LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย

"ดาว์พงษ์" ยันสอบตกให้ซ่อมก่อนซ้ำชั้น

  • 22 ธ.ค. 2558 เวลา 13:59 น.
  • 345 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"ดาว์พงษ์" ยันสอบตกให้ซ่อมก่อนซ้ำชั้น

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"ดาว์พงษ์" ยันสอบตกให้ซ่อมก่อนซ้ำชั้น 

          ดาว์พงษ์แจงแนวคิดสอบตกซ้ำชั้น ยันไม่ใช่ซ้ำทุกชั้นปี แต่ให้ซ้ำในช่วงชั้น ป.3-ป.6-ม.3 พร้อมให้โอกาสสอบซ่อมก่อน แต่ต้องสร้างมาตรฐานข้อสอบให้ใกล้เคียงกันทั่วประเทศ เผยยังไม่รีบเดินหน้า รอฟังความเห็นจากทุกฝ่าย พร้อมผลศึกษาข้อดี-ข้อเสีย จากสพฐ.
          พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าววานนี้ (21ธ.ค.) ว่าตามที่มอบหมายให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไปวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการเรียนซ้ำชั้น และเรื่องนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนั้น จะต้องพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง รวมไปถึงนักจิตวิทยาเด็กด้วยว่า หาก ศธ.จะดำเนินการจริงจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง มีผลดี ผลเสียอย่างไรกับเด็ก
          เบื้องต้นแนวทางที่คิดไว้ ไม่ใช่การซ้ำชั้นในทุกชั้นปี แต่จะเป็นการเรียนซ้ำชั้นในปีสุดท้ายของช่วงชั้น โดยช่วงชั้นที่1คือ ประถมศึกษาปีที่3 ช่วงชั้นที่2 คือ ประถมศึกษาปีที่ 6 และช่วงชั้นที่3 มัธยมศึกษาปีที่3 ซึ่งไม่ใช่ตัดสินให้เด็กซ้ำในช่วงชั้นนั้นๆ ทันที เพราะก่อนจะตัดสินจะให้เด็กมีโอกาสได้ซ่อมก่อน
          ขณะเดียวกัน จะปรับปรุงมาตรฐานการสอบซ่อม จากเดิมที่แต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับผู้บริหาร ก็ต้องหาวิธีการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกโรงเรียน เด็กที่สอบผ่าน ต้องมีความรู้จริง ถ้าเขียนหนังสือไม่ได้ก็ต้องให้เขียนจนผ่าน


          ให้โอกาสซ่อม-เรียนซ้ำแต่ละช่วงชั้น
          เชื่อว่าครูทุกคนพร้อมที่จะปรับถ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำในอดีตไม่ดีก็ต้องปรับ และแนวคิดที่ตั้งใจจะทำคือไม่ใช่เมื่อเด็กสอบตก และต้องเรียนซ้ำชั้นในทันทีแต่จะให้โอกาสเด็กได้สอบซ่อมในรายวิชาที่ตก และมาดูผลอีกครั้งในปีสุดท้ายของช่วงชั้น ยกตัวอย่างเช่น เด็กป.1ถ้า สอบไม่ผ่านก็ให้โอกาสซ่อมก่อนแต่ถ้าถึงป.3แล้วยังสอบตก ก็จะให้โอกาสซ่อมอีกในรายวิชาที่สอบไม่ผ่าน แต่จะต้องเป็นวิธีการซ่อมแบบเข้มข้นและมีมาตรฐาน ถ้ายังไม่ผ่านอีกก็ต้องเรียนซ้ำชั้นในระดับชั้นสุดท้ายของช่วงชั้น
          พูดง่าย ๆ ก็คือโรงเรียนจะต้องดูแลเด็ก และพัฒนาการเรียนการสอนในแต่ละชั้นปีให้มีมาตรฐาน เพราะเมื่อถึงป.3ป.6และม.3 ศธ.และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะลงไปกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผลิตเด็กที่มีคุณภาพจริง ๆพล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
          ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวจะทำให้ครูและเด็กกระตือรือร้นผู้ปกครองเองก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนของลูกมากขึ้น โดยจะต้องสร้างความรับผิดชอบทุกระดับ โดยเรื่องนี้ไม่ได้เร่งรีบ รอให้สพฐ. สรุปข้อดีข้อเสีย และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนก่อนตัดสินใจดำเนินการ
          นอกจากนั้นในปี2559 จะลงไปดูเรื่องกิจกรรมที่สร้างวินัยให้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยทราบว่าแต่ละโรงเรียนได้ ดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่พอซึ่งจะไม่ใช้วิธีการยัดเยียด แต่จะหาวิธีหลอกให้เขามีวินัยโดยที่เขาไม่รู้ตัวและฝึกจนเป็นนิสัย



