LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ

"บิ๊กตู่"ลั่นรื้อ ศธ.-ปฏิรูป แจงครูพอใจ 5 แสนคนนักวิชาการมีหนุน-ค้าน

  • 23 มี.ค. 2559 เวลา 10:00 น.
  • 1,938 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"บิ๊กตู่"ลั่นรื้อ ศธ.-ปฏิรูป แจงครูพอใจ 5 แสนคนนักวิชาการมีหนุน-ค้าน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"บิ๊กตู่"ลั่นรื้อ ศธ.-ปฏิรูป แจงครูพอใจ 5 แสนคนนักวิชาการมีหนุน-ค้าน 

         "บิ๊กตู่" แจงใช้ ม.44 รื้อ ศธ.หวังปฏิรูป ชี้ครู 4-5 แสนคนพอใจ "ดาว์พงษ์" แจง 4 เหตุผล นักวิชาการเสียงแตกทั้งหนุน-ค้าน
          กรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามคำสั่งที่ 10/2559 และคำสั่งที่ 11/2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ระบุว่า ปัญหาการจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคเกิดจากการสั่งการและการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูประบบการศึกษาให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในภูมิภาค โดยมี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ทำหน้าที่วางแผนการบริหารงานบุคคลและจัดสรรงบประมาณในระดับภูมิภาค แต่งตั้ง โอน หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ ในภูมิภาคหรือจังหวัด
          นอกจากนี้ จัดตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ โดยให้ยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และยุบเลิกคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และให้โอนอำนาจหน้าที่ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของ กศจ.ของจังหวัดนั้น

          บิ๊กตู่ชี้ครู4-5แสนคนพอใจคำสั่ง
          ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีคำสั่งคสช.ทั้ง 2 ฉบับว่า เป็นการปรับโครงสร้างให้เกิดการบูรณาการ ที่ผ่านมาเคยชี้แจงแล้วว่าอำนาจค่อนข้างกระจัดกระจายจนไม่มีอำนาจในการปฏิรูป การออกคำสั่งเพื่อให้เกิดการปฏิรูปและในช่วงนี้จึงมีความจำเป็นที่จะออกกฎหมายในมาตรา 44 ไม่ใช่ออกเพื่อจะให้การศึกษาดีขึ้น แต่มอบหมายให้รัฐมนตรีมีเอกภาพในการทำงาน แล้วจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงและ 5 แท่งงาน ซึ่งจะอยู่ในนี้ทั้งหมด ก็จะมีการเสนอแนวทางการปฏิบัติทั้งในส่วนประถม มัธยม อาชีวะ และอุดมศึกษา ซึ่งเดิมมีการแยกแท่งงานทั้งหมด พอนโยบายรัฐบาลออกไปก็ไม่สอดคล้องกันจึงต้องมาขับเคลื่อนด้วยการปฏิรูป ต่อไปเมื่อเรียบร้อยแล้วทุกคนมีความพึงพอใจยอมรับในกติกาก็จะได้เดินไปในทางเดียวกัน
          "ที่พูดทั้งหมดคือในส่วนของกระทรวงศึกษาฯ เพียงอย่างเดียว ผมมีความคิดว่าจะต้องมีการขับเคลื่อนในกิจกรรมเดียวกัน ถ้าทุกคนแยกกันทำงาน เอาแต่แผนงานของตัวเอง วันข้างหน้าก็คงไปไม่ได้ วันนี้ผมบูรณาการทั้งหมดอยู่แล้วว่าใครจะต้องไปทำตรงไหนอย่างไร ต้องคิดถึงประโยชน์สูงสุด ในส่วนของการศึกษาเองปัจจุบันก็ยังไม่สอดคล้องกัน จึงไม่สามารถผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศได้ ประชาชนในท้องถิ่นก็ไม่เกิดกระบวนการในการปฏิรูป เกิดความขัดแย้งเช่นนี้ต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผมจึงให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาฯ แต่ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ จึงต้องร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เพราะกระทรวงศึกษาฯ ลงไปถึงส่วนท้องถิ่นทั้งเรื่องของโรงเรียน การแต่งตั้ง อย่างผู้อำนวยการโรงเรียน รัฐมนตรีก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลยมันไม่ได้ ต้องลงไปดูว่าถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอำนาจจะลงไปข้างล่างทั้งหมด ก็จะเหมือนเดิมอย่างที่เป็นมา"
          นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นจึงมาลองปรับใหม่ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ เพราะที่ตรวจสอบครู 4-5 แสนคน พอใจกับคำสั่งดังกล่าว จะมีเพียงที่มีปัญหาอยู่บ้าง 2 พันกว่าคนที่เป็นผู้บริหารและยังติดอยู่กับกติกาเดิม ซึ่งพวกนี้น่าเป็นห่วงถ้ายังไม่แก้ไข และไม่ทำให้ พ.ร.บ.มีความชัดเจน อนาคตข้างหน้าก็จะแยกเป็นแท่งลงมาแบบเดิม เงินก็จะแยกเป็นแท่งๆ โดยมีรัฐมนตรีช่วยมาดูแลกันคนละสายคนละแท่ง แล้วมันจะเกิดงานได้อย่างไร ปัญหาของ บ้านเราคือการบูรณาการที่เกิดไม่ได้อย่าง แท้จริง

