LASTEST NEWS

27 ก.พ. 2563เตรียมเปิดสอบท้องถิ่น 2563 ตำแหน่งสายงานบริหาร หากตำแหน่งที่สอบผ่าน ยังไม่พอกับตำแหน่งว่าง 27 ก.พ. 2563กศจ.สระแก้ว เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 13 อัตรา- รายงานตัว 9 มีนาคม 2563 27 ก.พ. 2563สพป.สุรินทร์ เขต 3 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบพนักงานราชการ ครูผู้สอน ครูพี่เลี้ยง และครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 27 ก.พ. 2563สพป.พิษณุโลก เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครูผู้สอน 5 อัตรา สมัคร 2-6 มีนาคม 2563 27 ก.พ. 2563มรภ.ศรีสะเกษ รับสมัครเรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู รับผู้จบป.ตรี ทุกสาขา สมัครตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. -30 เม.ย.2563 27 ก.พ. 2563ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1163 ตรวจสอบข้อมูลบัญชีโรงเรียนสำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น 26 ก.พ. 2563แนะรัฐผุด“ชิม ช้อป ใช้”ช่วยผู้ปกครองจ่ายค่าเทอม 26 ก.พ. 2563สพม.36 ประกาศผลสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว แล้ว!! 26 ก.พ. 2563ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้าน 26 ก.พ. 2563เห็นชอบอนุมัติตำแหน่งครูผู้ช่วย สอศ.และ กศน.รวม 1,843 อัตรา

เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร! ครูการเงิน ครูพัสดุ เป็นแล้วได้อะไร ? (กระทู้พันทิป)

  • 07 ต.ค. 2560 เวลา 21:57 น.
  • 92,446 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร! ครูการเงิน ครูพัสดุ เป็นแล้วได้อะไร ? (กระทู้พันทิป)
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

(กระทู้พันทิป!) ครูการเงิน ครูพัสดุ เป็นแล้วได้อะไร ?

กระทู้นี้โพสต์ขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวันปิดงบประมาณของระบบราชการ หรือที่เรียกกันว่า วันสิ้นปีงบประมาณนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าในหนึ่ง ๆ หน่วยงานราชการ จำเป็นต้องมีการใช้เงินเพื่อนำมาพัฒนา จัดซื้อ จัดจ้างนู่นนี่นั่นมากมายซึ่งมีระบุในแผนปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้น ๆ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งหน่วยงานที่ จขกท.หมายถึงอยู่นี่ก็คือ "โรงเรียน" ครับ 


แน่นอนว่า คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานการเงิน บัญชี จัดซื้อ จัดจ้าง เบิกจ่าย บลา ๆๆ ทั้งหลายแหล่นี่ก็คือ "ครู" ในโรงเรียนนั้น ๆ นั่นแหล่ะ และที่ทุก ๆ คนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ครูหนึ่งคนต้องมีภาระหน้าที่ในการที่ต้องจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนอย่างต่ำสัปดาห์ละ 19 ชั่วโมง แน่นอนว่าจะต้องมีการเตรียมการสอน ทำสื่อ ทำกิจกรรม ฯลฯ ลำพังแค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยังต้องมาทำงานด้านการเงิน พัสดุอะไรพวกนี้อีก 


ซึ่งถ้าจะบอกว่า ครูทุกคนก็มีภาระนอกเหนืองานสอนกันทั้งนั้นแหล่ะ เพราะโรงเรียนหนึ่ง ๆ ก็แบ่งเป็น 4 งานบริหารอยู่แล้ว (บริหารงานวิชาการ , บริหารงานงบประมาณ , บริหารงานบุคคล , บริหารงานทั่วไป) แต่ที่ครูพวกนี้ต่างออกไปคือ มี พรบ.หรือกฏหมายการเงินคุมอยู่อีกทีไงครับ เอาง่าย ๆ คือครู (ประจำการ) ท่านใดที่ได้เพลี้ยงพล้ำมารับผิดชอบด้านนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าตอนนี้ท่านได้เข้าคุกไปครึ่งตัวแล้ว เพราะเงินที่ท่านดูแล พัสดุที่ท่านรับผิดชอบ มันคือเงินแผ่นดิน เงินหลวง พัสดุที่มาจากภาษีประชาชน 


นั่นหมายความว่าหากท่านทำอะไรพลาดแม้เพียงนิด ท่านมีสิทธิ์ไปนอนกินข้าวมันไก่ในคุกได้เลยทีเดียว ถึงจะบอกว่ามันมีกระบวนการตรวจสอบที่รอบคอบอยู่ก็ตาม แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ภาระงานที่มากขึ้นตามไปด้วย และยิ่งทุกวันนี้นโยบายจากผู้หลักผู้ใหญ่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ภาพของครูเหล่านี้ต้องมานั่งหัวฟูอยู่กับเอกสารกองเป็นตั้ง ๆ ไม่ใช่งานหรือการบ้านเด็กน้อยหรอกนะ เอกสารการเงิน เบิกจ่ายทั้งนั้น ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะหากปีงบ ฯ นี้ไม่ทำ ปีงบ ฯ หน้าก็จะถูกตัดงบนั้นออกไป 


