LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี

แถลงข่าวความคืบหน้าการขับเคลื่อนบริหารราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

  • 29 มี.ค. 2559 เวลา 08:58 น.
  • 3,219 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แถลงข่าวความคืบหน้าการขับเคลื่อนบริหารราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 143/2559
แถลงข่าวความคืบหน้าการขับเคลื่อนบริหารราชการ
ของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เมื่อวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2559 ที่ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ (MOC)
 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่ คสช. ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเพื่อบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้รับเสียงสะท้อนกลับมาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งคำชื่นชม ความเห็นต่าง ซึ่งก็มีทั้งเจตนาบริสุทธิ์และบางส่วนก็มีเจตนาที่จะบิดเบือน จึงขอเรียนชี้แจงต่อสื่อมวลชนใน 4 ประเด็นที่สำคัญ ดังนี้


>> ประเด็นที่มีความคลาดเคลื่อนและการสร้างความกังวลใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา

ซึ่งเกิดจากข้อมูลในแหล่งต่างๆ ที่มีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครูที่จะต้องโอนไปอยู่ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), การเปลี่ยนตำแหน่งครูเป็นพนักงานราชการ, จะไม่มีเงินวิทยฐานะ, ไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ, ในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็จะถูกยุบให้เหลือจังหวัดละเขต, จะมีมาเฟียเพิ่มขึ้นในแต่ละจังหวัด, กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเดิมอาจกลับเข้ามารับตำแหน่งอีก, ผู้บริหารโรงเรียนจะถูกประเมินโดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.), การยุบคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.), ยกเลิกโครงการเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (ช.พ.ค.), ในอนาคตรัฐจะจัดการศึกษาโดยใช้คูปอง และจะมีโรงเรียนเอกชนเกิดขึ้นในทุกตำบล นั้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่าข้อมูลต่างๆ ข้างต้นล้วนแล้วแต่ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น จึงขอให้ครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าได้หลงเชื่อหรือตื่นตระหนก และอย่าได้กังวลใจใดๆ เพราะขณะนี้ครูและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายังคงอยู่ โดยมีตำแหน่งและสถานะเหมือนเดิม รวมทั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ สกสค.เช่นกัน ในส่วนของการประเมินผู้บริหารโรงเรียนนั้น ยังคงอยู่ในอำนาจบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการตามลำดับชั้น ได้แก่ ศึกษาธิการภาคเป็นผู้ประเมินศึกษาธิการจังหวัด, ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประเมินผู้บริหารโรงเรียน และผู้อำนวยการโรงเรียนจะเป็นผู้ประเมินครู

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีการบิดเบือนข้อมูลว่ายังไม่มีความเหมาะสมทางวิชาการและไม่มีประสบการณ์ด้านการศึกษานั้น เชื่อว่าด้วยอำนาจหน้าที่ที่ระบุในคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการการศึกษาในแต่ละจังหวัดในรูปแบบขององค์คณะบุคคล ประกอบกับผู้ว่าราชการจังหวัดในยุคนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ รู้บทบาทของตนเอง และรู้ปัญหาจุดอ่อนในพื้นที่เป็นอย่างดี ย่อมจะช่วยบูรณาการงานด้านการศึกษาทุกส่วนในจังหวัดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดที่เข้ามาช่วยงานด้านการศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

>> ข้อเสนอแนะของนักวิชาการและนักการเมือง

ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะในหลายประเด็น อาทิ การปฏิรูปเช่นนี้เป็นแบบกลับหัวกลับหาง ไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ, ไม่มีการกระจายอำนาจไปสู่โรงเรียน, มีการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วยแอพพลิเคชั่นแบบหลงทิศทาง, มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีบ่อยครั้ง, เด็กได้อะไรจากการปรับระบบบริหารราชการในภูมิภาค เป็นต้น

ในส่วนนี้ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะหลุดออกจากวังวนเดิม เพื่อเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา ซึ่งในเรื่องของครูถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับโครงสร้างในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อนักเรียนและครูอย่างแน่นอน เพราะทำให้การเกลี่ยครูและการบรรจุแต่งตั้งในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น สามารถใช้บัญชีครูและผู้บริหารในการบรรจุแต่งตั้งในพื้นที่ขาดแคลนได้อย่างคล่องตัว โรงเรียนได้ครูที่ตรงกับความต้องการ ทำให้มีครูครบชั้นเรียน มีครูสอนตรงวิชาเอกและครูมีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนโดยตรง นอกจากนี้ระบบการบริหารราชการใหม่ ได้มีการกระจายอำนาจไปยังระดับจังหวัด ซึ่งมีจำนวนผู้เกี่ยวข้องมากขึ้นกว่าเดิมด้วย ส่วนจะกระจายอำนาจไปยังโรงเรียนได้อย่างไรนั้น จะใช้แนวทางด้านความพร้อมเป็นตัวกำหนด หากโรงเรียนใดพร้อมก่อนก็จะกระจายอำนาจไปให้ แต่จะไม่ใช้ปัจจัยด้านเวลามาเป็นตัวกำหนด