          "ดาวพงษ์"แจง4เหตุผลรื้อศธ.
          ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงถึงคำสั่งดังกล่าวว่า สาเหตุที่ใช้มาตรา 44 ยกเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่ฯ และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ มี 4 เหตุผลหลัก คือ 1.บูรณาการในระดับภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาแม้ทุกฝ่ายจะรับนโยบายจากกระทรวงลงไปปฏิบัติแต่ยังเป็นลักษณะต่างคนต่างทำ แต่จากนี้จะขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงในภูมิภาคกำกับดูแลภาพรวม ระดับภูมิภาคจะมี กศจ.ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ดูแล
          2.ลดช่องว่างการบังคับบัญชา ที่ผ่านมาสายการบังคับบัญชากว้างเกินไป เลขาธิการ กพฐ. 1 คนจะต้องดูแลเขตพื้นที่ 225 เขต แต่จากนี้ช่องว่างจะลดลง กระชับมากขึ้น 3.ความเป็นเอกภาพในการจัดการศึกษา โดยจากนี้ทุกองค์กรหลัก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดจะต้องร่วมกันวางแผนพัฒนาการศึกษา และ 4.ความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงพบปัญหาการบริหารบุคลากร อาทิ การเกลี่ยครู การบรรจุครูใหม่ การคัดเลือกผู้อำนวยการ และการดำเนินการทางวินัย
          พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านจะให้ สพป.เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่แทน กศจ.ไปพลางก่อน ในส่วนของศึกษาธิการภาค 18 ภาคนั้น รมว.ศึกษาธิการจะลงนามตั้งผู้ตรวจราชการปฏิบัติหน้าที่ สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนตามประเด็นปฏิรูปการศึกษา อาทิ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ คืนครูสู่ห้องเรียน การผลิตและพัฒนาครู การจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา โครงการประชารัฐ เป็นต้น
          "ส่วนที่มองว่าคำสั่งนี้เป็นการถอยหลังหรือไม่ ทั้งที่การปฏิรูปการศึกษามุ่งให้เกิดการกระจายอำนาจ แต่ผมมองว่าเวลานี้เราต้องมองว่าปัญหาของกระทรวงศึกษาฯ คืออะไร ผมไม่ได้บอกว่ากระจายอำนาจไม่ดี แต่เห็นว่าเราควรทำเมื่อพร้อม" รมว.ศึกษาธิการ กล่าว และยืนยันว่า ครูและบุคลากรทุกคนจะไม่ได้รับผลกระทบ