          ศธ.ร่วมมือสธ.วัดสายตานักเรียน
          ด้านนายปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ด้านสุขภาพว่าจากนโยบายที่ต้องการให้เด็กมีพัฒนาการนอกเหนือจากการเรียนรู้ทางวิชาการ ในการทำกิจกรรมต่างๆ นั้น ในเรื่องของการตระหนักเรื่องสุขภาพถือเป็นเป็นสิ่งที่จำเป็น สธ. จึงเข้าไปร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยความร่วมมือที่จะประเดิมครั้งแรก คือ แก้ปัญหาเด็กไทยสายตาผิดปกติ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) และโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ(ไฮแทป)ในการคัดกรองเด็กนักเรียนทั่วประเทศว่ามีสายตาผิดปกติมากน้อยแค่ไหน
          เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาสายตาผิดปกติ 6.6%ซึ่งเป็นสาเหตุนำมาสู่ปัญหาตาบอดได้ และจากข้อมูลพบว่ามีเด็กที่จำเป็นต้องใส่แว่นสายตาถึง260,000คน หรือคิดเป็น4.1%แต่ที่ผ่านมาหลายคนไม่ได้รับการตรวจและรับแว่นสายตา ส่งผลต่อการมองเห็นและกระทบต่อศักยภาพการเรียนรู้ได้
          สธ. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทำงานเชิงรุกลงพื้นที่โรงเรียนต่างๆ เพื่อตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนในการวัดค่าสายตา โดยจะคิกออฟเริ่มตรวจสายตาพร้อมแจกแว่นสายตาในวันเด็กแห่งชาติ วันที่9ม.ค.2559โดยเบื้องต้นจะแจกในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1ทั่วประเทศ หลังจากนั้นในปี2560จะขยายตรวจคัดกรองและแจกแว่นสายตาในเด็กชั้นอนุบาลต่อไป



          แจกแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก
          นายปิยะสกล กล่าวว่าโครงการนี้ เริ่มจากจะมีการฝึกอบรมครูประจำชั้น แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป และแพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งการดำเนินการนั้น ขั้นแรกจะให้ครูประจำชั้นตรวจคัดกรองผ่านแผ่นทดสอบสายตา ระดับสายตาสั้น ซึ่งจะแบ่งแผ่นทดสอบสายตาออกเป็น แผ่นทดสอบสายตาทั่วไปสำหรับเด็กโต ซึ่งจะเป็นตัวเลข และแผ่นทดสอบสายตาสำหรับเด็กอนุบาลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวอี (E) และเมื่อคัดกรองว่าเด็กมีความผิดปกติทางสายตา ก็จะส่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคัดกรองต่อว่ามีความผิดปกติทางสายตาอื่นๆอีกหรือไม่
          สุดท้ายจะส่งต่อทีมแพทย์เพื่อตัดแว่นสายตา หรือในกรณีต้องรักษาความผิดปกติอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งในวันที่9ม.ค.2559จะเริ่มวันแรกในการออกตรวจแต่ละโรงเรียน ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆจนครบทั่วประเทศ ถือเป็นของขวัญวันเด็กให้เด็กไทยที่มีปัญหาสายตาได้รับโอกาสทุกคน



          สธ.ร่วมสร้างกิจกรรมลดเวลาเรียน
          นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมอื่นๆของโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ด้านสุขภาพ ทางสธ.ได้มีจัดรูปแบบกิจกรรมไว้46กิจกรรมซึ่งโรงเรียนแต่ละแห่งจะไม่เหมือนกัน กิจกรรมจะแตกต่างกันออกไป แต่หลักๆ จะเน้นการเพิ่มทักษะการส่งเสริมป้องกันโรคอย่างง่าย และต้องสนุก เพื่อให้เด็กๆสนใจ เช่น การสำรวจลูกน้ำยุงลาย อาจให้ออกสำรวจที่บ้านและมาส่งรายงานที่โรงเรียน หรืองานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การล้างผักอย่างถูกวิธี
          นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมลงพื้นที่ดูการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการบริการด้านต่างๆ อย่างการศึกษาจากกลุ่มผู้ป่วยอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเพราะไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ เป็นการปลูกฝังและสร้างวินัยเรื่องความปลอดภัยทางถนนผ่านประสบการณ์จริง

ขอบคุณข้อมูลและเนื้อหาจาก : หนังสือพิมพ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^