LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

ขับเคลื่อน"รร.ประชารัฐ"

  • 14 มี.ค. 2559 เวลา 15:34 น.
  • 2,850 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ขับเคลื่อน"รร.ประชารัฐ"

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ขับเคลื่อน"รร.ประชารัฐ"

สพฐ.ขับเคลื่อน "โรงเรียนประชารัฐ" ดึงเอกชน ชุมชนมีส่วนร่วมจัดการศึกษา วางแผนตั้ง คกก.ระดับจังหวัดดูแลโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 3,322 โรง มี ผอ.เขตพื้นที่ฯ นั่งประธาน

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องจากในขณะนี้รัฐบาลกำลังขับโครงการประชารัฐ ที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการมาขับเคลื่อนในเรื่องต่างๆ หนึ่งในนั้นคือการดูแลด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำผ่านโรงเรียนประชารัฐ ซึ่งภาคเอกชนจะสามารถเข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อน วางแผนให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3,322 โรง ให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ

โดยการดำเนินการขั้นแรก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็นสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 3,093 โรง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 184 โรง สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ 31 โรง และโรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 14 โรง ซึ่ง สพฐ.ได้มีการทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้บริหารเขตพื้นที่ ผู้บริหารโรงเรียนถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ให้สามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันแล้ว โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนในแต่ละเขตพื้นที่ฯ มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นประธาน

นายการุณกล่าวต่อว่า จากนี้ สพฐ.จะต้องดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนใน 4 ด้านหลัก คือ 1.การจัดทำฐานข้อมูลการศึกษาของโรงเรียนทุกส่วน เช่น ข้อมูลจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน จำนวนครู ห้องปฏิบัติการเรียนการสอน เป็นต้น เพื่อที่จะให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจที่จะนำบุตรมาเข้าเรียน ทั้งยังเป็นการเปิดความโปร่งใสให้ทุกภาคส่วนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะต้องเร่งให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ 2.เตรียมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลให้กระจายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ และใช้ในการเข้าถึงองค์ความรู้และสื่อต่างๆ 3.การเตรียมพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งจะมีทั้งการนำสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในโรงเรียน และนำวิธีการสอนในสถาบันชั้นนำมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียน เพื่อสร้างเด็กที่มีความสนใจใฝ่ค้นคว้า หาข้อมูลด้วยตนเอง รู้จักคิดวิเคราะห์ และมีคุณธรรม มีจิตสาธารณะ และ 4.การเตรียมพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำและธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา จะรวมไปถึงการพัฒนาอบรมครูผู้สอนให้สามารถเป็นผู้แนะนำและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของผู้เรียน.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 14 มีนาคม 2559
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^