          กพฐ.การันตีผอ.เขตพื้นที่เห็นดี
          ขณะที่ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า การโยกย้ายครูเป็นปัญหาใหญ่ที่ สพฐ.กำลังประสบอยู่ เพราะไม่มีอำนาจเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ดังนั้นหากไม่มีคำสั่งดังกล่าวออกมาก็อาจทำให้การทำงานย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งโครงสร้างการบริหารงานบุคคลใหม่นี้ทางผู้อำนวยการเขตพื้นที่ทุกคนก็เห็นด้วย
          ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มองว่าคำสั่งนี้จะทำให้เกิดการบูรณาการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัดต่างๆ ที่จะมีกลไกที่คล่องตัวมากขึ้น ขณะที่ในส่วน สอศ.จะเกี่ยวข้องในเชิงนโยบายและที่ผ่านมาเรามีการทำงานที่ใช้กลไกระดับจังหวัดอยู่แล้ว โดยมีคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ดังนั้นเมื่อมีคำสั่งนี้ออกมาทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยวันที่ 30-31 มีนาคม สอศ.จะเชิญประธาน อศจ.จังหวัดมาชี้แจงถึงรายละเอียดและบทบาทการทำงานร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เพื่อให้เกิดความเข้าใจและทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ชี้รวบอำนาจแทนกระจายอำนาจ
          ด้านความคิดเห็นต่อคำสั่งดังกล่าว ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เป็นห่วงเมื่อมีคำสั่งออกมาเพราะปฏิรูปการศึกษามากว่า 10 ปี มีความพยายามส่งเสริมให้กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แต่การรวบอำนาจและนำมารวมไว้ที่ภูมิภาคก็เหมือนกับรวบอำนาจต่างๆ ทั้งการโยกย้ายการบริหารมาสู่ส่วนกลางเช่นในอดีต ทำให้องค์กรใหญ่และอุ้ยอ้าย การทำงานล่าช้าเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการทำแบบนี้เกิดประโยชน์อย่างไรและจะสร้างความมั่นใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างไร เพราะเวลานี้หลายคนก็เกิดความไม่มั่นใจและหวั่นวิตก และต้องไม่ลืมว่าแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ที่ผ่านมาการมีเขตพื้นที่การศึกษาช่วยให้การทำงานคล่องตัวมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องบุคลากรสามารถพิจารณาแก้ไขได้ทันที แต่เมื่อมีคำสั่งนี้ก็ไม่ต่างจากไม่ไว้ใจท้องถิ่น ดังนั้นรัฐบาลต้องตอบให้ชัดเพราะมีครูและบุคลากรจำนวนมากได้รับผลกระทบ

          หนุนคำสั่งทำให้ขอบเขตชัดเจน
          ศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า หลายคนคงรู้ปัญหา ยิ่งถ้าผนวกกับเรื่องที่ อ.ค.ก.ศ.อำนาจเยอะมาก ทั้งแต่งตั้ง โยกย้าย ประเด็นการซื้อตามระยะ ซึ่งไม่ใช่จะมีทุกที่ แต่มีเสียงเข้าหูกันอยู่เนืองๆ รวมทั้งกรณีอำนาจในการกำหนดรับวิชาเอกไม่ตรงกับความต้องการ ไม่มีอำนาจถ่วงดุล ไม่มีการคานอำนาจ ประกาศนี้น่าจะมองเห็นจุดนี้ด้วย ทั้งนี้คำสั่งจะสร้างขอบเขตที่ชัดเจนในด้านบูรณาการความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่มีหลากหลาย ทำให้ลดจำนวนผู้บริหาร แต่ก็อาจจะกระทบในแง่บุคคลที่เกี่ยวข้องเพราะตำแหน่งการบริหารแต่ละหน่วยงานมีจำนวนมาก ทั้งนี้เชื่อว่าการปรับโครงสร้างให้ศูนย์กลางตรงที่จังหวัดน่าจะเป็นผลดีต่อการผลิตครูของสถาบันการศึกษาด้วย เพราะความต้องการที่แคบเข้ามา ทุนการศึกษาและครูที่จะผลิตป้อนให้ก็จะตรงวัตถุประสงค์มากกว่า เช่นโรงเรียนขนาดเล็กก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครูเฉพาะด้าน เฉพาะวิชา ซึ่งจะสอดคล้องกับการปรับหลักสูตรใหม่ในปี 2560 นี้ด้วย
          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บรรยากาศที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25 ขอนแก่น ได้จับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับคำสั่งนี้เช่นกัน เมื่อสอบถามมีหลายคนบอกว่าทราบว่าก่อนหน้ารัฐบาลส่งสัญญาณมาโดยตลอดว่าจะเปลี่ยนแปลง แต่ไม่นึกว่าจะกะทันหัน ในฐานะผู้ปฏิบัติไม่กังวลหรือจะกระทบต่อการทำงาน เพราะทุกคนทำงานเป็นระบบ เชื่อว่าคำสั่งนี้น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นผลดีต่อการศึกษา และรัฐบาลคงเห็นแล้วว่าที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหาได้จนต้องปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ป้ายสำนักงานก็คงจะเปลี่ยนไปแต่การทำงานก็คงไม่เปลี่ยน

