LASTEST NEWS

23 ส.ค. 2560สพป.ตาก เขต 2 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราวและครูอัตราจ้าง 8 อัตรา 23 ส.ค. 2560ครูธุรการ สพฐ ยื่นหนังสือ ครม สัญจร ที่โคราช ทวงถามความมั่นคงในอาชีพ 23 ส.ค. 2560โอกาสดีๆ มีไม่มากนัก เปิดสอบรับราชการ 22,602 อัตรา รับทั่วประเทศ คลิกดูรายละเอียด 23 ส.ค. 2560รับสมัครสอบตำรวจ 790 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 1-22ก.ย.2560 นี้ 22 ส.ค. 2560โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ป (สายสามัญ) จังหวัดชลบุรี รับสมัครครูผู้สอน จำนวนมาก 22 ส.ค. 2560โรงเรียนสตรีภูเก็ต รับสมัครครูอัตราจ้าง 9 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 30,000 บาท 22 ส.ค. 2560ปฏิรูป..หรือปฏิสังขรณ์ 22 ส.ค. 2560จัดเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่อตั๋วครู 22 ส.ค. 2560"หมอธี"ให้ สพฐ.ช่วยจ่ายค่าน้ำ-ไฟสถานศึกษา 22 ส.ค. 2560สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก

ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใช้วุฒิเพิ่มเงินเดือนต้องจบตรงสาขา

  • 28 พ.ย. 2559 เวลา 16:00 น.
  • 163,463 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใช้วุฒิเพิ่มเงินเดือนต้องจบตรงสาขา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์ใช้วุฒิเพิ่มเงินเดือนต้องจบตรงสาขา

บอร์ด ก.ค.ศ.ปรับหลักเกณฑ์ขอใช้วุฒิการศึกษาระปริญญาโท-เอก เพิ่มเงินเดือนต้องจบตรงสาขา หลังพบครูส่วนใหญ่แห่เรียนสายบริหารการศึกษา ทำให้คุณภาพการสอนไร้ประสิทธิภาพ

วันนี้ (28 พ.ย.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนในกรณีที่ได้รับคุณวุฒิเพิ่มขึ้น หรือสูงขึ้นตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรอง  โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ของคุณวุฒิที่ได้รับเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้นต้องเป็นคุณวุฒิในสาขาวิชาเดียวกันกับคุณวุฒิระดับปริญญาตรี และหรือระดับปริญญาโทที่ใช้ในการบรรจุและแต่งตั้ง หรือเป็นคุณวุฒิที่ตรงกับสาขาวิชา หรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้นั้นได้ทำการสอนหรือเคยทำการสอน หรือเป็นคุณวุฒิที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนหรือส่งเสริมการเรียนรู้ตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ.

“จากสภาพปัญหาที่ผ่านมาเราพบครูผู้สอนจำนวนมากเรียนต่อระดับปริญญาโทสาขาบริหารการศึกษาหรือสาขาอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการเรียนที่ตัวเองสอนอยู่ ซึ่งหากยังใช้หลักเกณฑ์เดิมจะเป็นช่องทางให้ครูนำวุฒิไปใช้โยชน์เยอะไม่ว่าจะเป็นการนำวุฒิไปสอบผู้บริหาร  เพิ่มเงินเดือน เพิ่มวิทยฐานะ จึงถือว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ดังนั้นหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะต้องเป็นสาขาเดียวกับปริญญาตรีตอนบรรจุรับราชการ เช่น จบสาขาภาษาอังกฤษระดับปริญญาตรี และต้องการนำวุฒิมาเพิ่มเงินเดือนต้องจบปริญญาโทสาขาภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน ไม่ใช่จบปริญญาโทสาขาบริหารการศึกษาและจะนำวุฒิมาขอเพิ่มเงินเดือนได้   โดยหากพบว่าผู้ที่ได้ปรับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิที่เพิ่มขึ้นไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งเพิกถอนคำสั่งนั้น และให้ผู้นั้นส่งเงินที่ได้รับคืนตามระเบียบทางราชการ หากคุณวุฒินั้น ก.ค.ศ.ยังไม่รับรองว่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งให้แก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับคุณวุฒินั้นออกจากทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจะเรียกร้องสิทธิใดๆไม่ได้”  ปลัด ศธ.กล่าว

ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า  สำหรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที ยกเว้นผู้ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต้นสังกัดให้ลาเรียนต่ออย่างถูกต้องให้ถือว่า มีสิทธิตามหลักเกณฑ์เดิม ส่วนผู้ที่เรียน โดยไม่ได้ขออนุญาตจากต้นสังกัด จะไม่ได้รับการยกเว้น  ทั้งนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับปรุงมาตรฐานวิทยฐานะ ด้านคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะครูชำนาญการ และคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว17/2552 และ ว10/2554   โดยกำหนดคุณสมบัติในการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ  ตามหลักเกณฑ์ ว17/2552และ และ ว10/2554   ต้องเป็นวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง และเป็นวุฒิในสาขาวิชาเดียวกับวุฒิระดับปริญญาตรีและหรือปริญญาโทที่สำเร็จการศึกษามาแล้ว หรือเป็นวุฒิที่ตรงกับสาขาวิชา/กลุ่มสาระ การเรียนรู้ที่ผู้ขอได้ทำการสอน หรือส่งเสริมการเรียนรู้ตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ. ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับ เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือน ในกรณีที่ได้รับคุณวุฒิเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้น  รวมถึงยังเห็นชอบให้มีการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสพฐ. ในประเด็นหลักเกณฑ์การย้ายกรณีปกติ ในส่วนของคุณสมบัติ ของผู้ยื่นคำร้องขอย้าย กล่าวคือ ต้องดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว ในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย เพื่อให้มีระยะเวลาในการพัฒนาสถานศึกษาให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์ และต้องไม่อยู่ในระหว่างลาศึกษาต่อเต็มเวลา กรณีการย้ายสับเปลี่ยน ต้องเป็นผู้ที่มีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ครบเกษียณอายุราชการ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.25 น. 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^