LASTEST NEWS

24 เม.ย. 2560อาชีวะขอแยกเกณฑ์ทำวิทยฐานะ 24 เม.ย. 2560เล็งหารือ ก.ค.ศ.ปรับแนวทางสอบครูผู้ช่วยใหม่ 24 เม.ย. 2560ว่าด้วยเรื่อง การเรียนหลักสูตรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ป.ตรี ป.โท ป.เอก หรือ ป.บัณฑิตวิชาชีพ 24 เม.ย. 2560อาชีวะให้72 สาขาไม่มีตั๋วสอบครูผู้ช่วย 24 เม.ย. 2560อาชีวะขอแยกเกณฑ์ทำวิทยฐานะย้ำลักษณะงานแตกต่างสังกัดอื่น 24 เม.ย. 2560สอศ.เปิดสอบครูผู้ช่วยอาชีวะ 572 อัตรา (สมัครทางอินเทอร์เน็ต) 24 เม.ย. 2560พูดจนเหนื่อยเกณฑ์วิทยฐานะใหม่..ครูไม่เสียสิทธิใดๆ 24 เม.ย. 2560โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับสมัครอาจารย์ผู้สอน 7 อัตรา 24 เม.ย. 2560โรงเรียนวัดบางพูน รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000บาท(สมัคร25-29เม.ย.60) 24 เม.ย. 2560เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ที่ชนะใจกรรมการ โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ

มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ( 26กรกฎาคม 2559)

  • 27 ก.ค. 2559 เวลา 10:56 น.
  • 7,816 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ( 26กรกฎาคม 2559)

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 315/2559
อนุมัติร่างกฎ ก.ค.ศ.การให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)


ศึกษาธิการ - ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 26 กรกฎาคม 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติร่างกฎ ก.ค.ศ. การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)

>> อนุมัติร่างกฎ ก.ค.ศ. การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎ ก.ค.ศ. การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงาน ก.พ., สำนักงาน ก.พ.ร., กระทรวงการคลังไปพิจารณาดำเนินการด้วย

โดยมีสาระสำคัญคือ แก้ไขเพิ่มเติมกฎ ก.ค.ศ. การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) พ.ศ. 2555 สรุปรายละเอียด ดังนี้

 

>> เห็นชอบโครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์

คณะรัฐมนตรี มีมติ

1. เห็นชอบในหลักการโครงการทุนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์
2. ให้กระทรวงศึกษาธิการแจ้งคณะกรรมการที่ทำหน้าที่อำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว ในโอกาสแรกเพื่อให้เกิดการบูรณาการในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติต่อไป
3. ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รับเรื่องนี้ไปประกอบการพิจารณาจัดทำแผนการให้ทุนการศึกษาและทุนวิจัยของประเทศในระยะต่อไปในทุกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี รวมทั้งความต้องการบุคลากร องค์ความรู้ และทักษะที่จำเป็นของภาคราชการและภาคเอกชน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
สาระสำคัญของโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแพทย์และถวายเป็นราชสักการะและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา และเพื่อสนองพระปณิธานขององค์ประธานมูลนิธิจุฬาภรณ์ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่บุคคลทั่วไปสำหรับศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ ต่างประเทศ และผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีสาขาวิชาแพทยศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ และสาขาวิชารังสีเทคนิค

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะปฏิบัติงานชดใช้ทุน ณ วิทยาลัยวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร/อาจารย์ สำหรับการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต พยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค สาขาวิชาชีวสารสนเทศศาสตร์และชีววิทยาระบบ  ของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ รวมทั้งรองรับการให้บริการรักษาพยาบาลให้เพียงพอรองรับโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง

ทั้งนี้ เป้าหมายการดำเนินงาน/ผลผลิต จะเริ่มให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ไปจนถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยผู้รับทุนรุ่นสุดท้าย (พ.ศ. 2565) จะสำเร็จการศึกษาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการจะจัดทำรายละเอียดแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารโครงการ การติดตามและการประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะดำเนินการออกระเบียบเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสรรและการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามหลักการที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และประเมินผลโครงการทุก 3 ปี และเมื่อจบโครงการ เพื่อประเมินกระบวนการคัดเลือก ผลการปฏิบัติงานชดใช้ทุน และผลลัพธ์โครงการว่ามีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: เว็บไซต์กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ  วันที่ 26 กรกฎาคม 2559
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^