LASTEST NEWS

20 ก.พ. 2561สอบบรรจุข้าราชการครูอย่างไรให้ได้ลำดับที่ 1 20 ก.พ. 2561เล็งผุดหน่วยงานกลางยกเครื่องปฏิรูปครูทั้งระบบ 20 ก.พ. 2561“หมอธี”สั่งสพฐ.สำรวจระเบียบที่จำเป็นต้องยกเลิก 20 ก.พ. 2561ข้อมูลเรียกบรรจุครูผู้ช่วยปี'60 ล่าสุด ขึ้นบัญชี 29,242 คน เรียกบรรจุไปแล้ว 15,985 คน คงเหลือ 13,257 คน 20 ก.พ. 2561กระทู้พันทิป...ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูเถอะครับ..เพื่อเห็นแก่การศึกษาของชาติ 20 ก.พ. 2561กรมการแพทย์ เปิดสอบล็อตใหม่ 91 อัตรา (สมัครทางInternet 21-27ก.พ.61) 20 ก.พ. 2561ขอเริ่มสอบตั๋วครูเด็กเข้าเรียนปี61 20 ก.พ. 2561โอกาสมาแล้ว! การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดรับสมัครสอบบรรจุเป็นพนักงาน ปี2561 20 ก.พ. 2561เช็คตำแหน่งงานว่างและคุณสมบัติ ด่วน! “ธนาคารออมสิน” เปิดรับสมัครพนักงาน ประจำปี 2561 20 ก.พ. 2561สพฐ.เปิดช่องขยายห้องเรียนรร.ดัง

แก้หนี้ กยศ. / โดย ลอย ลมบน

  • 04 เม.ย. 2559 เวลา 12:35 น.
  • 4,554 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แก้หนี้ กยศ. / โดย ลอย ลมบน
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แก้หนี้ กยศ. / โดย ลอย ลมบน

คอลัมน์ : ฉกข่าวฉุกคิด
ผู้เขียน : ลอย ลมบน

ปัญหาเรื่องเบี้ยวหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลัง เนื่องจากตัวกองทุนเหลือเงินน้อยจนเกรงว่าจะกระทบต่อโอกาสในการศึกษาของเด็กที่ต้องการศึกษาต่อแต่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี

ที่เงินกองทุนเหลือน้อยเพราะว่าเด็กที่กู้ยืมไปก่อนหน้านี้พอเรียนจบมีงานทำแล้วเบี้ยวหนี้ไม่ชอบใช้จ่ายเงินคืนกองทุนทั้งที่ยอดกู้ไม่มาก และเสียงดอกเบี้ยในอันตราต่ำติดดิน

ก่อนหน้านี้หลายรัฐบาลหางบมาโปะเพิ่มให้เพื่อเติมสภาพคล่องไม่ให้เด็กที่ต้องการเรียนต่อเสียโอกาส แต่เข้าลักษณะน้ำซึมบ่อทรายเติมเท่าไหร่หายหมด ช่วงหลังจึงมีการพูดถึงแนวทางตามทวงหนี้มากขึ้น

แต่ก่อนวิธีการตามหนี้ทำอยู่ทางเดียวคือการฟ้องศาลเพื่อบังคับคดี

อย่างไรก็ตามการป้องศาลเพื่อบังคับคดีดูเหมือนว่าเป็นขั้นตอนที่นานเกินไปและมีค่าใช้จ่ายตามมา จึงมีการพูดถึงแนวทางทวงหนี้วิธีอื่นมากขึ้น เช่น เอารายชื่อข้าราชการที่เบี้ยวหนี้ กยศ.ออกมาเปิดเผยกับประชาชน เอารายชื่อไปบอกนายจ้างเพื่อขอความร่วมมือในการหักเงินเดือนชำระหนี้ แต่ทั้งสองวิธีก็ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติเพราะถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หากจะบังคับหนี้ควรต้องเป็นไปตามคำสั่งศาล

ข้อเสนอล่าสุดในการทวงหนี้ กยศ.คือหากใครไม่จ่ายหนี้จะไม่ให้กระทรวงมหาดไทยต่ออายุบัตรประชาชนให้ แต่ก็มีเสียงคัดค้านดังกระหึ่มอีกตามเคย

จึงไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อติดตามหนี้คนที่เบี้ยวกู้แล้วไม่จ่ายคืนซึ่งมีมากกว่า 2,000,000 คน คิดเป็นวงเงินกว่า 52,000 ล้านบาท

คงต้องกลับไปคิดกันใหม่ว่าจะติดตามทวงหนี้จากคนเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งแนวทางดำเนินการก็อิงกับกฎหมายเป็นหลัก หากยังไม่มีกฎหมายรองรับรัฐบาลทหารคสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จดีดนิ้วทีเดียวได้ทุกอย่างตามต้องการ ก็ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องไปประชุมพิจารณาร่วมกันเพื่อออกกฎหมายมาบังคับใช้กับคนเหล่านี้

ยกตัวอย่างเช่น หากจะหักบัญชีเงินเดือน ไม่ว่าคนนั้นจะรับราชการหรือทำงานบริษัทเอกชน ก็ออกกฎหมายมารองรับให้หักบัญชีเงินเดือนใช้หนี้ เมื่อเรียนจบแล้วเริ่มต้นทำงานจะมีข้อมูลรายงานไปที่หน่วยงานรัฐ เมื่อหน่วยงานรัฐรับรู้ว่าผู้กู้เริ่มมีงานทำมีรายได้ก็เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อหักบัญชีเงินเดือนใช้หนี้

หรือถ้าเห็นว่ายุ่งยากก็ไม่ต้องทำอะไรให้วิธีเดิมคือฟ้องศาลบังคับคดีถือว่าเหมาะสมที่สุด แม้จะมีรายจ่ายเพิ่มในการฟ้องร้องบ้างแต่ถือว่าเป็นแนวทางที่ทุกคนให้การยอมรับมากที่สุด โดยอาจมีการออกกฎระเบียบเพิ่มขึ้นมา เช่น คนเป็นหนี้ กยศ.ไม่สามารถใช้บริการกู้เงินจากธนาคารของรัฐ ไม่ได้สิทธิการลดหย่อนภาษี เป็นต้น

ที่อ้างว่าคนเบี้ยวหนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีรายได้น้อย หากนำเงินไปจ่ายหนี้ กยศ.แล้วจะเหลือเงินไม่เพียงพอใช้จ่ายแต่ละเดือน คงไม่เป็นความจริง เพราะต้องนึกย้อนไปถึงตอนกู้เงินไปเรียน ตอนนั้นไม่มีรายได้ มีแต่เงินกู้ซึ่งไม่มากยังพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำไมเมื่อทำงานมีรายได้แต่ละเดือนมากกว่าจึงเงินเหลือไม่พอใช้หากใช้หนี้ กยศ.

ถ้าคนกู้ไม่มีจิตสำนึกที่จะใช้คืนก็ต้องใช้วิธีการบังคับ แต่ก็ต้องเป็นวิธีทีการที่สมควรแก่เหตุและต้องมีกฎหมายรองรับ ส่วนจะต้องทำอย่างไรเชื่อว่าผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องทั้งหลายไม่น่าจะอับจนปัญญาที่จะแก้ไขเรื่องนี้

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ วันที่ 4 เมษายน 2559
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^