LASTEST NEWS

29 มี.ค. 2560หนุน.คนไร้ตั๋วมีคุณภาพสอบครูได้ 29 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ก.ค.ศ.อนุมัติ ตำแหน่งและอัตราเงินเดือนขรก.ครูฯ จำนวน 1,145 อัตรา 28 มี.ค. 2560แนวปฏิบัติการสอบแข่งขันครูผู้ช่วยครั้งที่ 1 ปี 2560 28 มี.ค. 2560​ดาวน์โหลด! PowerPoint ชี้แจงดำเนินการสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปีพ.ศ.2560 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1858 ลว28มี.ค.2560 เรื่อง การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 28 มี.ค. 2560ตอบปัญหาคาใจ 12ข้อสงสัย สอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 (กรณีไม่มี/มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู) 28 มี.ค. 2560"หมอธี" เผยก.ค.ศ.ให้ 25 สาขาไม่มีตั๋วครู สอบครูผู้ช่วยได้ 28 มี.ค. 2560ศธ.เดินหน้าสอบครูผู้ช่วยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. เปิดสอบบครูผู้ช่วย 6,437 อัตรา ไม่มีใบประกอบวิชาชีพฯ สมัครสอบได้ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ทบทวนเกณฑ์สอบครูใหม่

ออมสินฟ้องหนี้ครู 13,000 คน ศธ.ห่วงติดบูโรหาทางเยียวยา

  • 18 พ.ย. 2558 เวลา 20:19 น.
  • 3,105 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ออมสินฟ้องหนี้ครู 13,000 คน ศธ.ห่วงติดบูโรหาทางเยียวยา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตามที่ธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เพื่อที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้ทุ่มเทความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการสอนหนังสือให้แก่เยาวชนของชาติ โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงทะเบียนเข้าร่วม 33,354 ราย จำนวนเงิน 49,815 ล้านบาทนั้น

     เมื่อวันที่ 18 พ.ย.58 รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับธนาคารออมสิน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารออมสินแจ้งว่า ยังมีครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่ได้ยื่นเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกับทางธนาคาร ดังนั้นธนาคารออมสินจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสิน ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่จ่ายหนี้ให้กับทางธนาคารติดต่อกัน จำนวน 13,000 ราย

     โดยตนกำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่ขอรายชื่อครูและบุคลากรที่กำลังถูกฟ้องอยู่ เพื่อจะได้ติดต่อเจ้าตัวรวมถึงผู้บังคับบัญชาว่า จะให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เพราะหากถูกฟ้องก็จะเข้าเครดิตบูโรทันที ไม่สามารถทำนิติกรรมอะไรได้อีก ซึ่งจะดูแล และสอบถามรายละเอียดทั้งหมดว่า ใครอยากจะให้ช่วยอะไร แต่หากใครไม่อยากให้ช่วยก็ไม่ต้องตอบคำถามว่า นำเงินไปใช้ทำอะไร

     "ผมยังไม่ทราบว่าที่ครูไปกู้เงิน และเป็นหนี้สินจำนวนมาก เขานำเงินไปใช้จ่ายอะไร ส่วนใหญ่จะบอกว่านำเงินไปใช้จ่ายเรื่องการศึกษาบุตร ดูแลบิดามารดา แต่ข้อมูลอีกทางหนึ่ง ก็บอกว่านำเงินไปใช้จ่ายเพื่อความอำนวยความสะดวก เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อสิ่งของมีค่า เป็นต้น และส่วนหนึ่งก็กู้เพื่อนำเงินไปลงทุนซื้อที่ทำสวนยางพารา ทำรีสอร์ท แต่ก็ต้องรู้ว่าการกู้เงินจะต้องมีความสามารถที่จะจ่ายหนี้ได้ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็ต้องมาคุยกันว่าจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง แต่ถ้าให้ช่วยจะต้องขอรายละเอียด มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถช่วยอะไรได้" ปลัด ศธ.กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 เวลา 16.08 น.
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^