LASTEST NEWS

23 มิ.ย. 2560[ วุฒิปวส.-ป.ตรีทุกสาขา ] ห้ามพลาด!!! เปิดสอบรับราชการ 1,117 อัตรา พนักงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ 264 อัตรา 23 มิ.ย. 2560สพม.19 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 7 ตำแหน่ง 12 อัตรา 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ (ต่อ) 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ 22 มิ.ย. 2560รับเยอะ 12 อัตรา สพม.19 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูวิทย์คณิต ครูขั้นวิกฤต ครูพักนอน ครูธุรการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสวนอนันต์ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครบรรณารักษ์ เงินเดือน 15,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงาน (ไม่ใช้วุฒิครู) เงินเดือน 15,000บาท 22 มิ.ย. 2560"ชัยพฤกษ์" ดูแลครูรับผลกระทบวิทยฐานะใหม่ 22 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 317/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 20 มิถุนายน 2560

ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย.

  • 06 เม.ย. 2559 เวลา 06:53 น.
  • 1,122 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย.

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย.

"บิ๊กหนุ่ย-บิ๊กป๊อก" จับมือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่า 76 จังหวัด ลั่นตั้งบอร์ด กศจ.ครบ 22 คน ในอีกวัน-สองวัน ผู้ว่าฯ จัดประชุมได้ 7 เม.ย. "ดาว์พงษ์" วอนช่วยขับเคลื่อนปฏิรูปเพิ่มคุณภาพการศึกษาสำเร็จ วางยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการในท้องถิ่น

วันที่ 4 เม.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 10/2559 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และคำสั่งที่ 11/2559 เรื่องการบริหารราชการของ ศธ. สั่ง ณ วันที่ 21 มี.ค. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทั้ง 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนภูมิภาค เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวิดีคอนเฟอเรนซ์

พล.อ.อนุพงศ์กล่าวว่า การประชุมในวันนี้สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางการศึกษาแก่ประชาชน ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของประเทศ โดยได้มีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 10/2559 และคำสั่งที่ 11/2559 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว และได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค โดยมี รมว.ศธ.เป็นประธาน และให้ในแต่ละจังหวัดมี กศจ. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ดังนั้น มท.จึงได้ร่วมกับ ศธ.จัดการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการศึกษาให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงาน และภาคส่วนต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาคให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเอกภาพ สามารถประสาน เชื่อมโยง และบูรณาการภารกิจในเรื่องการศึกษาของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเพื่อช่วยสนับสนุนการบริหารการศึกษาและการบริหารงานบุคคล โดยมี กศจ.ทำหน้าที่บูรณาการการปฏิบัติงานทั้งหมดในพื้นที่ ดังนั้นจึงขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ ดำเนินการตามกรอบการทำงานของ ศธ.ที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า ขอมอบนโยบายสำคัญแก่ผู้ว่าฯ 1.ประเทศของเรามีปัญหาด้านการบริหาร การขาดคุณภาพการศึกษา โอกาสการศึกษา รวมทั้งการผลิตและพัฒนานักเรียนให้ตรงตามความต้องการของท้องถิ่นเพื่อการมีงานทำ 2.ผู้ว่าฯ ในฐานะประธาน กศจ. ต้องมีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษา โดยจะมีการโอนหน้าที่ของอนุคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเดิม รวมทั้งประธาน กศจ.ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการศึกษา เห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด กำกับ เร่งรัด ติดตามวางแผนจัดการศึกษา การบริหารงานบุคคล และอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด 3.ภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องมีการสรรหากรรมการ กศจ.ทั้ง 7 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น ข้าราชการครูในท้องถิ่น และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะด้านการบริหารงานบุคคลที่จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง 4.การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาระดับจังหวัด การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาของเด็กนักเรียน และ 5.การสร้างความเข้าใจและสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ได้เน้นย้ำในเรื่องการปฏิบัติงานในหน้าที่ของผู้ว่าฯ ด้านการจัดการศึกษา โดยเน้นการบูรณาการการทำงานในพื้นที่และการกำกับติดตาม โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 57 และบทบาทการประสาน เชื่อมโยงองค์กรทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ ซึ่งผู้ว่าฯ จะต้องเป็นจุดเชื่อมโยงการบริหารราชการแผ่นดินทุกระดับให้เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา และกรอบยุทธศาสตร์ของ ศธ. และยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ต้องการเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพคน

