LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา 04 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) สพป.เพชรบุรี เขต 1 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา 04 ธ.ค. 2559สพป.เพชรบุรี เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 7-13 ธ.ค.2559 04 ธ.ค. 2559สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร2-14ธ.ค.59 04 ธ.ค. 2559สพป.จันทบุรี เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา 04 ธ.ค. 2559สอบคัดเลือก ผอ.ร.ร.สังกัด สพป.พังงา ไร้ปัญหา 04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์

สนช.ผ่านวาระแรก แก้กม.ติดดาบกยศ. ล้วงตับทวงหนี้นศ. ห่วงประจานผู้กู้เงิน

  • 10 ก.ย. 2559 เวลา 16:03 น.
  • 10,209 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สนช.ผ่านวาระแรก แก้กม.ติดดาบกยศ. ล้วงตับทวงหนี้นศ. ห่วงประจานผู้กู้เงิน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สนช.ผ่านวาระแรก

แก้กม.ติดดาบกยศ.

ล้วงตับทวงหนี้นศ.

ห่วงประจานผู้กู้เงิน

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เมื่อวันที่ 9 กันยายน ได้ลงมติรับหลักการวาระที่ 1 ด้วยเสียงท่วมท้นต่อร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)พ.ศ.... ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอการประชุมสนช.ครั้งนี้ มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลังเป็นผู้ชี้แจงร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวว่า เป็นการปรับปรุง แก้ไขจากพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาปี 2541 โดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาและสำนักงานขึ้น

พร้อมกับจัดตั้งคณะอนุกรรมการกำกับการชำระเงินคืนกองทุน เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบและกำกับดูแลให้การชำระเงินคืนกองทุนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขของคณะกรรมการ โดยให้อธิบดีกรมบัญชีกลาง ทำหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการ

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษากรณีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักเพื่อตอบสนองการผลิตกำลังคน สาขาวิชาขาดแคลนกำลังคน หรือ กองทุนส่งเสริมเป็นพิเศษ หรือเป็นเด็กเรียนดี เรียนเลิศ ซึ่งการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพการคืนเงินแก่กองทุนมากยิ่งขึ้น และทำให้เงินงบประมาณหมุนเวียนเพื่อการศึกษาส่งผลถึงกับผู้กู้ยืมรุ่นหลังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในหมวดเฉพาะ หรือหมวด 5 ของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมนับแต่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้ว และเพื่อประโยชน์ในการติดตามชำระเงินคืนของคณะกรรมการ ให้สามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือบุคคลที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้ พร้อมกับสามารถเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืม หรือการชำระเงินของผู้กู้ ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือบุคคลตามที่ร้องขอได้

ทั้งนี้ สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเคารพข้อมูลสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงมาตรการติดตามชำระเงินคืน ควรแบ่งประเภทมาตรการโดยยึดวัตถุประสงค์ของกยศ.ที่มุ่งหวังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

โดยเฉพาะนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสนช. อภิปรายแสดงความเป็นห่วงว่า การให้คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเปิดเผยข้อมูลของผู้กู้แก่บุคคลอื่นนั้น มองว่าเป็นปัญหายิ่งกว่าระบบพร้อมเพย์ จึงควรมีการจำกัดกรอบการเข้าถึงข้อมูลหรือไม่เพื่อรักษาสิทธิความเป็นมนุษย์

เช่นเดียวกับ พลเรือเอก วัลลภ เกิดผล สมาชิกสนช. ที่เห็นว่า ควรพิจารณาให้มีความถี่ถ้วน โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงกรณีผู้กู้ยืมต้องแจ้งนายจ้างรับทราบว่าเป็นผู้กู้ยืม กยศ.หลังจากรับเข้าทำงานแล้ว 1 เดือน เพื่อให้นายจ้างจะรับทราบว่าผู้เข้าทำงานมีหนี้สินอยู่กับภาครัฐ และการมีบทลงโทษนายจ้างที่ไม่ส่งเงินจากการหักเงินเดือนลูกจ้าง ให้นายจ้างรับผิดแทนนั้น มองว่าควรมีการศึกษาข้อดีข้อเสียถึงการแจ้งต่อนายจ้างก่อนหรือหลัง เพราะหากกำหนดแจ้งนายจ้างทราบภายหลังอาจเกิดการปัดความรับผิดชอบ แต่หากสามารถแจ้งนายจ้างรับทราบก่อนให้ผู้กู้เข้าทำงานน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับนายจ้างมากกว่า

ด้าน นายตวง อันทะไชย สมาชิกสนช. มองว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนฯที่ผ่านมา กลับทำตัวเองเป็นเจ้าหนี้ หรือจ้างบริษัทเอกชนโดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อทวงถามหนี้ โดยลืมวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าอนาคตจะต้องไม่เป็นซ้ำเดิมอีก อีกทั้งเห็นว่าผู้กู้บางรายแม้จะจบการศึกษามาแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่มีงานทำ จะเอาเงินที่ไหนคืน ซึ่งต้องแยกมาตรการในการผ่อนปรนเป็นสองส่วน ซึ่งนอกจากสร้างโอกาสแล้ว ควรมีการสร้างงานให้ด้วยหรือไม่ ถ้าสร้างโอกาส สร้างงานแล้ว ยังทำไม่ได้ ค่อยมีมาตรการขั้นต่อไป

 

ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปรายของสมาชิก รมช.คลัง ชี้แจงยืนยันว่า การเข้าถึงข้อมูลผู้กู้นั้น เพื่อประโยชน์ติดตามทวงถามหนี้ในการหักเงินเท่านั้น คงไม่ก้าวล่วงเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งจะต้องเป็นเข้าถึงโดยยินยอมของผู้กู้ด้วย

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก:: หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 10 กันยายน 2559

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^