LASTEST NEWS

20 ต.ค. 2560ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท 20 ต.ค. 2560เรื่องพิจารณาหารือของ ศธ. เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านการคัดเลือกครูผู้ช่วย 20 ต.ค. 2560คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1667/2560 เรื่อง การย้ายข้าราชการ 20 ต.ค. 2560เปิดคำสั่งโยกย้ายผู้บริหาร กศน.จังหวัด 86 ราย 20 ต.ค. 2560"ออมสิน"ยอมยกเลิกหักเงินกองทุนช.พ.ค.-ปลดหนี้ครูวินัยดี 20 ต.ค. 2560ประกาศผลสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) 2560 ผลสอบ กพ ภาค ก 2560 เช็คที่นี่ 19 ต.ค. 2560รายชื่อนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2560 ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน 19 ต.ค. 2560ออมสินหย่าศึกหนี้ครู พร้อมเปิดปรับโครงสร้างหนี้ 19 ต.ค. 2560"ตัวแทนครูจากทั่วประเทศ..ขอความเมตตา สพฐ. ทบทวนเกณฑ์ วฐ. อีกครั้ง หลังเกณฑ์ใหม่กระทบกับครูเก่า" 19 ต.ค. 2560กยศ.เอาจริง! หักเงินเดือนผู้เบี้ยวหนี้ เริ่มปี 61

เปิดหลักเกณฑ์ขยับเพดานเงินเดือน ขรก.สูงกว่าตำแหน่ง แก้ปัญหาเงินเดือนตัน

  • 19 ต.ค. 2559 เวลา 08:28 น.
  • 4,621 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เปิดหลักเกณฑ์ขยับเพดานเงินเดือน ขรก.สูงกว่าตำแหน่ง แก้ปัญหาเงินเดือนตัน

Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เปิดหลักเกณฑ์ขยับเพดานเงินเดือน ขรก.สูงกว่าตำแหน่ง แก้ปัญหาเงินเดือนตัน

ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นสูงของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตามที่สำนักงาน ก.พ.เสนอ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559

สาระสำคัญของเรื่อง สำนักงาน ก.พ. รายงานว่า

1.กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทต่าง ๆ กำหนดเกี่ยวกับการได้รับเงินเดือนของข้าราชการไว้แตกต่างกัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรับเงินเดือนระหว่างข้าราชการแต่ละประเภท คือ 1.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา 2.ข้าราชการทหารและข้าราชตำรวจ 3.ข้าราชการพลเรือนสามัญ

2.คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในการประชุมครั้งที่ 9/2559 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 ได้พิจารณาปัญหาความเหลื่อมล้ำในการได้รับเงินเดือนของข้าราชการประเภทต่าง ๆ แล้วเห็นว่า การที่ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนถึงอัตราเงินเดือนขั้นสูง (เงินเดือนตัน) ในอัตราที่ต่ำกว่าข้าราชการประเภทอื่น ถือเป็นกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นสมควรที่จะกำหนดให้ข้าราชการดังกล่าวได้รับการเยียวยาตามมาตรา 50/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงได้มีมติเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นสูงของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง และให้หลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559

หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นสูงของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง สรุปได้ ดังนี้

1.ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทและระดับใดที่ได้รับเงินเดือนถึงอัตราเงินเดือนขั้นสูง (ตามบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญท้านกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน) หรือได้รับเงินเดือนถึงอัตราเงินเดือนสูงสุด (เงินเดือนตัน) เมื่อได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเงินเดือนตามรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการแล้วให้ได้รับเงินเดือนในระดับถัดไปของแต่ละประเภทตำแหน่ง เช่น ข้าราชการระดับชำนาญการที่เงินเดือนตัน (อัตรา 43,600 บาท) ให้ได้รับเงินเดือนในระดับชำนาญการพิเศษถึงขั้นสูง (อัตรา 58,390 บาท) เป็นต้น ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

1) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษและผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ (ได้รับเงินเดือนขั้นสูงอัตรา 69,040 บาท) ให้ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ โดยให้ได้รับเงินเดือนไม่เกินอัตราที่ ก.พ. กำหนดตามข้อ 3 (2) ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ. 2551 (อัตราไม่เกิน 64,340 บาท) ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิได้รับเงินเดือนไม่เกิน 74,320 บาท (ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ด่วนที่สุด ที่ นร 1012.2/ว 6 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 เรื่อง การปรับเงินเดือนเข้าสู่บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ)

2) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิให้ได้รับเงินเดือนไม่เกินขั้นสูงของประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (อัตรา 76,800 บาท)

3) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง (ได้รับเงินเดือนขั้นสูงอัตรา 70,360 บาท) ให้ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นถึงขั้นสูง (อัตรา 74,320 บาท)

2.ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างประเภทต่างสายงาน หรือต่างระดับ และเงินเดือนที่ได้รับอยู่สูงกว่าเงินเดือนขั้นสูงหรืออัตราเงินเดือนสูงสุดสำหรับตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมโดยให้ได้รับเงินเดือนตามข้อ 1 ตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างประเภทต่างสายงาน หรือต่างระดับ

3.ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ 1 ให้ได้รับเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน หรือวันที่ 1 ตุลาคม ตามรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการโดยคำนวณจากฐานในการคำนวณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของตำแหน่งที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นดำรงตำแหน่งอยู่ (ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552) ยกเว้นกรณีผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสและประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ในสายงานที่ ก.พ. กำหนดอัตราเงินเดือนสูงสุดไว้ เมื่อได้รับเงินเดือนถึงอัตราเงินเดือนสูงสุดที่ ก.พ. กำหนดแล้วแต่กรณีแล้วให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนโดยคำนวณจากรากฐานในการคำนวณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสหรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ระดับบน  2 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552

ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดต้องพ้นจากราชการเพราะเหตุเกษียณอายุ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนดังกล่าวในวันที่ 30 กันยายน ของปีสุดท้ายก่อนที่จะพ้นจากราชการเพราะเหตุเกษียณอายุ

4.ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เมื่อได้รับเงินเดือนจนถึงอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดหรืออัตราเงินเดือนสูงสุดที่ ก.พ. กำหนดแล้ว ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้างถึงขั้นสูง หรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง

5.ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่งอยู่ในวันที่หลักเกณฑ์และวิธีการนี้มีผลใช้บังคับ ให้นำค่าตอบแทนดังกล่าวมารวมเป็นเงินเดือน ในกรณีที่มีเศษไม่ถึงสิบบาทให้ปรับเป็นสิบบาท และให้ได้รับเงินเดือนในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์และวิธีการนี้มีผลใช้บังคับ

6.กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ให้นำเสนอ ก.พ. พิจารณา

การมีผลใช้บังคับ ให้หลักเกณฑ์และวิธีการข้างต้น มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 18 ต.ค. 2559 เวลา 21:30:09 น.
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^