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ดาว์พงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ถึงแนวทางในการทำงานตามคำสั่งของ คสช.ที่ก่อให้เกิด กศจ.ขึ้น โดยเป็นการปฏิรูปการแก้ปัญหาการศึกษาในส่วนภูมิภาคทั้งหมด ประเด็นที่ทำความเข้าใจกับทางผู้ว่าฯ นั้นคือ เราต้องรีบให้เกิดคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาก่อน เพราะมีงานเร่งด่วนที่ครูเขารออยู่ เช่น เรื่องการจัดย้ายครูตามวงรอบ เป็นต้น โดยคณะกรรมการทั้ง 22 คนนี้ มีอยู่ 15 คนที่เป็นโดยตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่ปัญหา แต่ที่เราต้องมาคุยกันคือ อีก 7 ตำแหน่งที่ต้องมาจากการคัดสรร โดยทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาคได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา และได้นำเสนอต่อผู้ว่าฯ แล้วว่า ทางคณะกรรมการคัดสรร 7 คนนั้น ประกอบด้วย ผู้แทนครู 2 ท่าน ผู้แทนภาคประชาชน 2 ท่าน และผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ใช้วิธีเสนอรายชื่อให้ผู้ว่าฯ เลือก โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีอายุงานแค่ 3 เดือนก่อน เพราะต้องรีบทำงานเร่งด่วน

ขณะที่ทางคณะกรรมการฯ ก็จะออกกติกาในการคัดสรรตัวจริงมา ในกรรมการ 7 ท่านที่มาจากการคัดสรรนั้นเป็นผู้แทนครู ได้มอบให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปพิจารณาครูในจังหวัดนั้นๆ โดยกำหนดคุณสมบัติคือ ต้องสอนอยู่ในจังหวัดนั้นๆ มากกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับ เมื่อ สพฐ.เลือกมาแล้วก็จะนำมาเข้าบอร์ด แล้วส่งชื่อให้ผู้ว่าฯ อีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มของผู้แทนภาคประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านนั้น ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ได้จัดทำรายชื่อผู้ทรงคณวุฒิด้านต่างๆ มอบให้จังหวัด เป็นบัญชีรายชื่ออยู่ประมาณ 400 ชื่อ ให้ทางจังเลือกจังหวัดละ 3 ท่าน ซึ่งทาง พล.อ.อนุพงษ์ได้ให้ผู้ว่าฯ ส่งรายชื่อทั้งหมดนี้กลับมาที่ตนภายในวันที่ 5 เม.ย. โดยทาง ศธ.จะรีบออกคำสั่ง เมื่อออกคำสั่งก็จะเกิด กศจ.ทั้ง 76 จังหวัด โดยทาง กทม.มีตัวบอร์ดใหญ่เป็นกรรมการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ 7 เม.ย.นี้จะทำให้ทางผู้ว่าฯ เรียกประชุมได้ เพื่อทำงานที่เร่งด่วนได้ทันเดือน เม.ย.นี้

"สำหรับการดำเนินการที่อยู่ระหว่างช่วงรอยต่อ โดยเฉพาะการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูนั้นบอร์ด กศจ.ก็จะรับหน้าที่ต่อจากผู้แทน อ.ก.ค.ศ.ไปพิจารณาแต่งตั้งตามบัญชีเดิมที่เคยทำไว้แล้ว ส่วนเรื่องปัญหาทุจริตที่ยังค้างการพิจารณากว่า 100 เรื่อง ตนจะนำมาพิจารณาก่อนสรุปข้อมูลให้ กศจ.นำไปดำเนินการต่อไป" รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเสริมว่า เรื่องการศึกษามี 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1.การจัดการศึกษา ขณะนี้ทาง ศธ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ครบหมดแล้วทั้ง 6 ด้าน และออกมาเป็นโครงการทั้งหมด 65 โครงการ กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ส่วนการบริหารจัดการศึกษานั้น ตนมองว่า มท.น่าจะไปเสริมในด้านของการกำกับดูแลให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของ ศธ. และ 2.การบริหารงานบุคคล ขณะนี้ได้มีโครงสร้างอยู่แล้ว ขณะนี้ผู้ว่าฯ ในฐานะ กศจ. สามารถจะบูรณาการงานของการบริหารการศึกษา การจัดการศึกษา และการบริหารงานบุคคลได้ตามกรอบที่ ศธ.ทำไว้ ในรูปแบบของบอร์ดคณะกรรมการ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทั้ง 2 ส่วนมีกรอบการทำงานอยู่แล้ว

ต่อคำถามว่าให้อำนาจผู้ว่าฯ จะกลายเป็นการรวมศูนย์อำนาจหรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ไม่ได้ให้อำนาจผู้ว่าฯ แต่เป็นการทำให้เกิดการบูรณาการได้เป็นหลัก เพราะปัญหาของการศึกษานั้น คือบุคลากรทางการศึกษาที่น่าจะมีพอเพียง แต่ไม่สามารถเกลี่ยได้ เพราะบางแห่งขาด บางแห่งเกิน ไม่สามารถบูรณาการในเชิงนโยบายได้ ซึ่งผู้ว่าฯ จะสามารถบูรณาการได้เฉพาะในกรอบของ ศธ.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ จะต้องสามารถใช้มติของบอร์ดทำให้ได้ตามกรอบที่เขามีอยู่ ก็จะเกิดความเที่ยงธรรมของการบริหารคน.

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 5 เมษายน 2559
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^