LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2560สพฐ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยเสร็จแล้ว 23 ก.พ. 2560"หมอธี"ลั่นไม่ยุบเขตพื้นที่ฯ-ไม่ย้าย "การุณ" 23 ก.พ. 2560กศจ.สระบุรี เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 22 วิชาเอก 64 อัตรา 23 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.อนุมัติตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 3,492 อัตรา 23 ก.พ. 2560การประชุมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ICU 22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู 22 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสัดส่วนรับ ม.1 โรงเรียนต่างจังหวัด ทั่วประเทศ 224 โรง

ครม.ไฟเขียว ออกกู้โครงการบ้านประชารัฐเพื่อผู้มีรายได้น้อย อสังหาฯ ราคาไม่เกิน1.5ล้าน

  • 22 มี.ค. 2559 เวลา 22:51 น.
  • 5,605 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ครม.ไฟเขียว ออกกู้โครงการบ้านประชารัฐเพื่อผู้มีรายได้น้อย อสังหาฯ ราคาไม่เกิน1.5ล้าน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครม.ไฟเขียวโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อผู้มีรายได้น้อย ธอส.-ออมสิน-กรุงไทย ผนึกกำลังปล่อยสินเชื่อ

วันที่ 22 มีนาคม เวลา 13.30 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อสนับสนุนประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอนหรืออาชีพอิสระที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อนให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่ไม่สูงมาก และเหมาะสมกับศักยภาพของประชาชนแต่ละกลุ่ม

โดยทางกระทรวงได้ร่วมมือกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สนับสนุนสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนทั้งสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้พัฒนาโครงการและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับประชาชนกลุ่มดังกล่าวที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองหรือซ่อมแซมและหรือต่อเติมที่อยู่อาศัย

โดยมีข้อกำหนดว่าที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านประชารัฐจะต้องเป็นที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่มีราคาไม่เกิน  1.5 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งสร้างบนที่ดินของตนเอง โครงการของเอกชน หรือโครงการที่สร้างบนที่ดินของรัฐ ซึ่งครอบคลุมที่อยู่อาศัยที่สร้างใหม่ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ และทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) ของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ รวมทั้งเอ็นพีเอของกรมบังคับคดี รวมถึงการซ่อมแซมและหรือต่อเติมที่อยู่อาศัย ระยะเวลาโครงการฯ  2 ปี ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ

สำหรับมาตรการสินเชื่อ จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ธอส. ธนาคารออมสินและกรุงไทย ร่วมกันจัดวงเงินสินเชื่อประมาณ 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 2 ปี เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้เอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการเคหะแห่งชาติเข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย  ธอส.และธนาคารออมสิน จัดทำโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน วงเงิน 40,000 ล้านบาท ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 30 ปี

โดยการผ่อนปรนจะมีการกำหนดอัตราส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน หรืออัตราส่วนภาระผ่อนชำระหนี้รวมต่อรายได้สุทธิรวม แบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้าง ราคาไม่เกิน 700,000 บาทต่อหน่วย และวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมและหรือต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 500,000  บาทต่อหน่วย และอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ราคามากกว่า 700,000 บาท แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย

ด้านภาคเอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ จะต้องรับภาระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ร้อยละ 2 ของราคาที่อยู่อาศัย และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนองร้อยละ 1 ของมูลค่าจำนอง ระยะเวลา 2 ปี และรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางปีที่ 1 เเละให้ส่วนลดพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 จากราคาขายสุทธิหลังหักส่วนลดปกติ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของโครงการประชารัฐจะมีประชาชนได้รับผลประโยชน์ราว 40,000-50,000 ราย 

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 22 มี.ค. 2559 เวลา 15:27:51 น.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^