LASTEST NEWS

19 ม.ค. 2563โรงเรียนท่ากุญชร รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคณิตศาสตร์ สมัคร 22-28 มกราคม 2563 ไม่เว้นวันหยุดราชการ 19 ม.ค. 2563โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รับสมัครพนักงาน 131 อัตรา 18 ม.ค. 2563โรงเรียนบ้านร้านหญ้า รับสมัครครูอัตราจ้าง ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก (รับทุกสาขาวิชา) สมัครถึง 20 ม.ค.2563 18 ม.ค. 2563โรงเรียนสองแคววิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ มีประกันสังคม และมีบ้านพักครูให้อยู่ฟรี 18 ม.ค. 2563มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดรับสมัครเรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู รับสมัครวุฒิป.ตรีทุกสาขา กรอกใบสมัครออนไลน์ 18 ม.ค. 2563ล่าสุด! สำนักงาน ก.พ. เปิดสอบภาค ก. รอบทั่วไป ประจำปี 2563 สมัครทางอินเทอร์เน็ต กุมภาพันธ์2563นี้ 18 ม.ค. 2563กรมอนามัย เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 16 อัตรา 16 อัตรา สมัคร 20 - 24 มกราคม 2563 17 ม.ค. 2563โรงเรียนซับสมบูรณ์วิทยาคม รับสมัครครูผู้ทรงคุณค่า เงินเดือน 17,000.- บาท 17 ม.ค. 2563ช่วงนี้เป็นช่วงที่ ป.โท ของแต่ละมหาวิทยาลัย เริ่มทยอยเปิดรับสมัครกันแล้วนะคะ  17 ม.ค. 2563“สมศ.” สะกิดครูยุคใหม่ต้องเป็น “ไลฟ์โค้ช”

รายงานพิเศษ | คูปองพัฒนาครูหัวละ 10,000 เพื่อใคร??

  • 23 ก.ค. 2560 เวลา 20:22 น.
  • 31,030 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รายงานพิเศษ | คูปองพัฒนาครูหัวละ 10,000 เพื่อใคร??
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รายงานพิเศษ | คูปองพัฒนาครูหัวละ 10,000 เพื่อใคร??

วารินทร์ พรหมคุณ

คูปองพัฒนาครูหัวละ 10,000 เพื่อใคร??

"....เกิดปรากฏการณ์
ครูแตกตื่นกับ
คูปองครูหัวละ 10,000..."

โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือการพัฒนาตนเองตามความต้องการหรือจะเรียกว่า "คูปองครู"หัวละ10,000บาท ตามนโยบายเร่งด่วน! ของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณเบื้องต้นไว้แล้ว 4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายจำนวนครู เข้าอบรมพัฒนาตามหลักสูตรที่ตัวเองต้องการในสถาบันฝึกอบรมต่าง ๆ จำนวน 400,000 คน ขณะที่ครูทั้งประเทศมีจำนวนกว่า 500,000 คน

...และมีครูสมัครเข้าอบรมพัฒนาผ่านเว็บไซต์ www.training.obec.go.th ร่วม 300,000 คนแล้ว

ขณะเดียวกันมีครูอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าระบบเพื่อสมัครอบรมหลักสูตรที่ตัวเองต้องการได้

ทั้งนี้ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา(สพค.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการจะต้องส่งหลักสูตรของสถาบันฝึกอบรมต่าง ๆ ส่งไปให้สถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เป็นผู้รับรองหลักสูตรก่อนที่จะนำมาให้ครูได้เลือกตามความต้องการ ซึ่งขณะนี้มีหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา แล้วกว่า 1,400 หลักสูตร

...และเพราะเป็นนโยบายเร่งด่วน..เร่งรีบ..จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ ครูแตกตื่นกับคูปองครูหัวละ 10,000 ต่อปีที่ให้เลือกช้อปปิ้งหลักสูตรอบรม...


ครูประสิทธิ์ ศรเดช - ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์
-------------------

"...มีข่าวว่าได้คูปอง 10,000 บาท
ต้องไปอบรมก็แห่ตามเพื่อนไป..."

