LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

เงินเดือนปีหน้าขึ้น 5.5% ย้ายงานต่ำแต่ประมาทไม่ได้

  • 29 พ.ย. 2559 เวลา 17:25 น.
  • 28,696 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เงินเดือนปีหน้าขึ้น 5.5% ย้ายงานต่ำแต่ประมาทไม่ได้

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เงินเดือนปีหน้าขึ้น 5.5% ย้ายงานต่ำแต่ประมาทไม่ได้

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

พอเข้าช่วงปลายปีทีไร มนุษย์เงินเดือนต่างใจจดใจจ่อกับการประกาศขึ้นเงินเดือน แต่จากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ไม่ได้โตหวือหวา แนวโน้มการขึ้นเงินเดือนปีหน้าก็อาจไม่ตื่นเต้นอย่างที่หลายคนหวัง

พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท วิลลิส ทาวเวอร์ส วัทสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำผลสำรวจความเคลื่อนไหวของอัตราเงินเดือน ประจำปี 2559 พบว่า แนวโน้มทุกอุตสาหกรรมปี 2560 ปรับขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 5.5% ระดับเดียวกับที่ปรับในปี 2559 แต่อัตราเงินที่ได้เพิ่มจริงจะต่ำกว่า เพราะเมื่อนำเงินเดือนที่เพิ่มหักด้วยเงินเฟ้อ เท่ากับปี 2560 มีอัตราเงินได้เพิ่ม 4.4% ส่วนปี 2559 หักลบแล้วมีอัตราเงินเพิ่ม 5.3%

แม้ผลสำรวจนี้จะทำก่อนรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในหลายจังหวัด แต่คาดว่าเมื่อรวมปัจจัยนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็ไม่ได้ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนปีหน้าเปลี่ยนไปจากที่ประเมินนัก สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขึ้นเงินเดือนสูงสุดคือ ประกันชีวิต เพิ่ม 6% เท่ากับที่เพิ่มปีนี้ เพราะเป็น กลุ่มที่ยังมีแนวโน้มเติบโตได้จากการที่จำนวนผู้ทำประกันชีวิตในไทยยังต่ำ และการแข่งขันในตลาดแรงงานยังมี


ด้านทิศทางการให้โบนัสปีนี้ คาดว่าภาพรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 เท่าของ เงินเดือน กลุ่มที่มีแนวโน้มจ่ายสูงสุดคือ ธนาคารพาณิชย์และบริการการเงิน 3.0 เท่า รองลงมาคือ ประกันชีวิต 2.9 เท่า กลุ่มที่จ่ายต่ำสุด คือ อิเล็กทรอนิกส์ 1.8 เท่า เช่นเดียวกับ ประกันทั่วไป 1.8 เท่า

พิชญ์พจี กล่าวว่า แนวโน้มการขึ้นเงินเดือนและโบนัสไม่หวือหวา ทำให้การโยกย้ายเปลี่ยนงานในตลาดแรงงานไม่หวือหวาเช่นกัน เพราะองค์กรยังไม่หาคนที่มีความสามารถ (ทาเลนต์) เชิงรุก ทำให้โอกาสเปลี่ยนงานลดตาม สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่มีแนวโน้มเติบโต 3% เช่นเดียวกับปีนี้ เมื่อไหร่ที่จีดีพี กลับไปโต 4-5% จึงจะเห็นตลาดแรงงานกลับมาโยกย้ายเปลี่ยนงานกันคึกคักอีกครั้ง

ทั้งนี้ อัตราการลาออกของพนักงาน (เทิร์นโอเวอร์) ปีนี้ของไทยอยู่ที่ 12% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 14% ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งมีเทิร์นโอเวอร์ 12.6% เมื่อดูรายอุตสาหกรรมพบว่า เทิร์นโอเวอร์เกือบทุกอุตสาหกรรมลดลง ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน ประกันทั่วไป ประกันชีวิต สินค้าไฮเทค มีเพียงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่เทิร์นโอเวอร์เพิ่มจาก 12% เมื่อปี 2558 เป็น 16% ในปี 2559 สะท้อนว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นกลุ่มที่หลายคนมองว่ามีโอกาสเติบโตอยู่

พิชญ์พจี กล่าวอีกว่า แม้การโยกย้ายเปลี่ยนงานจะไม่หวือหวาแต่องค์กรก็ประมาทไม่ได้ เพราะแม้โอกาสในตลาดแรงงานจะน้อยแต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีทางเลือก คนที่เก่งจริงก็พร้อมจะไปจากองค์กรอยู่ดี ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะรักษาคนเหล่านี้ไม่ใช่แค่โจทย์ที่ว่าขึ้นเงินเดือนสูงแค่ไหน แต่บริษัทต้องไปให้ความสำคัญกับการปรับนโยบายการขึ้นเงินเดือนว่าจะจ่ายอย่างไรให้ คุ้มค่าที่สุด ในงบที่มีอยู่จำกัด

สำหรับแนวโน้มที่จะเห็นชัดขึ้นปีหน้า คือบริษัทต่างๆ จะให้ความสำคัญกับการจ่ายผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้ ถูกฝาถูกตัว คือ จ่ายตามผลงานจริงให้ถูกคน เพื่อรักษาคนมีความสามารถไว้ เรื่องนี้ไปเชื่อมโยงกับการประเมินผลของหัวหน้างาน ที่ต้องมีทักษะการบริหารคนแยกให้ได้ว่าใครทำผลงานดีกว่ากัน แตกต่างกันชัดเจนระดับใด

ประเด็นนี้ยังเป็นจุดอ่อนของหัวหน้างานในไทย ที่มักไม่อาจแยกผลงานได้ สุดท้ายก็พยายามจ่ายผลตอบแทนเพิ่มให้เท่าๆ กันทุกคน เพราะไม่อยากถูกลูกน้องทักท้วงว่าทำไมจึงได้น้อย เนื่องจากไม่สามารถอธิบายผลงานที่แตกต่างกันได้ชัด เมื่อจ่ายผลตอบแทนเพิ่มเท่ากันหมด ในที่สุดคนที่เก่ง มีความสามารถก็ไม่อยู่

"ธรรมชาติของคนไทยคือไม่ชอบว่าใคร จึงไม่กล้าแยกผลงานคนเก่งกับคนไม่เก่งให้เห็นชัด โดยบริษัทที่เป็นระดับในประเทศจะมีปัญหานี้มากกว่าบริษัทข้ามชาติ"

เมื่อเงินเดือนขึ้นน้อยก็เป็นความท้าทายของหัวหน้างานแล้วว่าจะ แบ่งงบอย่างไรเพื่อรักษาคนมีความสามารถไว้ผลักดันบริษัทให้พร้อมเติบโตต่อไปได้

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 เวลา 07:13 น. 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^