LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

การบ้านจำเป็นสำหรับเด็กประถมหรือไม่? / ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

  • 28 มี.ค. 2559 เวลา 12:57 น.
  • 2,966 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
การบ้านจำเป็นสำหรับเด็กประถมหรือไม่? / ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

การบ้านจำเป็นสำหรับเด็กประถมหรือไม่? / ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ 

       
จากการศึกษาพบว่า ไม่มีงานวิจัยชิ้นใดที่บ่งชี้ชัดว่าการบ้านจะช่วยพัฒนาการเรียนของเด็กวัยประถมศึกษาได้ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยดุ๊ก แห่งสหรัฐอเมริกา พบว่า นอกจากการบ้านไม่ได้ช่วยให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านการเรียนที่ดีขึ้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องต่อสู้ เสียทั้งความรู้สึก เสียทั้งน้ำตา ที่ต้องช่วยทำการบ้านกับลูก และช่วงเวลาที่เสียไปนั้นไม่ได้ช่วยให้ลูกมีการเรียนที่ดีขึ้น

       
       ครอบครัวมากมายหลายล้านครอบครัวต้องต่อสู้กับลูกในการทำการบ้านทุกค่ำคืน การให้การบ้านอาจถือว่าเป็นการฝึกความรับผิดชอบ ช่วยให้เด็กเข้าใจในภาคปฏิบัติ แต่บางครั้งการบ้านที่ยากเกินไปสำหรับเด็ก หรือบางครั้งอาจจะยากไปสำหรับผู้ปกครองด้วยซ้ำไม่สามารถช่วยลูกให้รักการเรียนได้ จากสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เด็กต้องทำการบ้านในแทบทุกวิชาที่เรียน แม้ว่าการบ้านจะถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับเด็กแต่ต้องขึ้นอยู่กับอายุของเด็กเป็นสำคัญด้วย
       
       สำหรับเด็กในวัยประถมศึกษา งานวิจัยค้นพบว่า การศึกษาและเรียนรู้ในชั้นเรียนทำให้เด็กเรียนรู้และได้ผลดีมากกว่าการที่ต้องกลับมาทำการบ้านที่บ้านหลังจากเลิกเรียน เพราะนั้นเป็นเหมือนงานที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิม เช่นเดียวกับในช่วงมัธยมต้น ความสัมพันธ์ระหว่างการบ้านกับความสำเร็จทางด้านของวิชาการนั้นจะขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ในชั้นเรียนมากกว่าการบ้านที่ทำ แต่เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่วัยมัธยมปลายการบ้านจะถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และช่วยเสริมด้านวิชาการ แต่ในเวลาเดียวกันไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงต่อคืน เพราะหากใช้เวลามากกว่านั้นจะเป็นโทษมากกว่าประโยชน์ งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นชัดว่าการให้การบ้านเด็กประถมนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลย 
       
       ให้เรามาดูเรื่องของรายละเอียดของงานวิจัยนี้กัน ผลของการวิจัยชี้ให้เห็นว่าเด็กได้รับประโยชน์ทางด้านของการเรียนน้อยมากจากการทำการบ้าน และผลที่ตรงกันข้ามที่ได้คือ ผลในทางลบต่อทัศนคติในการไปโรงเรียนของเด็ก ซึ่งตรงกับมีงานวิจัยมากมายที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าและทดลองกับเด็กอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่เรากลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง คือการบ้านมีผลทางลบต่อเด็ก มากกว่าผลดี เพราะเมื่อเด็ก ๆ เริ่มเข้าโรงเรียน สมควรที่จะได้รับการพัฒนาให้มีความรักในการเรียนมากกว่าการนั่งทำการบ้านในตอนเย็น การบ้านสำหรับเด็กเล็กนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา การต่อต้านการไปโรงเรียน การมีทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง และยิ่งในระยะยาว จะฝังในก้านสมองทำให้เด็กไม่อยากมาโรงเรียน ยิ่งถ้าเป็นเด็กในวัยอนุบาลด้วยแล้ว เด็กเล็กเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับการบ้านอีก 13 ปีที่อยู่เบื้องหน้าเขาในอนาคต
       
