LASTEST NEWS

25 มิ.ย. 2560แจ้งอีกรอบ! เทศกาลเข้าพรรษา ปี 60 หยุดชดเชยแค่ 1 วัน 25 มิ.ย. 2560ทปอ. ปรับเวลาฝึกสอนนศ.ครู ชี้เปิด-ปิดตามอาเซียน เพื่ออนาคตมหา′ลัยไทย 25 มิ.ย. 2560เลขาฯภตช. ชงบิ๊กตู่ ยกเลิกเข้าเรียน "เงื่อนไขพิเศษ" ปี 61 25 มิ.ย. 2560ทปอ.หารือหาช่วงเวลาฝึกสอนคนเรียนสายครู 24 มิ.ย. 2560หยุดชดเชย วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 1 วันเท่านั้น 24 มิ.ย. 2560สพม.39 รับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยาศาสตร์ ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ และครูดูแลนักเรียน รวม 5 อัตรา 24 มิ.ย. 2560สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับสมัครคัดเลือกเพื่อเกลี่ยอัตรากำลัง รอบ2 สมัคร5-11ก.ค.2560 24 มิ.ย. 2560สพม.24 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน 4 อัตรา ป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องใช้วุฒิครู)สมัคร21-27มิ.ย.2560 24 มิ.ย. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) สพม.42 เปิดสอบธุรการ สมัคร21-27มิ.ย.2560 24 มิ.ย. 2560สพม.42 เปิดรับสมัครพี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม (วุฒิม.6 ขึ้นไป) สมัคร 26-30มิ.ย.60

ขยะประชานิยม ยังจำแท็บเล็ตแจกเด็ก ป.1 ได้ไหม ?/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

  • 28 ก.พ. 2559 เวลา 09:28 น.
  • 1,928 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ขยะประชานิยม ยังจำแท็บเล็ตแจกเด็ก ป.1 ได้ไหม ?/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ขยะประชานิยม ยังจำแท็บเล็ตแจกเด็ก ป.1 ได้ไหม ?/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

        ยังจำได้ไหมถึงโครงการแจกแท็บเล็ตเด็ก ป. 1 โครงการประชานิยมที่ล้มไม่เป็นท่า และกลายเป็นซาก สร้างภาระให้สังคมอย่างมากมาย 
       
       ในยุคของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนโยบายแจกแท็บเล็ตเด็ก ป.1 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงถึงความเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม และไม่มีการเตรียมความพร้อมรองรับในทุกด้าน จนกลายเป็นปัญหาให้กับวงการศึกษาไทย และเด็กก็ตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง
       
       ดิฉันจำได้ว่าครั้งนั้นแม้มีนักวิชาการดาหน้าออกมาคัดค้าน และแสดงความไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลขณะนั้นก็เดินหน้าไม่สนใจ และก็แจกเด็กไปทั่วประเทศ พอเข้าสู่ปีที่ 2 ก็ทำท่าจะแจกเพิ่มอีก แต่มามีปัญหาเรื่องการสั่งผลิตจากจีนที่ไม่สามารถผลิตได้ทันตามกำหนดระยะเวลา จนเมื่อมาถึงรัฐบาลชุดคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยกเลิกโครงการนี้ไปในที่สุด
       
       นับเป็นบุญของประเทศอยู่บ้าง ที่ผู้นำขณะนั้นได้สั่งยกเลิกโครงการ อย่างน้อยก็ทำให้หยุดความเสียหายไว้แค่ที่มี
       
       แต่แค่ไอ้ “แค่ที่มี” มันก็หนักหนาสาหัสเอาการอยู่ !
       
       ดิฉันหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะได้มีโอกาสเห็นสภาพของเจ้าแท็บเล็ตที่ปัจจุบันเริ่มกลายเป็นขยะอิเลคทรอนิคส์ที่สร้างปัญหาอย่างมากให้กับบ้านเรา เพราะโดยสภาพของเครื่องที่ตอนนี้ล้วนไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ต้องกองเป็นขยะจำนวนมาก กลายเป็นซากแบบครบชุดคือทั้งแท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม
       
       ผู้บริหารสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ไม่มีใครใช้แท็บเล็ตเครื่องที่ได้รับแจกมาฟรีแล้ว เพราะเสียหมด มีทั้งที่ยังไม่ได้ใช้เลย และที่ใช้ไม่ได้ แต่สรุปก็คือ ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับสถานศึกษาอีกหลายแห่ง ด้วยหลากหลายสาเหตุ
       
       “มีปัญหาหน้าจอ เครื่องค้างและเสียบ่อย ทำให้ต้องส่งไปซ่อมที่ศูนย์เครือข่ายที่เขากำหนดไว้ แต่ก็นานมาก บางทีก็ต้องส่งไปร้านอื่น ซึ่งก็ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมเอง ตอนนี้เครื่องที่เสียก็เลยไม่ได้เอาไปซ่อม เพราะไม่รู้ว่าใครจะจ่ายค่าซ่อม”
       
       ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟ (Wi Fi) ก็เป็นอีกปัญหาอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายตอนนี้ก็เลยกองเป็นขยะอยู่ในห้องเก็บของ
       
       ความจริงประเด็นเหล่านี้ก็พอเข้าใจได้ และก็ถูกประมินก่อนหน้านี้จากบรรดานักวิชาการแล้วว่า ผลกระทบของโครงการนี้ที่ไม่ได้มีมาตราการใด ๆ รองรับ จะต้องมีมากมายมหาศาล ยิ่งปัจจุบันนี้ขยะอิเลคทรอนิคส์ในบ้านเรากำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ และกำลังจะติดอันดับโลก ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข
       
       ตัวเลขขยะอิเล็กทรอนิกส์ปี 2555 พบว่า มีประมาณ 359,070 ตัน ร้อยละ 50.38 ของปริมาณของเสียอันตรายชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 712,770 ตัน
       
       โดยสถิติขยะอิเล็กทรอนิกส์ในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมาของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า แนวโน้มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นิยมใช้ในครัวเรือนมีเพิ่มขึ้น เช่น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์/เครื่องโทรสาร และโทรศัพท์มือถือ
       
       ส่วนคอมพิวเตอร์ มีการใช้งาน 2.8 ล้านเครื่อง โดยอายุการใช้งานของโทรศัพท์มือถือ มีอายุเฉลี่ย 3 ปี ทีวีจอซีอาร์ที หรือจอก้นยาว มีอายุเฉลี่ย 6.9 ปี และโทรทัศน์จอบาง มีอายุเฉลี่ย 3.8 ปี คอมพิวเตอร์ มีอายุเฉลี่ย 3.65 ปี ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2559 จะมีซากทีวีเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ 2.8 ล้านเครื่อง โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์อีกประมาณ 10.9 ล้านเครื่อง และ 2.6 ล้านเครื่อง ตามลำดับ
       
       นั่นหมายความว่า ตัวเลขประมาณการณ์ขยะอิเลคทรอนิคส์ขณะนั้น ยังไม่ได้รวมเจ้าแท็บเล็ตประชานิยมอีกประมาณ 1 ล้านเครื่อง
       
       ในขณะที่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของสารพิษประเภทโลหะหนักที่มีมาก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอทแคดเมียม สารหนู กำมะถัน และสารเคมีอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจอมอนิเตอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปมีตะกั่วเป็นองค์ประกอบสูงถึงร้อยละ 6
       
       ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพก็ตามมาอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ตะกั่วทำลายระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ ไต ระบบเลือด และการพัฒนาสมองของเด็ก ฯลฯ
       
       ยังไม่นับรวมถึงปัญหาเรื่องสายตา เรื่องพัฒนาการของเด็ก และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย
       
       สงสารเด็กไทยที่ต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำ ๆ กับนโยบายประชานิยม และนโยบายที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองที่เหมาะสมกับการพัฒนาเด็กอย่างแท้จริง
       
       แม้เลิกแล้ว ก็ยังเหลือเป็น “ขยะ” ภาระสังคมอีก !

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 10:34 น. (แก้ไขล่าสุด 24 กุมภาพันธ์ 2559 17:27 น.)
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^