สรุปคือเป็นไฟต์บังคับที่ต้องทำ และไอพวกงานเร่งด่วนก็อีก สั่งเช้าจะเอาบ่าย สั่งสาย ๆ จะเอาเดี๋ยวนี้ จึงทำให้ภาพที่ครูเหล่านั้นต้องเคร่งเครียดกับการเบิกจ่ายมากกว่าการที่จะต้องมานั่งเตรียมการสอน เตรียมสื่อ เพราะไม่มีเวลาเลย ผู้บริหารการศึกษาหลาย ๆ ท่านก็แนะมาว่าให้ฝึกแบ่งเวลา ถึงจะแบ่งได้ดีแค่ไหน เวลามันก็ไม่เพิ่มไปมากกว่า 24 ชั่วโมงหรอกครับท่าน 



ในที่สุดต้องมาทำงานในวันหยุด วันเสาร์ อาทิตย์ แทนที่จะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว หาลูก ที่รออยู่ที่บ้าน บางคนซ้ำร้าย มีปัญหากับครอบครัวถึงขั้นทะเลาะกันกัน เหตุเพราะไม่มีเวลาให้ครอบครัวเพราะบางวันต้องเลิกงานดึก ๆ ดื่น ๆ เดินทางกลับบ้านก็อันตราย (ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง) ส่วนคนที่ครอบครัวเข้าใจก็ถือว่าโชคดีไป หลาย ๆ ครั้งที่ผมเห็นครูเหล่านี้แอบร้องไห้ แอบโทรศัพท์หาพ่อ หาแม่ และระบายเรื่องราวเหล่านี้ให้ครอบครัวฟัง ซึ่งก็คงจะช่วยอะไรได้ไม่มากนอกจากกำลังใจเล็ก ๆ น้อยผ่านหูโทรศัพท์เท่านั้น 

 
แล้วบุคลากรเหล่านี้จะได้อะไรจากตรงนี้ 


เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครทำงานได้เพอร์เฟค เป๊ะไปซะหมดหรอก วันดีคืนดีต้องไปนอนในคุก หรือถูกตั้งกรรมการสอบสวนวันไหนยังไม่รู้เลย ดีหน่อยก็อาจถูกปรับเป็นเงินเท่าเงินเดือน แลกกับสิ่งที่เสียไป อย่างน้อยก็เรื่องสุขภาพแหล่ะครับ ที่ไปแน่ ๆ และระเบียบโน่นนี่นั่นก็ซับซ้อนวุ่นวายซะเหลือเกิน อะไรหนักหนาก็ไม่รู้ แล้วบุคลากรเหล่านี้มีอะไรเป็นเครื่องการันตีความมั่นคงในอาชีพข้าราชการของเขาบ้าง 



ตอนเรียนในมหาวิทยาลัยก็ไม่มีวิชาการเงิน การพัสดุสอนเสียด้วย เข้ามาเป็นข้าราชการครูด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักในวิชาชีพ รักในความเป็นครู รักที่จะสั่งสอนถ่ายทอดวิชาให้แก่นักเรียน เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ความรักต่าง ๆ นานา ก็ต้องมาถดถอยไปเพราะเหตุนี้นะหรือ ? มันใช่แล้วหรือ ?



...หากจะฝากไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวง ในสภา ก็คงเป็นเรื่องที่ใกลตัวไป เอาเป็นว่า จขกท.ขอเป็นกำลังใจให้ครูการเงิน ครูพัสดุทุกท่านนะครับ 


ผมเองยังไม่ได้เป็นข้าราชการหรอกครับ แต่ได้ทำงานในส่วนที่ได้เห็น ได้รู้มา เกี่ยวกับภาระเหล่านั้นในหน่วยงานราชการหนึ่ง ๆ นั้นเหมือนกันครับ เลยเกิดคำถามขึ้นในใจเสมอว่า เราต้องไปเจออะไรแบบนี้หรือไม่ ถ้าเจอจริง ๆ จะทำอย่างไร แต่วันนั้นยังมาไม่ถึงทำได้ก็แค่ช่วย เท่าที่ช่วยได้ในส่วนที่รับผิดชอบได้ และรวมถึงหน่วยงานราชการอื่น ๆ นอกเหนือจากโรงเรียนด้วยนะครับ ...


ท้ายนี้ ผมอาจเขียนกระทู้วกไป วนมาบ้างก็ต้องขอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความเห็นใจจริง ๆ ครับ



ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: เว็บไซต์พันทิปดอทคอม โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1354384  วันที่ 30 กันยายน เวลา 21:56 น.

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^