ส่วนการใช้แอพพลิเคชั่นภาษาอังกฤษ หรือ Echo English นั้น ออกแบบมาเพื่อใช้ฝึกภาษาอังกฤษแก่ประชาชนทั่วไปให้ง่ายต่อการฝึกฟัง พูด อ่าน เขียน การใช้คำศัพท์หรือประโยคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันผ่านสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการ Android และ iOS แต่ในส่วนของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน ยังคงสอนโดยครูตามปกติ พร้อมทั้งมีการสนับสนุนส่งเสริมผ่านกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ และมีการพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษ (Boot Camp) 350 คน โดยวิทยากรจากต่างประเทศ 30 คน และจะขยายผลต่อเนื่องให้มีการพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษจำนวน 3,000 คนภายในปี 2559 ด้วย

>> การขับเคลื่อนการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการในระดับภูมิภาค

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการบริหารงานในระดับภูมิภาคหลายส่วน อาทิ

- หลักเกณฑ์การสรรหากรรมการและวาระการดำรงตำแหน่ง
- คู่มือการบริหารงานบุคคลในศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เร่งดำเนินการจัดทำ เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติต่อไปในทุกระดับ
- ตัวชี้วัด (KPI) เพื่อประเมินการทำงานในทุกระดับ ตั้งแต่ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ผู้บริหารโรงเรียนในระดับเล็ก-กลาง-ใหญ่-ใหญ่มาก ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยต่อไปด้วย
- การออกคำสั่งให้ อ.ก.ค.ศ.หน่วยงานอื่นๆ ทำหน้าที่เช่นเดิมทุกประการ ยกเว้น อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่ยุบไปเท่านั้น 
- ประชุมหารือกับสำนักงาน ก.พ. และ ก.พ.ร. เพื่อเกลี่ยอัตรากำลังในระดับภาคและจังหวัด จากนั้นจะออกคำสั่งแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัดด้วย
- การบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ  หากเป็นการย้ายในสังกัด สพป. ให้เป็นไปตามเดิมคือ สพป.พิจารณาย้ายภายในจังหวัด ส่วนสังกัด สพม. หากย้ายภายในจังหวัดให้ กศจ.พิจารณาอนุมัติ แต่หากย้ายข้ามเขตจังหวัด ให้ สพม. พิจารณาคัดเลือกรายชื่อ แล้วเสนอขึ้นมาให้ส่วนกลางอนุมัติ
- การสอบบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย หลักเกณฑ์การสอบต่างๆ ที่ได้ประกาศไปแล้ว ยังใช้หลักเกณฑ์เดิมในการสอบทุกประการ จึงย้ำว่าผู้เข้าสอบไม่ต้องกังวล
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งนี้ อาจจะดูเหมือนทำให้สายการบังคับบัญชายาวขึ้น แต่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการบริหารงาน ซึ่งหลักการสำคัญของกฎหมายใดๆ ที่ออกมาใหม่ คือ จะไม่ให้คนเดิมเสียสิทธิ์

>> ฝากสื่อมวลชนเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวฝากให้สื่อมวลชนช่วยเป็นแรงสนับสนุนในการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานในเรื่องนี้ให้ประชาชนและสังคมได้รับรู้ โดยเฉพาะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจหรือหลงเชื่อข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากคนบางกลุ่ม ซึ่งตนพร้อมยินดีที่จะรับฟังข้อเสนอและข้อมูลที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษา แต่หากเป็นข้อมูลที่ไม่สร้างสรรค์หรือมีเจตนาสร้างความเคลื่อนไหวใดๆ ขอเตือนว่าอย่าได้ทำ แต่ขอให้มาช่วยกันทำงาน ช่วยกันปฏิรูปการศึกษาให้ก้าวไปข้างหน้า

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการบริหารงานบุคคลและขับเคลื่อนการทำงานในการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค จำนวน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ และสายด่วน 1579 ตลอด 24 ชั่วโมง
 

อนึ่ง ในวันจันทร์ที่ 4 เมษายนนี้ เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย, 
รมว.ศึกษาธิการ และ รมว.มหาดไทย จะประชุมทางไกล (VDO Conference) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ


ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 28 มีนาคม 2559
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^