LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

ผลประชุม ก.ค.ศ. 1/2559

  • 28 ม.ค. 2559 เวลา 09:24 น.
  • 4,504 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลประชุม ก.ค.ศ. 1/2559

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 46/2559
ผลประชุม ก.ค.ศ. 1/2559

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันพุธที่ 27 มกราคม 2559 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
 

ให้การรับรองรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป 281 รางวัล เพื่อการประเมินวิทยฐานะ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามมติ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล โดยให้การรับรองรางวัลที่ส่วนราชการเสนอมาเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป ทั้งรางวัลระดับชาติ 206 รางวัลเดิมที่เคยเห็นชอบแล้ว และรางวัลใหม่อีก 75 รางวัล รวมทั้งสิ้น 281 รางวัล รวมทั้งเห็นชอบการกำหนดแนวทางการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเข้ารับการประเมินเพื่อให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามเกณฑ์ ว13/2556

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้ผู้ขอรับการประเมิน ยื่นคำขอพร้อมแบบรายงานและข้อเสนอในการพัฒนางานต่อผู้บังคับบัญชาได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2559 รวมทั้งผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ย้อนหลังติดต่อกัน 3 ปี ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2556-30 เมษายน 2559 หลังจากนั้นให้ส่วนราชการต้นสังกัดเสนอรายชื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือก พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. ครั้งเดียวพร้อมกัน ภายในวันที่ 30 กันยายน 2559 สำหรับรายที่เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2559 ให้ส่งถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. กลับไปทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปใหม่ เพื่อให้เป็นรางวัลที่ทรงคุณค่า มีมาตรฐานสูงที่สังคมยอมรับอย่างแท้จริง เนื่องจากรางวัลมีผลต่อการมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ และเชื่อมโยงไปถึงงบประมาณแผ่นดิน จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการที่รัฐบาลจ่ายเงินเพิ่มในส่วนนี้ รวมทั้งต้องสอดคล้องกับการใช้หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ Performance Agreement (PA) ที่จะใช้เร็วๆ นี้ด้วย

ดังนั้น หน่วยงานต้นสังกัด เช่น สพฐ./สอศ./สำนักงาน กศน. จะต้องไปพิจารณารางวัลต่างๆ ให้เหมาะสมเพื่อตอบโจทย์คุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง และหากภาคเอกชนต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดรางวัลต่างๆ ก็สามารถทำได้ โดยต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ค.ศ.กำหนด

เห็นชอบร่างกฎ ก.ค.ศ. การให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งของบุคลากรอื่นฯ ในสถาบันการอาชีวศึกษา

ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) กฎ ก.ค.ศ. การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ฉบับที่... พ.ศ. .....

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 กำหนดให้สถาบันการอาชีวศึกษา เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งส่วนราชการในสถาบันการอาชีวศึกษา จำนวน 23 สถาบัน

ซึ่งแต่เดิม ก.ค.ศ.ได้กำหนดกรอบอัตรากำลังเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค. (2) มีสองประเภท คือ ประเภทวิชาการและประเภททั่วไป แต่ในร่างกฎ ก.ค.ศ.ฉบับใหม่นี้ได้กำหนดให้เพิ่มตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค. (2) ให้มีสามประเภท คือ ประเภทวิชาการ ประเภททั่วไป และประเภทอำนวยการ (ทั้งอำนวยการระดับต้นและระดับสูง) เช่น ตำแหน่งหัวหน้าสำนัก หัวหน้าศูนย์ ฯลฯ โดยระยะแรกกำหนดไว้จำนวน 23 แห่งๆ ละ 14 อัตรา รวมทั้งสิ้น 322 อัตรา ซึ่งไม่เป็นการเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในภาพรวม และไม่ขัดหรือแย้งกับมติคณะรัฐมนตรีและมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2557-2561)

ทั้งนี้ ได้กำหนดให้ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น และระดับสูง ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา 5,600 บาท และ 10,000 บาท ตามลำดับ

อนุมัติวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ รายที่ 6 ของประเทศ

 ที่ประชุมอนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเลื่อนเป็นวิทยฐานะ "ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ" ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 17/2552 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นางกิตติกร คัมภีรปรีชา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1

ซึ่งถือเป็นรายแรกในรอบ 4 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติให้ข้าราชการครูฯ ทุกสังกัด เลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษแล้วจำนวน 5 ราย คือ 1) นายนคร ตังคะพิภพ ผอ.โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี 2) นางศรีลักษณ์ ผลวัฒนะ ครู โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์ (เคมี) 3) นางสาวพลพิมล ชาญชัยเชาวน์วิวัฒน์ ครู โรงเรียนบางมด สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์ (เคมี) 4) นายสมเดช ศรีแสง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 และ 5) นางสาวรัตนา สถิตานนท์ ครู โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย (สาขาภาษาไทย)

 เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ฯ การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนตำแหน่งประเภททั่วไปในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป  ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ สำหรับพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และใน 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สรุปสาระสำคัญ คือ

1. ต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีคุณวุฒิตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ
2. ต้องมีตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง
3. เมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้วจะต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษ

  รับทราบกำหนดการคัดเลือกและสอบบรรจุฯ ครูผู้ช่วย สพฐ.

ที่ประชุมรับทราบกำหนดการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2559 ดังนี้

1) การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2559

- ประกาศรับสมัคร ภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
- รับสมัคร วันที่ 15 – 21 กุมภาพันธ์ 2559
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559
- ประเมินประวัติและผลงาน วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2559
- สอบภาค ก และภาค ข วันที่ 12 มีนาคม 2559
- สอบภาค ค (สัมภาษณ์) วันที่ 13 มีนาคม 2559
- ประกาศผลการคัดเลือก ภายในวันที่ 18 มีนาคม 2559

2) กำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2559

- ประกาศรับสมัคร ภายในวันที่ 28 มีนาคม 2559
- รับสมัคร วันที่ 4 – 10 เมษายน 2559
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแข่งขัน ภายในวันที่ 20 เมษายน 2559
- สอบข้อเขียน ภาค ก วันที่ 7 พฤษภาคม 2559, ภาค ข วันที่ 8 พฤษภาคม 2559, ภาค ค (สัมภาษณ์) วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป
- ประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559

อนุมัติตั้งอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

 ที่ประชุมอนุมัติตั้งอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 2 เขต แทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่

1) นายกชบดินฐ ภูมิพงศ์  อนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2
2) นางสาวจารุณี บุรุษชาต  อนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร

 นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่างบัญชีการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนทางราชการต่อไป

  
ถ่ายภาพ : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ก.ค.ศ.

รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งในระดับผู้บริหารสถานศึกษาด้วยว่า จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (Public-Private Steering Committee) หรือประชารัฐ ก็เห็นตรงกันว่าการคัดสรรคนเก่ง คนดี มีความทุ่มเท ได้เข้ามาบริหารงาน โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งถือเป็นหัวใจ (Key Success) ในความสำเร็จของการพัฒนาสถานศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะให้ความสำคัญมากขึ้น รวมทั้งกรณีการกล่าวโทษหรือร้องเรียนการทุจริตต่างๆ นั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามระบบให้เกิดความรวดเร็วขึ้น โดยต้องเร่งพิสูจน์บุคคลผู้ถูกกล่าวหาด้วยความเป็นธรรม จัดวางระบบและมาตรการต่างๆ ในกระบวนการสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะจะโยงไปถึงสิทธิต่างๆ เช่น การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการรายนั้นๆ ด้วย


ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี วันที่ 27 มกราคม 2559
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^