LASTEST NEWS

30 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! สรุปจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 30 มี.ค. 2560คุรุสภาประกาศชื่อ25 มหา'ลัยได้ตั๋วครู 30 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ปลดล็อกเทียบวิชาสมัครสอบไม่ดูเกรด 30 มี.ค. 2560เปิด "25 สาขาวิชา" สอบครูไม่มีใบวิชาชีพได้ 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ไฟเขียวผู้สมัครครู ผช.ใช้เอกสารแสดงสถานะขึ้นทะเบียนสมัครแทน ‘ตั๋วครู’ ตัวจริง 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.เร่งประเมินวิทยฐานะผู้ค้างท่อกว่า 5 พันคน ก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 5 ก.ค.นี้ 29 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60 29 มี.ค. 2560นายกฯ วอนเข้าใจไทย ยังขาดครูสอนวิชาเฉพาะเก่งๆ 29 มี.ค. 2560สอบครูผู้ช่วยโคราชคึกคักวันแรกคนแห่สมัครกว่าหมื่น 29 มี.ค. 2560ผูกขาดความรู้ "หาใช่ครูไม่"!

คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

  • 09 ม.ค. 2559 เวลา 20:16 น.
  • 20,104 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าว ถึงการสร้างความฉลาดให้กับเด็ก ว่า บันไดขั้นแรกที่สำคัญ คือ การสร้างวินัยด้วยการฝึกสมาธิ ฝึกการวางแผนล่วงหน้า ฝึกระเบียบวินัย ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกความรับผิดชอบ และฝึกควบคุมตนเอง ถัดมาคือการเตรียมความพร้อมทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน ซึ่งจากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า เด็กที่ได้รับการเตรียมความพร้อมทักษะทั้ง 2 ด้านนี้มักจะเรียนได้ดีกว่าเมื่อเข้าเรียนชั้นอนุบาล และพบว่า ทักษะด้านคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับการทำนายความสามารถในอนาคตได้มากที่สุด ตามด้วยทักษะด้านการอ่านและสมาธิ

พญ.อัมพรกล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมให้ลูก ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน พ่อแม่ถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กประสบความสำเร็จเมื่อเข้าโรงเรียนได้ ซึ่งมี 9 เทคนิคช่วยให้ลูกเรียนเก่ง ได้แก่ 1.ยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่เด็กเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อย 2.ร่วมมือกันวางแผนเพื่อลูก แบ่งหน้าที่ช่วยเหลือกันในการดูแลลูกด้านต่างๆ 3.พ่อแม่และครูต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อติดตามการเรียนและปัญหาของลูก 4.ให้ลูกค้นหาสิ่งใหม่ๆค้นหาสิ่งที่เด็กชอบ ช่วยให้ลูกกล้าคิดกล้าทำ 5.คอยให้กำลังใจ เพราะกำลังใจจากพ่อแม่เป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกพยายามในสิ่งที่ทำอยู่ แต่ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่กับสิ่งที่ทำไม่ได้นานเกินไป 6.ลดการเปรียบเทียบ 7.ฝึกให้ช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน 8. ฝึกให้เกิดความเคยชินและเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือคนอื่นๆ และ 9.ฝึกระเบียบวินัย ให้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด.

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่  9 ม.ค. 2559 เวลา 05:30 น.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^