LASTEST NEWS

26 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านกาดวิทยาคม รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-11ก.ค.2560) 26 มิ.ย. 2560ไม่ต้องมีวุฒิครู 7 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 เปิดสอบครูธุรการ (สมัคร28มิ.ย.-4ก.ค.60) 26 มิ.ย. 2560เทศบาลเมืองระนอง เปิดสอบผู้ช่วยครู สาขาวิชาเอกทั่วไป (สมัคร21-30มิ.ย.2560) 26 มิ.ย. 2560สศศ. เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จำนวน 5 อัตรา (รับสมัครคัดเลือกครูผู้พิการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา) 26 มิ.ย. 2560โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ รับสมัครครูอัตราจ้าง สอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารี 26 มิ.ย. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ รับสมัครเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์ 26 มิ.ย. 2560สั่งก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์บริหารงานบุคคลในพื้นที่ 26 มิ.ย. 2560"หมอธี"โละประกาศสอศ.สรรหาบอร์ดชุดใหม่ 26 มิ.ย. 2560"สมพงษ์" จี้ยุบสมศ.ดีกว่าอยู่ศธ.-ถอยหลังเข้าคลอง 25 มิ.ย. 2560แจ้งอีกรอบ! เทศกาลเข้าพรรษา ปี 60 หยุดชดเชยแค่ 1 วัน

คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

  • 09 ม.ค. 2559 เวลา 20:16 น.
  • 20,158 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าว ถึงการสร้างความฉลาดให้กับเด็ก ว่า บันไดขั้นแรกที่สำคัญ คือ การสร้างวินัยด้วยการฝึกสมาธิ ฝึกการวางแผนล่วงหน้า ฝึกระเบียบวินัย ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกความรับผิดชอบ และฝึกควบคุมตนเอง ถัดมาคือการเตรียมความพร้อมทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน ซึ่งจากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า เด็กที่ได้รับการเตรียมความพร้อมทักษะทั้ง 2 ด้านนี้มักจะเรียนได้ดีกว่าเมื่อเข้าเรียนชั้นอนุบาล และพบว่า ทักษะด้านคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับการทำนายความสามารถในอนาคตได้มากที่สุด ตามด้วยทักษะด้านการอ่านและสมาธิ

พญ.อัมพรกล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมให้ลูก ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน พ่อแม่ถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กประสบความสำเร็จเมื่อเข้าโรงเรียนได้ ซึ่งมี 9 เทคนิคช่วยให้ลูกเรียนเก่ง ได้แก่ 1.ยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่เด็กเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อย 2.ร่วมมือกันวางแผนเพื่อลูก แบ่งหน้าที่ช่วยเหลือกันในการดูแลลูกด้านต่างๆ 3.พ่อแม่และครูต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อติดตามการเรียนและปัญหาของลูก 4.ให้ลูกค้นหาสิ่งใหม่ๆค้นหาสิ่งที่เด็กชอบ ช่วยให้ลูกกล้าคิดกล้าทำ 5.คอยให้กำลังใจ เพราะกำลังใจจากพ่อแม่เป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกพยายามในสิ่งที่ทำอยู่ แต่ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่กับสิ่งที่ทำไม่ได้นานเกินไป 6.ลดการเปรียบเทียบ 7.ฝึกให้ช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน 8. ฝึกให้เกิดความเคยชินและเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือคนอื่นๆ และ 9.ฝึกระเบียบวินัย ให้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด.

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่  9 ม.ค. 2559 เวลา 05:30 น.
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^