LASTEST NEWS

26 ก.ย. 2561ประกาศแล้ว!! ผลสอบ กพ 2561 ประกาศผลสอบ ก.พ. (ภาค ก) ประจำปี 2561 25 ก.ย. 2561กมว.ยึดรางวัลคุรุสภาครูผิดจรรยาบรรณ 25 ก.ย. 2561โรงเรียนวัดเขาคีรีรมย์ รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล (สมัคร 26 ก.ย.-2ต.ค.61) 25 ก.ย. 2561วิทยาลัยการอาชีพแจ้ห่ม รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา (สมัครบัดนี้-1ต.ค.61) 25 ก.ย. 2561สิ่งที่ครูอัตราจ้าง....ต้องเจอ 25 ก.ย. 2561การคัดเลือกนักเรียนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 25 ก.ย. 2561สถาบันวิทยาลัยชุมชน ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 25 ก.ย. 2561ทปอ.ชี้แจงระบบทีแคส 62 ให้ครูแนะแนวทั่วประเทศ 24 ก.ย. 2561คุรุสภา มีมติปรับแก้ร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ  24 ก.ย. 2561ด่วนที่สุด! สพฐ.ให้ทุกเขตพื้นที่การศึกษารายงานข้อมูล การจ้างธุรการโรงเรียน 14,363 อัตรา

บอร์ดกก.อิสระฯสรุปตั้งหน่วยงานกลางปฏิรูปครู

  • 21 ก.พ. 2561 เวลา 14:38 น.
  • 1,175 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
บอร์ดกก.อิสระฯสรุปตั้งหน่วยงานกลางปฏิรูปครู
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

บอร์ดกก.อิสระฯสรุปตั้งหน่วยงานกลางปฏิรูปครู

คณะอนุฯกรรมการอิสระฯ ชุดพัฒนาครูอาจารย์ เสนอ แนวทางการปฏิรูปครูทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การพัฒนา ระบบคัดกรอง ฟันธงต้องผลิตครูในระบบปิดเท่านั้น เรียนแบบสหวิชา คณะ/สาขาวิชาในมหาวิทยาลัยเป็นแบ็คอัพ  พร้อมมีหน่วยงานกลางปฏิรูปทั้งระบบ    

นายศิริเดช สุชีวะ ประธานคณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ ของคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา ตนได้เสนอแนวทางการปฏิรูปครูทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การพัฒนา ระบบคัดกรอง เพื่อวางเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาการผลิตครูเกินและขาดในบางสาขาวิชา โดยหลักการผลิตครูตนมองว่าควรเป็นระบบปิดพร้อมทำสัญญากับผู้เรียนในเบื้องต้นว่า เมื่อเรียนครูแล้วจะมีทุนการศึกษาและการันตีการบรรจุครูให้ในสาขาขาดแคลน นอกจากนี้ยังจะต้องมีการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อสร้างมาตรการจูงใจ ว่าหากสถาบันผลิตครูแห่งใดผลิตครูในสาขาวิชาที่มีความต้องการสูงนั้นจะต้องได้รับการสนับสนุนงบฯ มากเป็นพิเศษ เพื่อจะได้ตรงเป้าหมายของการผลิตครูอย่างมีคุณภาพและลดการผลิตครูในสาขาที่เกิน สำหรับหลักสูตรการผลิตครูก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยหลักสูตรการผลิตครูจะต้องเป็นหลักสูตรแบบฐานสมรรถนะ ที่เป็นการบูรณการความรู้หลายๆ เรื่องเข้าด้วยกัน แต่ที่ผ่านมาหลักสูตรผลิตครูเน้นการเรียนแบบรายวิชาแบบไหนจำนวนเท่าไหร่ และการเรียนในลักษณะนี้ไม่ได้การันตีว่าคนที่จบครูจะเป็นครูได้จริงๆ อีกทั้งจะมีการกำหนดสมรรถนะครู ซึ่งจะเป็นความสามารถของครูที่เราอยากให้เกิดขึ้น เพื่อจะทำให้บัณฑิตครูมีคุณสมบัติความสามารถที่ครบถ้วนตามสมรรถนะครูที่กำหนดไว้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด และจะถูกนำมาใช้สำหรับการผลิตครูทั้งประเทศอย่างแน่นอน

