LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560รัฐทุ่มเงินเดือนหลักแสน ชวนคนเก่งรับราชการ 30 เม.ย. 2560รถส่วนกลางใช้เป็นรถประจำตำแหน่งมิได้ 30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน

คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

  • 09 ม.ค. 2559 เวลา 20:16 น.
  • 20,131 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าว ถึงการสร้างความฉลาดให้กับเด็ก ว่า บันไดขั้นแรกที่สำคัญ คือ การสร้างวินัยด้วยการฝึกสมาธิ ฝึกการวางแผนล่วงหน้า ฝึกระเบียบวินัย ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกความรับผิดชอบ และฝึกควบคุมตนเอง ถัดมาคือการเตรียมความพร้อมทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน ซึ่งจากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า เด็กที่ได้รับการเตรียมความพร้อมทักษะทั้ง 2 ด้านนี้มักจะเรียนได้ดีกว่าเมื่อเข้าเรียนชั้นอนุบาล และพบว่า ทักษะด้านคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับการทำนายความสามารถในอนาคตได้มากที่สุด ตามด้วยทักษะด้านการอ่านและสมาธิ

พญ.อัมพรกล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมให้ลูก ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน พ่อแม่ถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กประสบความสำเร็จเมื่อเข้าโรงเรียนได้ ซึ่งมี 9 เทคนิคช่วยให้ลูกเรียนเก่ง ได้แก่ 1.ยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่เด็กเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อย 2.ร่วมมือกันวางแผนเพื่อลูก แบ่งหน้าที่ช่วยเหลือกันในการดูแลลูกด้านต่างๆ 3.พ่อแม่และครูต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อติดตามการเรียนและปัญหาของลูก 4.ให้ลูกค้นหาสิ่งใหม่ๆค้นหาสิ่งที่เด็กชอบ ช่วยให้ลูกกล้าคิดกล้าทำ 5.คอยให้กำลังใจ เพราะกำลังใจจากพ่อแม่เป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกพยายามในสิ่งที่ทำอยู่ แต่ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่กับสิ่งที่ทำไม่ได้นานเกินไป 6.ลดการเปรียบเทียบ 7.ฝึกให้ช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน 8. ฝึกให้เกิดความเคยชินและเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือคนอื่นๆ และ 9.ฝึกระเบียบวินัย ให้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด.

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่  9 ม.ค. 2559 เวลา 05:30 น.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^