LASTEST NEWS

19 ธ.ค. 2560แยก"ศธจ."2บอร์ดเปิดทางผอ.สพท. 18 ธ.ค. 2560(( รวมลิงค์ )) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2560 18 ธ.ค. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก 13 อัตรา เงินเดือน 13,280 - 18,000 บาท สำนักงานประกันสังคม เปิดสอบพนักงานราชการ 18 ธ.ค. 2560ด่วนที่สุด! การเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือน ปีงบประมาณพ.ศ.2561 18 ธ.ค. 2560พร้อมยัง? อ่านเลย! วิธีการสมัครสอบแข่งขันครูผู้ช่วย ครั้งที่2/2560 สังกัดกทม. (19-25ธ.ค.2560) 18 ธ.ค. 2560สพป.นครปฐม เขต 1 เปิดรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 11 อัตรา สมัคร22-28 ธันวาคม 2560 17 ธ.ค. 2560​กศจ.ชลบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 127 อัตรา รายงานตัว 26 ธ.ค.2560 17 ธ.ค. 2560เช็คด่วน! กศจ.หนองคาย ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2/2560 แล้ว 17 ธ.ค. 2560สอบ1.9 หมื่นคนรับได้ 4.6 พันคนครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 16 ธ.ค. 2560สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครูพี่เลี้ยง วุฒิม.6 เงินเเดือน 10,340 บาท

เกณฑ์ใหม่ผอ.รร.สุดเข้มประเมินทุก6เดือน

  • 29 พ.ย. 2559 เวลา 23:53 น.
  • 9,337 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เกณฑ์ใหม่ผอ.รร.สุดเข้มประเมินทุก6เดือน
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เกณฑ์ใหม่ผอ.รร.สุดเข้มประเมินทุก6เดือน

ต้องได้คะแนนร้อยละ70-79ทุกครั้ง/เน้นดูที่ผลการเรียนเด็ก

เกณฑ์ใหม่ชี้วัด ผอ.โรงเรียนสุดเข้ม "การุณ" เผยมี 10 ข้อ ให้น้ำหนักสัมฤทธิ์ผลตัวเด็ก ต้องได้รับการประเมินทุก 6 เดือนในรอบ 1 ปี และต้องได้คะแนนระดับดี หรือร้อยละ 70-79 ทุกครั้ง ถ้าไม่ผ่านจะหลุดจากตำแหน่ง ต้องกลับไปชึ้นบัญชีใหม่ ส่วนยอดสมัครสอบ ผอ.รร.สังกัด สพฐ.จำนวน 9,508 คน

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2559 ว่า หลังปิดการรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้น 9,508 ราย และจะสอบข้อเขียนในวันที่ 3 ธันวาคม สอบสัมภาษณ์ 4 ธันวาคม ประกาศผลการคัดเลือกภายในวันที่ 9 ธันวาคม และต้องเข้ารับการพัฒนาก่อนบรรจุและแต่งตั้ง 13-19 ธันวาคม จากนั้นจะบรรจุและแต่งตั้งเป็น ผอ.สถานศึกษาในวันที่ 23 ธันวาคม ซึ่งการคัดเลือก ผอ.สถานศึกษาในครั้งนี้เป็นหลักเกณฑ์ใหม่ ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องได้รับการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี โดยจะมีการประเมิน 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน หากผลการประเมินครั้งแรกไม่ผ่าน ต้องพัฒนาและปรับปรุงงานในหน้าที่ของตนเองเพื่อเข้ารับการประเมินรอบ 2 หากผ่านเกณฑ์การประเมินจะได้ปฏิบัติงานในตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษาต่อไป แต่หากไม่ผ่านการประเมินทั้ง 2 ครั้งจะต้องดำเนินการตามมาตรา 71 แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ระบุให้กรณีที่มีความจำเป็น หัวหน้าส่วนราชการหรือ ผอ.เขตพื้นทื่การศึกษา มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราทดแทนที่ ก.ค.ศ.กำหนดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

นายการุณกล่าวต่อว่า สำหรับตัวชี้วัดความสำเร็จที่จะใช้ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานมี 10 ตัวชี้วัด ดังนี้ 1.ความสามารถในการอ่าน เขียน และผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทยของนักเรียน 15 คะแนน 2.ผลงานหรือรางวัลที่เกิดจากการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา 10 คะแนน 3.ผลการเรียนรู้เฉลี่ย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 10 คะแนน 4.การบริหารงบประมาณและการระดมทรัพยากร และการลงทุนจากภาคีเครือข่ายหรือภาคประชาสัมคมมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา 10 คะแนน 5.การส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาทางวิชาชีพ 5 คะแนน 6.การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล 5 คะแนน 7.การมีส่วนร่วมของสถานศึกษากับผู้ปกครองและชุมชน 10 คะแนน 8.อัตราการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนหรือการรับนักเรียนตามแผนการรับนักเรียน 10 คะแนน 9.อัตราการศึกษาต่อของนักเรียน 10 คะแนน และ 10.ผลการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สพฐ. 15 คะแนน ทั้งนี้ แบ่งเกณฑ์การตัดสินเป็น 5 ระดับ ต่ำกว่าร้อยละ 50 อยู่ในระดับปรับปรุง ร้อยละ 50-59 พอใช้ ร้อยละ 60-69 ปานกลาง ร้อยละ 70-79 ดี และร้อยละ 80 ดีมาก ซึ่งจะนำผลการประเมินทั้ง 2 ครั้งมาเฉลี่ยเพื่อตัดสิน โดยต้องผ่านการประเมินระดับดีขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการประเมิน.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^