LASTEST NEWS

24 เม.ย. 2560เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ที่ชนะใจกรรมการ โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ 23 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 23 เม.ย. 2560วิธีสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย พิชิตใจกรรมการ ผ่านแบบฉลุย โดย ดร.วีระ ติวสอบ เพจการศึกษา 23 เม.ย. 2560เผยสอบครูบุรีรัมย์ ขาดสอบวันแรก 404 คน ผอ.เขตพื้นที่สั่งดูแลคนท้อง-คนป่วย กรณีพิเศษ 23 เม.ย. 2560(รับเยอะ 43 อัตรา)ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รับสมัครสอบบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 1 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 2 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 3 23 เม.ย. 256010วิธีเตรียมพร้อมสอบสัมภาษณ์ สอบครูผู้ช่วย โดยDrPongFC 23 เม.ย. 2560อบจ.ปทุมธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 15 อัตรา - บุคลากร 5 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-4พ.ค.60)

คอลัมน์: จับกระแส : เรียนฟรี 15 ปี ไม่ใช่ปฏิรูปการศึกษา

  • 27 มิ.ย. 2559 เวลา 08:36 น.
  • 1,943 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คอลัมน์: จับกระแส : เรียนฟรี 15 ปี ไม่ใช่ปฏิรูปการศึกษา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คอลัมน์: จับกระแส : เรียนฟรี 15 ปี ไม่ใช่ปฏิรูปการศึกษา

          ลอย ลมบน [email protected]

          กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 ออกคำสั่งให้จัดการศึกษาฟรีตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า หรือเรียนฟรี 15 ปี หากมองข้ามประเด็นด้านการเมืองแล้ว นับว่ามีประเด็นอื่นที่น่าพิจารณาอยู่พอสมควร

          ก่อนที่จะข้ามไปประเด็นอื่น ย้อน ดูมุมทางการเมืองหลังการออกคำสั่งนี้สักเล็กน้อย หลายคนมองว่าการใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งให้จัดการศึกษาฟรี 15 ปี เพื่อปิดจุดอ่อนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคม เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกโจมตีอย่างมากที่ลดการจัดการศึกษาฟรีเหลือแค่ 12 ปี จึงเกรงว่าจะมีผลต่อคะแนนสนับสนุน

          ส่วนมิติอื่นที่ไม่ใช่ด้านการเมืองเกิดคำถามขึ้นมากมาย เช่น คำสั่งที่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 นี้จะมีความยั่งยืนแค่ไหน เพราะมีปัญหาว่าไปมีอำนาจเหนือกฎหมายอื่นโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญหากผ่านประชามติออกมาบังคับใช้ แต่เข้าใจว่าจะมีการเร่งออกกฎหมายมารองรับเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

          นอกจากนี้ยังเกิดคำถามตามมาว่าที่ให้เรียนฟรีนั้น ฟรีค่าอะไรบ้าง  การจัดการศึกษาฟรีที่ผ่านมาเริ่มต้นจากฟรีค่าเทอม ต่อมามีการ ต่อยอดเป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละชุด ซึ่งก็ไม่เหมือนกัน เช่น ฟรีค่า เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ค่าอาหาร ค่าหนังสือ ค่ากิจกรรม

          ย้อนมาดูการจัดการศึกษาฟรี ที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ปัจจุบันโรงเรียนแต่ละแห่งจะได้รับงบประมาณจากรัฐมา 2 ส่วน ส่วน แรกใช้เพื่อการบริหารจัดการภายใน ส่วนที่ 2 แจกเป็นคูปองหรือเงินสด ให้กับเด็กและผู้ปกครองเพื่อใช้ซื้อ เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ

          อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามักมีปัญหาร้องเรียนว่าโรงเรียนเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ปกครอง บางแห่งต้องจ่ายมากกว่าสมัยที่ต้องเสียค่าเทอมเรียนเอง ซึ่งก็มีคำชี้แจงว่าเป็นเพราะงบประมาณที่รัฐให้มาไม่เพียงพอ และการเรียกเก็บเงินเพิ่มก็มีข้อกำหนดว่าต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรงเรียน ผู้ปกครองต้องสมัครใจ และไม่ทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อน

          ที่ผ่านมามีตัวเลขว่าการอุดหนุนงบประมาณรายหัวสำหรับเด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นรัฐจ่ายอุดหนุนอยู่ที่ประมาณหัวละ 3,500 บาท ขณะที่ มัธยมศึกษาตอนปลายอยู่ที่ 3,800 บาท  หากจะให้จัดการศึกษาแบบฟรีจริงๆ ฟรีทุกอย่าง ต้องใช้เงินอุดหนุนรายหัวไม่ต่ำกว่ารายละ 10,000 บาท จึงควรทำความเข้าใจกับสังคมให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า คำว่า "เรียนฟรี" เป็นการฟรีเฉพาะค่าปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆผู้ปกครองต้องเข้ามามีส่วนร่วมจ่ายด้วย

          อย่างไรก็ตาม เรื่องการจัดการศึกษาฟรีต้องแยกออกจากการปฏิรูปการศึกษา เพราะทั้ง 2 เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง รัฐบาลชุดนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่า เข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปฏิรูปการศึกษา ส่วนเรื่องการจัดการศึกษาฟรีถ้ามองในมุมการเมืองผู้มีอำนาจในปัจจุบันเคยบอกว่าเป็นเรื่องของนโยบายประชานิยม

