LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง 17 ส.ค. 2560มอบ ผอ.เขตเป็น CEO จัดระเบียบอบรมครู 17 ส.ค. 2560การตัดโอนตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและเงินอื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ (ครั้งที่ 1) 17 ส.ค. 2560เด็กไทยคว้าแชมป์ 7 ประเภท แข่งหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน 17 ส.ค. 2560ฝาแฝด 13 คู่เข้า โรงเรียนเดียวกัน

ความคร่ำครึของระบบ ออกใบประกอบวิชาชีพครู

  • 23 พ.ค. 2559 เวลา 21:38 น.
  • 18,112 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ความคร่ำครึของระบบ ออกใบประกอบวิชาชีพครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ความคร่ำครึของระบบ ออกใบประกอบวิชาชีพครู

มีข่าวว่ากระทรวงศึกษา กำลังพิจารณายกระดับภาษาอังกฤษของประเทศไทยด้วยการออกใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพครูเฉพาะด้าน ในวิชาภาษาอังกฤษสำหรับครูต่างชาติและครูไทย
สาเหตุเพราะขาดแคลนครูสอนภาษาอังกฤษ และข้าราชการครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาจริง ๆ ก็หาได้ยาก

คุณชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา บอกนักข่าวว่าได้หารือร่วมกับทีมงานวิชาการ ของรัฐมนตรีช่วยศึกษา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในประเด็นนี้และเห็นตรงกันว่า จะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้มีครูสอนภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของการขออนุญาตตามกฎกติกาของคุรุสภาปัจจุบัน
ใครไม่ทราบก็ควรจะทราบไว้ด้วยว่าตามหลักการของคุรุสภานั้น ใครจะเป็นครูต้องผ่านการอนุมัติของคุรุสภา และมีคุณสมบัติมากมายหลายอย่างที่ละเอียดยิบ ทำให้หาครูที่มีคุณภาพได้ยาก เพราะคนที่เก่งด้านไหนจะมาเป็นครูด้านนั้นไม่ได้ ต้องผ่านการสอบและต้องได้รับอนุญาตเป็น “ครู” เสียก่อน จึงจะสอนได้

อาชีพ “ครู” ของประเทศไทยจึงจำกัดเฉพาะคนที่มีใบอนุญาตของคุรุสภา คุณจะเก่งด้านภาษา วิทยาศาสตร์ ดนตรีหรืออะไรก็ตาม ไปสอนนักเรียนไม่ได้ เพราะคนเป็นครูต้องมีใบอนุญาตเป็นครู
ทั้ง ๆ ที่คำว่า “ครู” ในความหมายของการศึกษาของประเทศที่เจริญแล้ว ย่อมหมายถึงใครก็ได้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านนั้น ๆ
เพราะการจะให้เด็กเก่งต้องได้คนที่เชี่ยวชาญด้านนั้น ๆ มาสอน ไม่ใช่เฉพาะคนที่สอบใบอนุญาตเป็นครู และมีความรู้เฉพาะด้านหรือไม่ก็พิสูจน์ไม่ได้
รัฐมนตรีช่วยธีระเกียรติ เคยบอกผมว่า ระเบียบคร่ำครึของกระทรวงศึกษาแบบนี้แหละ ที่เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวง เพราะคนเก่งไม่ได้เป็นครู ส่วนครูที่มีใบอนุญาตก็ไม่แน่ว่าจะเก่งหรือสอนวิชาต่าง ๆ ได้ดี

ข้อเสนอใหม่อาจให้สถาบันภาษาอังกฤษที่เป็นที่ยอมรับสากลเช่น British Council มาสนับสนุนการประเมินความสามารถของครู เช่นการฟัง พูด อ่านและเขียน รวมถึงทักษะการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้หน่วยงานนี้รับรองมาตรฐานความรู้

คนต่างชาติคนไหนต้องการจะเป็นครูสอนภาษาก็ต้องได้รับการยกระดับมาตรฐานเช่นกัน

แม้ “ฝรั่งขี้นก” หรือ ชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวที่ถนนข้าวสาร หากโรงเรียนเปิดรับสมัคร อยากมาสอน ก็มาสอบผ่านมาตรฐานสากลนั้น
เพราะการเป็นครูที่ดีนั้นนอกจากภาษาดีแล้วก็ยังต้องมีทักษะการสอนที่ดีควบคู่ไปด้วย
ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้อย่างยิ่ง และไม่ใช่เฉพาะครูสอนภาษาอังกฤษเท่านั้น หากแต่ควรจะรวมหมายถึงครูสอนภาษาต่างชาติอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีนหรือญี่ปุ่นหรือภาษาอาเซียนอื่น ๆ ที่ยิ่งวันยิ่งจะมีความสำคัญต่ออนาคตของเยาวชนไทย

อีกทั้งเรายังต้องการผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ มาสอนเยาวชนของเราให้มีความเก่งกาจสามารถและสร้างเสริมทักษะจาก “ชีวิตจริง” ของมืออาชีพ
เพราะสิ่งที่เด็กไทยขาดคือการได้ “เรียนกับคนทำงานจริง” เหตุเพราะเงื่อนไขของระเบียบราชการ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทัศนคติที่ล้าสมัย หน่วยราชการต้องการมี “อำนาจ” ที่จะ “อนุญาต” หรือ “ไม่อนุญาต” ให้ใครทำอะไรหรือไม่ เพราะ “อำนาจ” คือผลประโยชน์และนั่นคือสาเหตุแห่งความถดถอย ของการพัฒนาประเทศอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

หาก “ปลดล็อก” เงื่อนไขอันไร้เหตุผลและเป็นคอขวด ของกระบวนการสร้างเด็กไทยได้ เราก็พอจะมองเห็นอนาคตของการเรียนการสอนเยาวชนไทยได้อีกก้าวหนึ่ง

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย : กาแฟดำ วันที่ 23 พฤษภาคม 2559, 03:00 น.

Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^