"ครูประสิทธิ์ ศรเดช" ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานวิชาการโรงเรียนอนุบาลระยอง พูดถึงปรากฎการณ์นี้ว่าโดยหลักการเป็นแนวคิดที่ดี ครูมีโอกาสเลือกในการเข้ารับการอบรมตามความต้องการของตัวเอง เพราะครูจะต้องมีการพัฒนา ยังมีเรื่องของนวัตกรรม และเทคนิคใหม่ ๆ เข้ามา ครูต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม จะได้นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และหากนำมาใช้ได้ผลจริง ๆ ก็ให้มีการพัฒนาต่อยอด แต่ที่สำคัญครูจะต้องอบรมตรงกับสิ่งที่ตัวเองจะต้องนำไปใช้ และตรงกับความต้องการของโรงเรียนด้วย

"ขณะนี้ครูบางคนไปอบรม ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร มีข่าวว่าได้คูปอง 10,000บาท ต้องไปอบรมก็แห่ตามเพื่อนไป บางครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชาที่ตัวเองต้องนำมาใช้ก็มี ซึ่งจริง ๆ แล้วจะต้องอบรมให้ตรงกับศาสตร์หรือสาขาวิชาที่ตัวเองสอน อบรมเสร็จก็ต้องมาใช้พัฒนางานได้จริง และผลที่เกิดขึ้นคือนักเรียน ต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ดังนั้น เมื่อมีการอบรมแล้วจะต้องมีการติดตามประเมินผล ให้คุ้มค่ากับเงินที่รัฐจัดสรรให้มา"

ครูประสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า สำหรับเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดระยอง ขั้นตอนเบื้องต้น จะต้องส่งรายชื่อครูที่จะไปอบรม ให้ ผอ.โรงเรียน กลั่นกรองก่อน แล้วจึงเสนอชื่อไปยังเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดระยอง พิจารณาอีกครั้ง เพราะทางเขตพื้นที่ฯ จะดูว่าหลักสูตรที่ครูขอไปอบรมพัฒนาเป็นอย่างไร เป็นหลักสูตรที่โรงเรียนต้องการให้ครูพัฒนาหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นทางเขตพื้นที่ฯ ก็จะไม่อนุมัติ...เพราะบางหลักสูตรค่าใช้จ่ายไม่ถึง 10,000บาท และไม่จำเป็นต้องเดินทางไปอบรมไกล ดังนั้นในเขตพื้นที่ฯ ระยองจึงไม่ได้อนุมัติให้ครูไปอบรมตามที่ยื่นขอมาทั้งหมด



"...ปัญหาของคูปองครูหัวละ 10,000
คือความเร่งรีบในการดำเนินการ..."

ด้าน ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)นครราชสีมา สะท้อนถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของ "คูปองครูหัวละ 10,000" คือความเร่งรีบในการดำเนินการของนโยบายมากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ตั้งแต่กระบวนการรับรองหลักสูตร ซึ่งสถาบันคุรุพัฒนา ฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่ามีสถานะ-โครงสร้าง-องค์ประกอบ รวมทั้งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติหลักสูตรเป็นอย่างไร บางหลักสูตรพบว่า มีชื่อบุคคลเพียงคนเดียวเป็นผู้รับผิดชอบ สะท้อนให้เห็นว่าการพิจารณาอนุมัติหลักสูตรดำเนินการอย่างเร่งรีบ ทำให้ไม่มีความมั่นใจคุณภาพของหลักสูตร

และปัญหาที่เกิดขึ้นมากที่สุด ขณะนี้คือปัญหาระบบการลงทะเบียนของครู พบว่าหลายหลักสูตรถูกล็อกระบบ ทำให้ครูไม่สามารถเลือกสมัครอบรมตามที่ต้องเองต้องการได้ ส่วนการนำระบบฝึกอบรมมาบูรณาการกับการเลื่อนวิทยฐานะของครู จะส่งผลต่อพัฒนาการเด็กหรือไม่ ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะมีปัจจัยอื่นๆ เกี่ยวข้องอีกหลายอย่าง แต่ก็นับเป็นเรื่องดี ที่มีการปรับเปลี่ยนเพราะระบบการประเมินวิทยฐานะแบบเดิมมีปัญหามาก

"เรื่องที่ผมอยากฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ คือต้องการให้สอบถามความต้องการในการฝึกอบรมของครู และผู้บริหารสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมากำหนดเป็นประเด็นให้หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ นำไปพัฒนาหลักสูตร เพื่อเสนอต่อสถาบันคุรุพัฒนา ซึ่งจะได้หลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของครู หรือสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง และหลักสูตรฝึกอบรมควรมีเงื่อนไข เป็นหลักสูตรแบบ on the job training หรืออบรมช่วงปิดภาคเรียน เพื่อให้กระทบเวลาสอน ครูต้องไม่ทิ้งเด็ก"ผศ.ดร.อดิศร กล่าวทิ้งท้าย



