3พันล.จ้างภารโรงแทน สำรวจ-ซ่อม‘บ้านพัก’แก้ย้ายถิ่น 21 ส.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลโสธิญา รับสมัครครูผู้สอน 6 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา (ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 21 ส.ค. 2561อ้าปากค้าง ! เมื่อครูตัดสินใจรีโนเวทบ้านพักครูเก่า(สุดโหด) ให้เป็นห้องใหม่เเถมเจ๋งกว่าเดิม 21 ส.ค. 2561( รวมลิงค์ ) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2561 ภาค ก. ภาค ข. ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ 21 ส.ค. 2561สพฐ.สร้างระบบข้อมูลกลางลดภาระครู 21 ส.ค. 2561ศธ.เร่งแก้ไขระเบียบเข้าพักบ้านพักครู 21 ส.ค. 2561ให้ “ครู” สอนอย่างเดียว ! ศธ.เสนองบ 3 พันล้าน จ้าง จนท.ทำงานธุรการ-ภารโรง 20 ส.ค. 2561ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน พ.ศ. 2561 20 ส.ค. 2561ก.ค.ศ.จัดประชุมปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ คัดครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ - เพื่อให้การดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ 20 ส.ค. 2561"หมอธี"ประกาศเลิกใช้ครูทำธุรการ ทุ่ม3พันล้านจ้างจนท.

เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร

  • 25 เม.ย. 2561 เวลา 07:40 น.
  • 1,153 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เคาะเฟสแรก 40 โรงเรียนให้เอกชนบริหาร
คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมฯ สรุปชื่อ 40 สถานศึกษาเข้าโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ให้เอกชนบริหารโรงเรียนรัฐ เฟสแรก เริ่มปีการศึกษา 2561

วันนี้ (24 เม.ย.) ศ.นพ.อุดม คชินทร  รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบพลับบลิค สกูล (Public School)  หรือ โรงเรียนร่วมพัฒนา เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้พิจารณารายชื่อโรงเรียนที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ จากเดิมที่คาดว่าจะมีโรงเรียนเข้าร่วม 77 แห่งทั่วประเทศ แต่เมื่อพิจารณาคุณสมบัติ พบว่า มีโรงเรียนที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการในเฟสแรก ปีการศึกษา 2561 จำนวน 40 แห่ง เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 37 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 2 แห่ง และโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย 1 แห่ง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ทั้งนี้ เฟสแรกนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ หากทำสำเร็จก็จะเป็นจุดที่นำไปขยายยังโรงเรียนอื่นๆ
 
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้หารือการจัดทำแนวปฏิบัติ รวมถึงข้อตกลงของโรงเรียนกับภาคเอกชนที่จะเข้าร่วมจัดการศึกษาตามโครงการฯ โดยแนวปฏิบัติในภาพรวมที่จะต้องทำเหมือนกันทุกแห่งเบื้องต้น คือ ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารพัฒนาโรงเรียน ซึ่งหลักสูตร 70 % รัฐกำหนด ส่วนอีก 30 % ภาคเอกชนสามารถปรับให้เข้ากับสิ่งที่ต้องการ หรือ ปรับให้เป็นไปในทิศทางที่คณะกรรมการสถานศึกษากำหนดขึ้น ส่วนงบประมาณรัฐบาลยังคงสนับสนุนเหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งงบฯปรับปรุงโครงสร้างโรงเรียนใหม่ ส่วนทางภาคเอกชนจะท็อปอัพเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เรียน เช่น การจ้างครูพิเศษ หรือ การจัดกิจกรรมพิเศษ หรือ ต้องการให้เงินท็อปอัพกับผู้อำนวยการโรงเรียน หรือ ครู ในแบบเงินพิเศษหรือเงินโบนัส ก็สามารถทำได้เหมือนเป็นเจ้าของโรงเรียน แต่ฐานเงินเดือนจะกำหนดให้เท่ากัน ดังนั้น  จะเขียนข้อตกลงไว้ รวมถึงโรงเรียนต้องส่งผลการประเมินให้แก่ต้นสังกัด เพื่ออยู่ในระบบการประเมินด้วย
 
“ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 30 เม.ย.นี้ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา จะรายงานความคืบหน้าของโครงการนี้ พร้อมทั้งประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ   จากนั้นประมาณวันที่ 9-11 พ.ค. ภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯจะมาลงนามความร่วมมือ กับโรงเรียนทั้ง 40 แห่ง โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน”ศ.นพ.อุดม กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 13.51 น.
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^