LASTEST NEWS

20 ก.ค. 2561[ รวมลิงค์ ] สรุปยอดผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 20 ก.ค. 2561กรมสรรพากร เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 68 อัตรา (สมัคร25ก.ค.-9ส.ค.2561) 20 ก.ค. 2561องค์การเภสัชกรรม เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงานและลูกจ้าง 110 อัตรา (สมัครบัดนี้-10ส.ค.2561) 20 ก.ค. 2561เปิดสัญญา “เงินกู้ ช.พ.ค.” ข้อไหนทำครูท้อแท้ 20 ก.ค. 2561กรมการปกครอง เปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งปลัดอำเภอ 180 อัตรา 19 ก.ค. 2561เล็งฟื้นระบบครูประถมศึกษาแก้ขาดครู 19 ก.ค. 2561‘คุรุสภา’ ชี้ครูเบี้ยวหนี้ ถูกฟ้องล้มละลาย สิ้นสภาพเป็นข้าราชการทันที 19 ก.ค. 2561คลังจี้ออมสินไล่บี้ฟ้องครูเบี้ยวหนี้ทั่วประเทศ 19 ก.ค. 2561กศจ.กทม.รับสมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 342 อัตรา สมัคร 18 - 24 ก.ค. 61 19 ก.ค. 2561สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน

ถึงเวลา กยศ. เอาจริงหักเงินเดือนใช้หนี้ "ข้าราชการ-เอกชน"

  • 13 ก.พ. 2561 เวลา 19:48 น.
  • 3,227 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ถึงเวลา กยศ. เอาจริงหักเงินเดือนใช้หนี้ "ข้าราชการ-เอกชน"
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ถึงเวลา กยศ. เอาจริงหักเงินเดือนใช้หนี้ "ข้าราชการ-เอกชน"

พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ กยศ. หลังเรียนจบ เพราะกำหนดชัดเจนว่า กยศ.สามารถ “หักเงินเดือน” ลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและเอกชนได้เพื่อใช้หนี้ ที่สำคัญได้เพิ่มกฎเหล็กอัตราดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ปิดจุดอ่อนเดิมคือสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้กู้ได้ทั้งข้อมมูลสถานที่ทำงานและตัวเลขเงินเดือน

ปัญหานี้เรื้อรังมานานทั้งที่จุดประสงค์ของการตั้งกองทุนมาจากการช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษาตั้งแต่ปี 2538 จนปัจจุบันกว่า 22 ปี  มีผู้กู้แล้ว 5.2 ล้านราย เงินกู้ยืม 5.5 แสนล้านบาท ทั้ง กยศ.และ กรอ.(เงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในรายในอนาคต) ซึ่ง กรอ. จะต่างตรงที่สามารถกู้ได้เฉพาะคณะหรือสาขาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

แต่ปรากฏว่าในจำนวนลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.5 ล้านราย จ่ายหนี้ปกติเพียง 1.3  ล้านราย หรือ 36% ขณะที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้มีสูงถึง 2 ล้าน 2 แสนราย  หรือ 64%  จนทำให้สถานะกองทุนฯ มีเงินค้างชำระหนี้คืนกว่า  68,800 ล้านบาท ตามที่ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. บอก

ปัญหาอยู่ตรงที่ “จบแล้วไม่ใช้หนี้” บางรายไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่ “ไม่จ่าย” เพราะคิดว่าไม่จำเป็นทั้งที่หน้าที่การงานดี มีรายได้เพียงพอ

ทั้งที่หนี้ กยศ. ก็มีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี

โดยกำหนดว่าในปีแรกจะต้องชำระหนี้คืนเฉพาะเงินต้นในอัตรา 1.5 % ของวงเงินที่ได้กู้ยืม กำหนดจ่ายในวันที่ 5 ก.ค. ของทุกปี ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1% ต่อปี และถ้าใครสามารถจ่ายหนี้ทั้งหมดได้ภายใน 2 ปี  กองทุนฯ จะไม่คิดดอกเบี้ยเลย ก็ยังไม่ใช่แรงจูงใจที่ดีพอให้ลูกหนี้มาใช้หนี้

และสาเหตุที่ต้องใช้วิธีการ หักเงินเดือน โดยบังคับใช้เป็นกฏหมายเพราะที่ผ่านมาปัญหานี้ส่งผลไปถึงสถานะกองทุนจนไม่สามารถหมุนเวียนให้กับนักศึกษารุ่นต่อไปได้ทำให้ผู้มีสิทธิ์ได้ทุนลดลงไปด้วย  เห็นได้จากปีการศึกษา 2559 ผู้มีสิทธิ์กู้ยืม เพียง 458,389 คน จากปี 2554 ที่มีผู้มีสิทธิ์กู้ยืม 892,159 คน

ดังนั้น พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 จึงเป็นเหมือนเครื่องมือสำคัญวิธีหนึ่งที่จะทำให้กองทุน กยศ.กลับมามีสภาพคล่องที่ดีขึ้นสามารถส่งต่อถึงรุ่นต่อรุ่นได้ โดยกำหนดไว้ชัดเจนให้นายจ้างหักเงินเดือนจากรายได้ของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ของ กองทุนฯ เพื่อนำส่งกรมสรรพากรเช่นเดียวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน

ก.ค.2561 แต่ กยศ.จะเริ่มมาตรการหักเงินเดือนตั้งแต่ไตรมาส 1/2561 โดยเริ่มที่พนักงานข้าราชการ เดือนมีนาคม 2561 นี้ กลุ่มแรกคือ  ข้าราชการกรมบัญชีกลาง 100 ราย จากนั้นจะขยายสู่กระทรวงต่างๆ ซึ่งมีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ประมาณ 2 แสนราย ส่วนพนักงานเอกชนจะเริ่มตุลาคมนี้ หลังจากที่ทางกองทุนฯ ได้ข้อมูลของผู้กู้ผู้จากหน่วยงานต่างๆ และจะแจ้งนายจ้างให้ทราบต่อไปเพื่อนำไปสู่การหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเงิน
นอกจากนี้ พ.ร.บ.กยศ.2560 จะกำหนดมาตรการเข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้กู้รายใหม่ในปีการศึกษา 2561  คือ จะรวมกองทุน กรอ.และกยศ.เข้าด้วยกัน และให้กู้ยืมกับลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์ 4 ลักษณะ คือ นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้เรียนในสาขาวิชาความต้องการหลักต่อการพัฒนาประเทศ ในสาขาวิชาที่ขาดแคลน หรือมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ และผู้ที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ อัตราดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี จากเดิม 1% ต่อปี และ กยศ.สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้กู้ได้ ทั้งสถานที่ทำงานและข้อมูลเงินเดือนจากเดิมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่ง ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญเพราะทำให้ไม่ทราบข้อมูลลูกหนี้ได้เลย

ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่ กยศ. พยายามนำมาแก้ปัญหาเรื้อรังนี้มานานซึ่งจะได้ผลหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: เว็บไซต์ PPTVHD36 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 17.11 น.
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^