หมายเหตุ : "สยามรัฐ"ได้รับข้อมูลจากครูสะท้อนถึงปัญหาและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการลงทะเบียนคูปองครูหัวละ 10,000 เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับทราบ..ซึ่งประมวลได้ดังนี้

ระบบค้นหาหลักสูตรอบรม ไม่มีการแยกหมวดหมู่ พอเห็นคอร์สน่าสนใจ เลือกคลิกเปิดเข้าไปอ่านรายละเอียด พอคลิกกลับก็เด้งไปเริ่มหน้าแรกใหม่ อุตส่าห์ไล่หามาตั้งไกลต้องกลับไปเริ่มชีวิตใหม่ แล้วคอร์สที่เลือกเมื่อสักครู่อยู่หน้าไหนก็ไม่รู้ เมื่อคลิกเลือกไปก็ขึ้นมาหมดทุกหลักสูตร ที่สำคัญ ควรมีตัวเลือกจังหวัด ให้ครูเลือกด้วย เพราะครูส่วนใหญ่ อยากอบรมจังหวัดใกล้ๆ ทั้งนั้น ไม่มีใครอยากเดินทางไกล
เมนูหน้าแรก/หน้าสุดท้าย กดคลิกก็ไม่ขยับเลื่อน ต้องคลิกไปทีละหน้าอยู่ดี เวลาคลิกขวาที่ชื่อหลักสูตร ควรให้มีเมนู New Tap เพื่อเปิดดูรายละเอียด โดยยังอยู่ในหน้าเว็บไซต์เดิมเพื่อจะได้เปรียบเทียบได้

ขณะที่บางหลักสูตรราคาดูโอเว่อร์เกินไป เช่น เรียนออนไลน์ตัวต่อตัว รับ 400,000 ที่นั่ง ที่นั่งละ 10,000 บาทนับนิ้วดูงบฯ 4 พันล้าน, อบรมผู้กำกับลูกเสือขั้นเบื้องต้น ถ้าผู้เข้าอบรมไม่ครบจะเปิดอบรมหรือไม่ หากมีผู้สมัคร10คนจะเปิดกองได้ไหม แล้วถ้าไม่เปิดอบรม ผู้ลงคอร์สจะเสียประโยชน์เสียหายเท่าไร, หลักสูตรสอนโปรแกรม word 2013 ค่าคอร์ส 10,000 บาท เห็นแล้วอึ้ง!ครูต้องใช้โปรแกรมขั้นเทพหรืออย่างไร โปรแกรม Word ถือเป็นพื้นฐานสำหรับวิชาชีพครู ซึ่งมีช่องทางที่เข้าถึงและเรียนรู้ได้ง่าย อีกทั้งโปรแกรมนี้พัฒนาไปไกลกว่าเวอร์ชั่น.2013 แล้วอย่างนี้ เป็นต้น

งานระดับชาติขนาดนี้ แต่ยามครูมีปัญหาสงสัยให้สอบถามทาง e-mail และ Line แต่ถามอะไรไปก็ไม่มีใครตอบ ระบบใหญ่ๆ ควรเปิด Call center เป็นศูนย์รับเรื่องจะดีกว่า ศธ.ตั้งเป้าให้ครู 4 แสนเข้าอบรม แต่ไม่มีอะไรรองรับ..บอกว่าเป็นของใหม่สำหรับท่าน มันก็เป็นของใหม่สำหรับครูเช่นกันตอนนี้ครูป่วนกันทั้งประเทศ

ถ้าระบบยังไม่เสถียร ยังไม่พร้อม ก็ควรปิดปรับปรุง แล้วค่อยเปิดใหม่แบบมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ดีจริง ก็อย่างที่ท่านกล่าวกันบ่อยๆ ว่าจะไม่เพิ่มภาระครู ไม่ทิ้งเด็ก ไม่ทิ้งห้องเรียน...อย่าทำเหมือนเล่นขายของเฮียนน้อย!!



เห็นปัญหาจากครู...
ก็อดสงสัยไม่ได้ที่กล่าวอ้างว่า
มีครูแห่ช้อปปิ้งหลักสูตรมากถึง 3 แสนคนแล้ว
เป็นตัวเลขจริงหรือไม่...

--------------
(ขอบคุณภาพประกอบจาก สพม.เขต 38 (สุโขทัย-ตาก) จัดเวิร์กช้อปการลงทะเบียนโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร คูปองครู 10,000 บาท แก่ข้าราชการครูในสังกัด / และภาพอินโฟกราฟิกจาก สพค.)

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 23 กรกฎาคม 2560

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^