          จากผลการจัดอันดับความสามารถ ทางการแข่งขันนานาชาติ (Global Competitiveness Index : GCI) ล่าสุดปี 2557 โดยเวิลด์อีโคโนมิก ฟอรั่ม (World Economic Forum : WEF) แม้การจัดการศึกษาของไทย  จะไต่อันดับขึ้นมา 6 อันดับ จากปี 2556 ที่อยู่อันดับ 37 จาก 148 ประเทศ มาเป็นอันดับ 31 จาก 144 ประเทศ แต่ชาติในภูมิภาคอาเซียนทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ก็ไต่อันดับสูงขึ้นมาเช่นกัน

          WEF ประเมินความสามารถทางการแข่งขันของไทยอยู่ในระดับกลาง โดยมีคะแนนค่อนข้างดีด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค และการ พัฒนาทางการเงิน แต่สิ่งที่น่าวิตกคือ คุณภาพการศึกษาไทยอยู่ที่อันดับ 87 ซึ่งถดถอย 9 อันดับจากปี 2556  WEF ยังวิเคราะห์ปัญหาการเพิ่มขีดความสามารถของไทยไว้ 8 หัวข้อดังนี้คือ 1.ปัญหาคอร์รัปชัน 2.ความไม่มั่นคงทางการเมือง 3.ระบบราชการ 4.ความไม่ต่อเนื่องทางนโยบาย 5.ขาดความสามารถเชิงนวัตกรรม 6.ขาดระบบเชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน 7.ขาดคุณภาพการศึกษาแรงงาน และ 8.ขาดจริยธรรมการทำงานแรงงาน

          เมื่อเทียบกับกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศ WEF ย้ำว่าไทยต้องเร่งพัฒนา 3 ข้อคือ คุณภาพประถมศึกษา คุณภาพการศึกษา และคุณภาพ การจัดการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ  หากมองแยกย่อยลงไปจะพบว่า คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยอยู่ที่อันดับ 7 ของอาเซียน จากปี 2556 อยู่ในอันดับ 6 และเป็นอันดับที่ 86 ของโลก โดยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ขยับไปแทนที่ในอันดับ 6 ของอาเซียน และทิ้งห่างไทยไปอยู่ในอันดับที่ 79 ของโลก  คุณภาพของระบบอุดมศึกษาไทยอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน เป็นอันดับ ที่ 78 ของโลก ตามหลัง สปป.ลาว ซึ่งอยู่ในอันดับ 6 ของอาเซียน และอันดับที่ 57 ของโลก ส่วนประเทศกัมพูชาอยู่ในอันดับ 7 ของอาเซียน และอันดับที่ 76 ของโลก

          ผลการจัดอันดับที่ออกมาบ่งชี้ว่าการจัดการศึกษาของไทยมีปัญหาใหญ่ที่จะต้องเร่งแก้ไขในทุกระดับ ทั้งที่ กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีมากที่สุด แต่คุณภาพการศึกษากลับแย่ลงเรื่อยๆ  หากยังปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปโดยไม่ปฏิรูปจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทุกด้านเป็นอย่างมาก เพราะคนเป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศที่สำคัญที่สุด

          เรื่องคุณภาพทางการศึกษาจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่แท้จริงที่ต้องการให้เร่งแก้ไข ดีกว่ามาเถียงกันเรื่องเรียนฟรีกี่ปี ฟรีค่าอะไรบ้าง หรือกล่าวหากัน ว่าเป็นประชานิยม ใช้งบประมาณรัฐเพื่อหาเสียงจากประชาชน การใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่ง เรียนฟรี 15 ปี จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะเป็นการทำตามนโยบายพรรค การเมืองหรือรัฐบาลก่อนๆที่ทำกันมา กลายเป็นว่าที่เคยประกาศไม่สนใจคะแนนเสียง ไม่เอาประชานิยม ก็ไม่เป็นความจริง

          หากรัฐบาลทหาร คสช. จะทำอะไรให้เป็นคุณูปการกับการศึกษาไทยควรใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่มี อยู่จัดการปฏิรูปการศึกษาให้เป็น รูปธรรม โดยเน้นไปที่เนื้อหา วิธีการ เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน ดีกว่าไปคิดม็อตโต้ "ลดเวลา เรียนเพิ่มเวลารู้" ให้ดูเท่ๆ เก๋ๆ โดย ที่ไม่ได้ปรับเรื่องเนื้อหา วิธีการ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนเลย

          เรียนฟรีอาจให้โอกาสคน เข้าถึงการศึกษามากขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นคนละเรื่องกับการปฏิรูปการศึกษา

          In Brief : ย่อความ
          การใช้อำนาจ ม.44 สั่งเรียนฟรี 15 ปีของ "บิ๊กตู่" สร้างเสียงฮือฮาพอสมควร แต่การจัดการศึกษาฟรีก็ไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษา หากจะเดินตามธงของการรัฐประหารต้องเร่งปฏิรูปการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน เพราะเรียนฟรี 15 ปีของเดิมมีอยู่แล้ว ถ้าไม่ยกเลิกก็ไม่ต้องออกคำสั่งให้ยุ่งยาก

          หากยังไม่ปฏิรูปการศึกษาจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทุกด้าน

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ วันสุข ฉบับวันที่ 25 มิ.ย. - 1 ก.ค. 2559

อ้างอิงข้อมูลจาก :: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง  
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^