LASTEST NEWS

30 มี.ค. 2560นายกฯ หวัง รมว.ศธ.ไม่โดนล่าชื่อถอด ปัดดูถูกครูให้วุฒิอื่นสอน ยันทหารไม่จุ้นพลังงาน 30 มี.ค. 2560สำนัก สพร.ชี้แจง กรณีมีการโพสต์กำหนดการสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปี2560 30 มี.ค. 2560สมัครครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก – สมัคร "ปฐมวัย" มากที่สุด 30 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! สรุปจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 30 มี.ค. 2560คุรุสภาประกาศชื่อ25 มหา'ลัยได้ตั๋วครู 30 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ปลดล็อกเทียบวิชาสมัครสอบไม่ดูเกรด 30 มี.ค. 2560เปิด "25 สาขาวิชา" สอบครูไม่มีใบวิชาชีพได้ 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ไฟเขียวผู้สมัครครู ผช.ใช้เอกสารแสดงสถานะขึ้นทะเบียนสมัครแทน ‘ตั๋วครู’ ตัวจริง 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.เร่งประเมินวิทยฐานะผู้ค้างท่อกว่า 5 พันคน ก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 5 ก.ค.นี้ 29 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60

ครม.-ไฟเขียว บัตรประชาชนรุ่นใหม่สุดล้ำ กดเอทีเอ็ม-รูดปื๊ด

  • 23 ธ.ค. 2558 เวลา 11:00 น.
  • 3,306 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ครม.-ไฟเขียว บัตรประชาชนรุ่นใหม่สุดล้ำ กดเอทีเอ็ม-รูดปื๊ด

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครม.-ไฟเขียว บัตรประชาชนรุ่นใหม่สุดล้ำ กดเอทีเอ็ม-รูดปื๊ด

   นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่  22 ธันวาคมว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงิน แบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทยให้เข้าสู่ ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์)ครบวงจร ซึ่งจะนำมาสู่การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งบูรณาการระบบสวัสดิการสังคม การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน และ การส่งเสริมอีเพย์เมนต์ในทุกภาคส่วน

   “แผน ยุทธศาสตร์นี้ยังจะช่วยสนับสนุนนโยบายอื่น ๆ ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลอีโคโนมี โครงการระบบตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม นโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ นโยบายการส่งเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในกรณีต่างๆ ของภาครัฐ”นายอภิศักดิ์กล่าว

    ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงิน ประกอบด้วยแผนงานสำคัญ 5 โครงการ ได้แก่  1.โครงการระบบการชำระเงินแบบ Any ID (นานานาม) การทำให้การโอนเงินและการรับชำระเงินสามารถทำได้โดยง่าย โดยใช้เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือหมายเลขกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากการใช้เลขที่บัญชีธนาคารอย่างในปัจจุบัน 2.โครงการการขยายการใช้บัตรมากขึ้น โดยสร้างจุดรับเงินให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร้านค้าหรือบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ 3.โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 4.โครงการ e-Payment ภาครัฐ โดยโครงการนี้จะรวมถึงการบันทึกผู้มีรายได้น้อยอย่างสมัครใจ ซึ่งใครที่มีรายได้น้อยสามารถลงทะเบียนเพื่อให้ได้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสิทธิประโยชน์ โดยจะให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยลงทะเบียนบัตร โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย

  ทั้งนี้เมื่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีบัตรแล้ว หากต้องการใช้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ก็สามารถใช้บัตรเพื่อใช้จ่ายแทนเงินสดได้ เช่น การขึ้นรถเมล์ หรือการซื้อตั๋วรถไฟ ซึ่งอาจจะได้ลดราคาตั๋วรถไฟพิเศษ 50% หรือการรักษาพยาบาลได้ ถือเป็นการบูรณาการสวัสดิการประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรการหว่านแห เช่น รถเมล์ฟรี ที่ผู้มีรายได้ปกติก็สามารถขึ้นรถเมล์ได้  โดยการจดทะเบียนของผู้มีรายได้น้อย คาดว่าจะเริ่มในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559และ 5.โครงการการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะมีการจัดชิงโชครางวัล ซึ่งในการขับเคลื่อนโครงการทั้ง 5 จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินฯ โดยจะเร่งดำเนินการตามแผนและคาดว่าจะทุกโครงการให้เสร็จภายในปี 2560

   “แผนยุทธศาสตร์นี้คาดว่าจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนของระบบเศรษฐกิจในภาพรวมได้ ประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี จาก ประชาชน ที่จะสามารถลดต้นทุนจากการพกพาเงินสดและหันมาใช้การชำระเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์แทน และมีความสะดวกมากขึ้นจากการเชื่อมโยงของระบบชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลายจากภาคการธนาคาร ที่จะสามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี จากการลดต้นทุนการพิมพ์ธนบัตร การบริหารจัดการเงินสดและเช็ค และต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินสดที่เก็บไว้ในศูนย์จัดการเงินสด จาก ภาคธุรกิจ รวมถึงร้านค้าที่สามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี จากการลดต้นทุนการบริหารจัดเก็บเงินสดและเช็ค และการพิมพ์และจัดส่งเอกสารใบกำกับภาษี และเชื่อว่าระบบนี้จะดีที่สุดในโลก”นายอภิศักดิ์กล่าวและว่า นอกจากนั้น แผนฯจะบูรณาการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนของระบบ ผ่านการพัฒนาระบบนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม และระบบนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลภาษีที่ครบถ้วนมากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายการบริหารจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการรายได้ที่ดีเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ


ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เวลา 22:48:28 น.
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^