LASTEST NEWS

28 มี.ค. 2560ทบทวนเกณฑ์สอบครูใหม่ 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด...ก.ค.ศ.กำหนดเฉพาะ 25 สาขา ไม่ต้องใช้ตั๋วครู 36 สาขา ต้องใช้ตั๋วครู 28 มี.ค. 2560เช็ครายชื่อ 61 กลุ่มวิชาเอก ที่ใช้เปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560เปิด 10จังหวัด ที่มีอัตราว่างมากที่สุด ใช้สำหรับเปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560ไทยแลนด์4.0เปิดทางคนไม่จบครู-สอบครูได้ 28 มี.ค. 2560โรงเรียนเอกชนร้องสมองไหล"ไม่มีตั๋วสอบครูได้" 27 มี.ค. 2560( ด่วน! เปิดรับ 98 อัตรา ) กรมพลาธิการทหารบก รับสมัครพนักงานราชการ (ชาย-หญิง) ปี 2560 27 มี.ค. 2560ถกด่วน!!แก้ปมให้คนไร้ตั๋วสอบบรรจุครูพรุ่งนี้ 27 มี.ค. 2560สพฐ.เผย4ปี11วิชาเอกไม่มีผู้สอบขึ้นบัญชีได้ 27 มี.ค. 2560สพฐ.เตรียมติว“เทคนิคการสอน-ทำแผน-จัดครูพี่เลี้ยงประกบ” สำหรับ “ผู้ไร้ตั๋ว” สอบครูผู้ช่วยได้

รีไฟแนนซ์ "เงินทายาท" ปลดหนี้ "ครู" หรือช่วย "แบงก์"??

  • 24 ก.พ. 2559 เวลา 20:29 น.
  • 13,805 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รีไฟแนนซ์ "เงินทายาท" ปลดหนี้ "ครู" หรือช่วย "แบงก์"??

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รีไฟแนนซ์ "เงินทายาท" ปลดหนี้ "ครู" หรือช่วย "แบงก์"??

คอลัมน์ ชีพจรครู

เรื่องราวที่จะนำมาบอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อนครูได้ฟังใน "ชีพจรครู" ฉบับนี้ ไม่รู้จะเรียกว่า "ข่าวดี" หรือ "ข่าวร้าย" กันแน่ หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ธนาคารออมสินจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่ให้กับผู้กู้ที่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ แต่เป็นการใช้เงินที่ทายาทจะได้รับในอนาคตเพื่อค้ำประกัน ทั้งเงินกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) หรือเงินบำเหน็จตกทอด นำมาขอเงินสินเชื่อใหม่ เพื่อลดภาระหนี้ หรือปิดบัญชีหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ

ที่บอกว่าไม่รู้ข่าวดี หรือข่าวร้าย เพราะแม้กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะยืนยันว่ามาตรการนี้ จะช่วยลดภาระหนี้สินของครูได้จริง โดยธนาคารออมสินจะเปิดให้กลุ่มครูที่เป็นหนี้กับธนาคารกว่า 4.7 แสนคน วงเงิน 4.74 แสนล้านบาท หรือหนี้ประมาณรายละ 1 ล้านบาท ลงทะเบียนเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม โดยเงินที่ได้รับจะไม่เกินกว่าหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารออมสิน และจะลดดอกเบี้ยให้เหลือเพียง 4% ตลอดอายุสัญญา จากปัจจุบัน 6-7% 

ขณะที่ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ระบุว่า เบื้องต้นธนาคารกำหนดให้ครูที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ระยะเวลากู้ 20 ปี อายุผู้กู้ และอายุสัญญากู้ รวมกันไม่เกิน 75 ปี ที่สำคัญทายาทต้องเซ็นยินยอมให้ธนาคารรับเงินค่าสงเคราะห์รายศพ ช.พ.ค.ก่อน