       นอกจากนี้ การทำการบ้านในวัยเด็ก ยังมีโทษมากมายในเกิดขึ้นที่ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว การทะเลาะกัน ความเห็นไม่ตรงกัน หลายครอบครัวต้องว่ากล่าว โต้เถียง ประชดประชันและเปรียบเทียบลูกกับเด็กอื่นในทุกค่ำคืน ทำให้เด็กสูญเสียความเชื่อมั่น ไม่มีความสุข ร้องไห้ เหนื่อย และอื่น ๆ อีกมากมาย แทนที่จะได้รับความสุข ได้รับกำลังใจ หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาจากการเรียนที่แสนหนักในแต่ละวัน และหากการบ้านมีคำสั่งที่ไม่ชัดเจนพอ เด็ก ๆ มักทำด้วยตนเองไม่ได้ และต้องการการช่วยเหลือจากผู้ปกครอง เด็กต้องการให้ผู้ใหญ่ช่วยย้ำเตือนถึงงานที่ทำในชั้นเรียน เด็กจะติดนิสัยการขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เสมอ หรือในหลายต่อหลายกรณีผู้ปกครองทำการบ้านให้เสียเองเลย ซึ่งทำให้ผู้ปกครองต้องอยู่ในวังวนของการทำหน้าที่เป็นตำรวจ หัวหน้า ผู้คุม คอยดุว่ากล่าว และงานตรวจตราการบ้านเหล่านี้จะต้องติดไปจนลูกโตขึ้น การทะเลาะในทุกค่ำคืน
       
       
คำถามที่ถามบ่อย ๆ ในทุกวัน ว่า “วันนี้ลูกทำการบ้านเสร็จหรือยัง” แทนที่จะเป็นการสอนเรื่องความรับผิดชอบให้กับลูก

       
       ประโยชน์ที่แท้จริงของการบ้าน คือ การสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบ เสริมความเข้าใจในบทเรียนที่โรงเรียน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ปกครองต้องกลับมาตรวจกระเป๋าการบ้านและมาตรวจสอบดูว่าลูกทำหรือยัง แท้จริงแล้วความรับผิดชอบที่ผู้ปกครองควรมีกับลูกเมื่ออยู่ที่บ้านคือการให้ลูกช่วยให้อาหารสัตว์เลี้ยง ช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นเป็นความรับผิดชอบสำหรับเด็กวัย 6 ขวบ การนำขวดน้ำและกระเป๋ากลับบ้าน ความรับผิดชอบของเด็ก 8 ขวบ คือ แต่งตัว อาบน้ำไปโรงเรียนเอง พับผ้าห่มจัดเตียงเอง เป็นต้น สอนและทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
       
       เด็กวัยนี้ต้องการการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ต้องการการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว และการทำกิจกรรมร่วมกันกับคนที่รักอย่างสมดุล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะฝังอยู่ในสมองของเด็ก สร้างให้เด็กรักการเรียน มีสมาธิ มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และมีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น บทเรียนที่เด็กเรียนรู้ในแต่ละวันในห้องเรียนจะได้รับการจดจำและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูจัด แต่เมื่อกลับบ้านเด็กจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ปกครอง และสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับเด็ก
       
       การบ้านที่ดีเมื่อกลับมาบ้านสำหรับเด็กวัยประถม คือ การอ่านหนังสือสนุก ๆ ที่บ้าน โดยให้ลูกอ่านเองหรือผู้ปกครองอ่านดัง ๆ ให้ลูกฟังก็ได้ สิ่งที่สำคัญคือต้องสนุก หากเด็กๆเหน็ดเหนื่อยจากโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจอ่านให้ลูกฟังก็ได้ กิจกรรมหลังเลิกเรียนอาจเป็นโครงการสนุก ๆ ที่ทำกันทั้งครอบครัว การบ้านมีไว้เพื่อให้เด็ก ๆ สนุกกับการเรียน ทำให้รักที่จะมาโรงเรียนมากขึ้น มีความสนใจในบทเรียนมากขึ้น ดังนั้นหากการบ้านไม่ได้ตอบโจทย์เหล่านี้ก็ควรยกเลิกการให้การบ้านแก่เด็กในวัยประถมศึกษา
       
       
เราควรยกเลิกการบ้านสำหรับเด็กวัยประถมศึกษาหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าคิด และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของโรงเรียน งานวิจัยได้บ่งชี้ชัดจากผลของการให้การบ้านแก่เด็กวัยประถมศึกษา การบ้านไม่ช่วยให้เด็กวัยนี้มีความสุขขึ้น อีกทั้งไม่มีประโยชน์ในด้านวิชาการ กิจกรรมหลังเลิกเรียนควรเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายและสนุกสำหรับเด็ก ๆ และได้ใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว เห็นด้วยไหมคะ เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

       
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 28 มีนาคม 2559 เวลา 08:37 น.
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^