นายศิริเดช กล่าวต่อว่า ส่วนระบบคัดกรองครู คณะอนุฯ ต้องการให้โรงเรียนมีระบบการคัดเลือกครูได้ตามความต้องการในสาขาที่ขาดแคลนด้วย เพราะที่ผ่านมาโรงเรียนมักไม่ค่อยมีบทบาทในการเลือกครูด้วยตัวเองเท่าที่ควร รวมถึงจะต้องการะจายครูที่มีคุณภาพสูงไปตามโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยต้องสร้างแรงจูงใจด้วยการเพิ่มสวัสดิการค่าตอบแทนและการเข้าสู่วิทยฐานะของครูในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้แบบพิเศษให้ ทั้งนี้สำหรับการพัฒนาครู คณะอนุฯ มีข้อเสนอแนะว่าจะต้องสร้างเนชั่นแนลดิจิทัลแพลทฟอร์ม ซึ่งจะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ใช้พัฒนาสมรรถนะครู ทั้งสมรรถนะครูรายบุคคล วินิจฉัยวางแผน เพื่อให้ครูได้รับการเติมเต็มองค์ความรู้จนสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งครูสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองว่าครูยังขาดสรรถนะในด้านไหน โดยที่ครูไม่ต้องวิ่งไปหาหน่วยอบรม และจะไม่เป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน อีกทั้งรูปแบบนี้จะมีการวัดและประเมินผลด้วย

“สิ่งที่คณะอนุฯ อยากให้เกิดขึ้น คือ หน่วยงานกลางในเรื่องของการปฏิรูปครูทั้งระบบ โดยจะให้เป็นหน่วยงานที่กำหนดนโยบายวางแผนการผลิต และการใช้ครูของประเทศ ซึ่งหน่วยงานกลางนี้จะมีอำนาจในการใช้งบฯ วิชาการ และเราควรมีระบบฐานข้อมูลกลางที่จะบอกได้ว่าในตอนนี้เราขาดแคลนครูระยะยาวในสาขาวิชาไหนบ้าง เพื่อจะกำหนดเป็นพื้นที่ขาดครูแบ่งเป็นพื้นที่สีเขียว แดง เหลือง ในการสร้างครูอย่างมีคุณภาพในอนาคต เราเชื่อว่าแต่ละสถาบันที่ผลิตครูคงไม่สามารถผลิตได้ครบทุกวิชาเอก แต่จะต้องกำหนดเงื่อนไขคุณภาพระดับสูงที่จะบอกได้ว่า สถาบันผลิตครูที่จะผลิตครูในบางสาขาวิชาได้ เช่น ครูวิชาเคมี ฟิสิกส์ อังกฤษ เป็นต้น จะต้องมีสถาบันที่มีคณะเชี่ยวชาญทางเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นคณะวิทยาศาสตร์ หรือคณะอักษรศาสตร์ เข้ามาช่วยเป็นแบคอัพให้ ถึงจะอนุญาตให้มีการผลิตครูเฉพาะทางเหล่านี้ได้ รวมถึงสถาบันผลิตครูจะต้องมีโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพพร้อมครูประจำการที่มีศักยภาพสูงในการเป็นพี่เลี้ยงให้นักศึกษาครู” ประธานอนุกรรมกาาครูและอาจารย์ กล่าว

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สกศ.ไปรวบรวมสภาพปัญหาที่วิกฤตของครูว่ามีปัญหาตรงไหนบ้างอย่างไร และการผลิตครูต่อปีต่องเป็นจำนวนเท่าไหร่และจำแนกสาขาแบบไหนถึงจะเหมาะสม รวมถึงมีบัณฑิตครูที่จบมาแล้วยังค้างอยู่จำนวนเท่าไหร่ เพราะผลิตมาแล้วไม่ยุติธรรมในส่วนของเด็กและรัฐเกิดความเสียหาย

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 10:14 น.
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^