"การใช้เงิน ช.พ.ค.มารีไฟแนนซ์ จะคิดจากฐานปัจจุบันที่ทายาทจะได้รับเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม ซึ่งอยู่ที่ 950,000 บาท มาตั้งเป็นวงเงินรีไฟแนนซ์ สูงสุดรายละไม่เกิน 700,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วน อาทิ สมาชิกเป็นหนี้ 350,000 บาท เมื่อเข้าร่วมโครงการ ธนาคารจะหักเงินต้นส่วนแรกทันที 350,000 บาท และส่วนที่จะคิดเป็นดอกเบี้ย 4% ต่อปี ตลอดอายุการกู้ 20 ปี รวมกับเงินค่าสมาชิก ช.พ.ค.ระยะ 20 ปี ซึ่งปัจจุบันครูต้องจ่ายเงินค่าสมาชิก ช.พ.ค.เดือนละประมาณ 600 บาท จะต้องถูกหักทันที ดังนั้น เมื่อครูเข้าร่วมโครงการ จะถือเป็นการหักเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารไปแล้ว ถ้าครูมีหนี้เงินต้นลดน้อยลง จะทำให้การผ่อนชำระหนี้ส่วนที่เหลือลดลง แต่หนี้ส่วนที่เหลือยังคงต้องผ่อนชำระในอัตรา 6.5-6.7% ต่อปี โดยครูที่เข้าร่วมโครงการจะยังได้รับเงินค่าจัดการศพจาก ช.พ.ค. 200,000 บาท และถ้ามีเงินส่วนต่างเหลือจากที่ใช้หนี้ธนาคาร ก็จะคืนให้ทายาท" นายพินิจศักดิ์กล่าว 

เรื่องนี้มีผู้รู้อธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ ว่า เงินที่ทายาทจะได้รับเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรมอยู่ที่ประมาณ 950,000 บาท แต่จะนำมาตั้งเป็นวงเงินรีไฟแนนซ์สูงสุดรายละไม่เกิน 700,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ธนาคารจะไม่ทำสัญญาให้กู้ในอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปีทั้ง 700,00 บาท เพราะจะต้องคำนวณว่าเงินจำนวนนี้เมื่อคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวลา 20 ปีแล้ว จะคิดเป็นเงินต้นที่ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปีเท่าไหร่ ซึ่งอาจเหลือเงินต้นสำหรับตั้งเป็นรีไฟแนนซ์เพียง 2-3 แสนบาทเท่านั้น ฉะนั้น หากครูเป็นหนี้อยู่ 1 ล้านบาท หนี้ที่เหลืออีก 7-8 แสนบาท จะยังต้องผ่อนชำระในอัตรา 6.5-6.7% ต่อปีเหมือนเดิม

มาตรการดังกล่าวส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ ว่าธนาคารออมสิน "ไม่" จริงใจที่จะช่วยลดภาระหนี้สินครูจริง เพราะถ้าต้องการช่วยเหลือครูจริงๆ ควรประกาศลดดอกเบี้ยไปเลย โดยไม่ต้องนำเงินในอนาคตมาตั้งเป็นวงเงินค้ำประกันเพื่อรีไฟแนนซ์ใหม่

ที่สำคัญ มองว่ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะเป็นการให้วงเงินกู้ใหม่มาใช้หนี้เก่าในอัตราดอกเบี้ยต่ำ สุดท้ายก็จะวนกลับไปสู่ปัญหาเก่าๆ ที่เพื่อนครูบางส่วนยังคงฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย แทนที่จะช่วยปลดหนี้ กลับเพิ่มภาระหนี้ และกลายเป็นการสร้างภาระให้ลูกหลานในอนาคตอีกด้วย

ซึ่งบรรดาแม่พิมพ์หลายรายฟันธงว่า การนำเงิน ช.พ.ค.มาค้ำประกันเงินกู้รีไฟแนนซ์ครั้งนี้ คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือ "ธนาคาร" เพราะจะลดตัวเลขหนี้สูญของธนาคารได้

ขณะที่ครูที่ได้ประโยชน์จริงๆ จากมาตรการนี้ มีเพียงหยิบมือเดียว!!

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 ก.พ. 2559 เวลา 11:35:26 น.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^