          ติงไม่ตอบโจทย์ปฎิรูปคุณภาพ
          ขณะที่ ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และอดีตประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 กล่าวว่า ไม่ผิดความคาดหมายที่ รมว.ศึกษาธิการเคยบอกไว้ว่าจะมีการใช้มาตรา 44 ในการปฏิรูปการศึกษา โดยคำสั่ง คสช.ทั้งสองฉบับที่ออกมาน่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นปรับรื้อระบบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการย้อนยุคไปสู่การบริหารจัดการศึกษาของประเทศไปกว่า 40 ปี แต่โดยส่วนตัว เชื่อว่า รมว.ศึกษาธิการต้องมีคำสั่งหรือออกกฎหมายติดตามมาอีกหลายฉบับแน่นอน เพราะเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปอยู่ที่การปฏิรูปคุณภาพ คือจะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโรงเรียน ซึ่งหากจะทำให้สำเร็จได้ก็ต้องทำให้โรงเรียน ครู และผู้บริหาร มีอิสระในการบริหารจัดการบนพื้นฐานของความรับผิดชอบโดยความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ซึ่งคำสั่ง คสช.ทั้งสองฉบับนี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้เลย
          นอกจากนี้ยังเห็นว่าโครงสร้างของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดที่ออกมาไปยึดติดตำแหน่งหรือตัวบุคคลที่มาจากระบบราชการมากเกินไป ควรให้มีสัดส่วนของภาคประชาสังคมในจังหวัดให้มากกว่านี้ ประเด็นที่สงสัยมากคือทั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ กศจ. และ อกศจ. ไม่มีการกำหนดวาระในการดำรงตำแหน่งไว้ รวมทั้งการแต่งตั้งศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ที่มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ปลัดกระทรวงว่าจะมีหลักประกันในการคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถและหลักประกันด้านธรรมาภิบาลอย่างไร

          อดีตรมต.ให้กำลังใจเร่งปฏิรูป
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เฟซบุ๊กของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่บทความของ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ใจความว่า คำสั่งครั้งนี้มีผลสะเทือนต่อการปฏิรูปการศึกษา คำสั่งยังมองถึงปัญหาการศึกษาไม่เป็นองค์รวม ปัญหาแท้จริงอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการที่ไม่มีเอกภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาการบริหารกระทรวงในภูมิภาคจึงเป็นการแก้ที่ปลายเหตุและไม่เป็นองค์รวม และเมื่อดูเหตุผลในการประกาศคำสั่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพไม่เป็นเอกภาพ ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาดำรงอยู่จริง แต่ไม่ตอบโจทย์ปฏิรูปศึกษาในทางสากล คือเรื่องคุณภาพการศึกษา การมีส่วนร่วม และการกระจายอำนาจ ถึงแม้ว่าคำสั่งจะเน้นบูรณาการโดยให้สอดคล้องกับแนวทางบริหารงานโดยประชารัฐ แต่เมื่อดูจุดหลักของคำสั่งเน้นบริหารงานบุคคลเอาอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายไว้ที่คนคนเดียว และจัดตั้งองค์ใหม่ใน ระดับภูมิภาค ทั้งที่หน่วยงานเขตพื้นที่ก็ ยังคงมีทั้งประถมและมัธยมศึกษา และที่สำคัญคือหน่วยงานการศึกษาในระดับอาชีวะ และระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้าร่วมบูรณาการเลย
          บทความของนายชินวรณ์ ได้มีข้อเสนอว่า 1.มองในแง่บวกว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากจะปฏิรูปการศึกษาควรจะดำเนินการโดยองค์รวมอย่างจริงจัง หากยังจัดการ ศึกษาจากข้างบนลงมาข้างล่างก็ยังสู่ความล้มเหลว ปัญหาคุณภาพการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ขาดคุณภาพมากที่สุดไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและศักยภาพการแข่งขัน แต่ฝ่ายการเมืองไม่กล้าแตะจึงมา แตะและเตะในระดับล่างคือระดับภูมิภาค เท่านั้น
          2.การปฏิรูปการเรียนรู้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพครู จึงต้องปฏิรูปครูเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะครูของครู หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยต้องเป็นที่ยอมรับและต้องมีผลงานทางด้านวิจัย 3.การลงทุนการศึกษาเป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ หากจะปฏิรูปจะต้องดำเนินการให้โปร่งใสให้ถึงตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง การระดมทรัพยากรทางการศึกษาจะต้องรับผิดชอบร่วมกันทุกภาคส่วน
          "สรุปขอให้กำลังใจกับคณะ คสช. ที่ออกคำสั่งทั้งสองฉบับนี้ และหวังว่าการแก้ปัญหาการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคควรมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ให้เร่งเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาโดยองค์รวมต่อไป อย่าเป็นเพียงที่เพื่อจะหวังให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นฐานทางการเมือง สุดท้ายจะได้ก้อนอิฐมากกว่าเสียงปรบมือนะครับ" ข้อความตอนท้ายระบุ

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^