LASTEST NEWS

22 ม.ค. 2561โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (สมัคร25-31ม.ค.61) 22 ม.ค. 2561"บิ๊กตู่"วางระบบขรก.ใหม่ ให้ผู้น้อยประเมินงานเจ้านาย 21 ม.ค. 2561ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครพนักงาน วุฒิป.ตรีทุกสาขา(เงินเดือน28,500++บาท) 21 ม.ค. 2561อัดเกณฑ์ย้ายครู สพฐ.ทำศึกษาชาติดิ่งเหว 21 ม.ค. 2561สพป.นราธิวาส เขต 1 เปิดสอบบุคลากรคณิตศาสตร์ จำนวน 4 อัตรา 21 ม.ค. 2561ข้าราชการท้องถิ่นหนีงานวันศุกร์เจอตัดเงินเดือนขั้นสูงสุด 21 ม.ค. 2561“ประเมินภายนอก”ทุกข์ของครูสู่วิวาทะ 20 ม.ค. 2561อบจ.ภูเก็ต เปิดสอบพนักงานจ้างตำแหน่งผู้ช่วยครู และตำแหน่งต่างๆ 71 อัตรา 20 ม.ค. 2561สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา 19 ม.ค. 2561โรงเรียนวัดหาดสองแคว (สมบูรณ์วิทยาคาร) รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา

วางโรดแม็ปปฏิรูประบบประเมิน 9 เดือน

  • 18 พ.ย. 2558 เวลา 05:48 น.
  • 1,194 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
วางโรดแม็ปปฏิรูประบบประเมิน 9 เดือน
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ยึดภารกิจโรงเรียนเป็นหลัก ตัวชี้วัดต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการปฏิรูประบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ต่อไประบบการประเมินไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกโรงเรียน แต่ให้คำนึงถึงบริบทของโรงเรียน ดังนั้นเกณฑ์การประเมินความสำเร็จของโรงเรียนขนาดใหญ่กับขนาดเล็กอาจไม่เหมือนกัน การประเมินจะต้องมีตัวชี้วัดที่ง่าย และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง ระบบการประเมินจะต้องทำให้ผู้ที่ถูกประเมินรู้สึกว่าได้ประโยชน์จากการถูกประเมิน ไม่ใช่แค่ถูกทำการทดสอบ ต้องทำให้โรงเรียนที่ถูกประเมินดีขึ้น และตอบคำถามการประเมินได้ ไม่ใช่ประเมินไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแต่โรงเรียนแย่ลง แสดงว่าการประเมินนั้นไม่มีประโยชน์ และสุดท้ายการประเมินต่างๆกระทรวงศึกษาธิการต้องนำมาใช้ประโยชน์ได้

“เปรียบเทียบระบบการประเมินเหมือนการขับรถ ที่อาจมีข้อมูลเทคนิคเป็น 100 ชนิด แต่หน้าปัดรถมีระบบเพียงไม่กี่อย่างที่สำคัญที่ทำให้เราขับรถไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับการประเมินต่อไปนี้ตัวชี้วัดของการประเมินจะมีเพียงไม่กี่ตัว ที่บ่งบอกว่าการจัดการศึกษาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งขึ้นอยู่กับภารกิจของโรงเรียนนั้นๆ แต่ไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะใช้มาตรฐานเดียวกัน”

รมช.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ที่ประชุมได้มีการกำหนดโรดแม็ปว่าภายใน 3 เดือนจะต้องกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของงานให้เสร็จสิ้น จากนั้นอีก 3 เดือนจะทำงานร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อให้ตัวชี้วัดไปด้วยกัน และอีก 3 เดือนสุดท้ายจะทดสอบก่อนที่จะนำมาใช้จริง แต่หากตัวชี้วัดหรือเกณฑ์การประเมินยังออกมาในรูปแบบเดิมๆ ยังไม่เกิดประโยชน์ก็คงต้องขยายเวลาโรดแม็ป เรื่องนี้ต้องทำให้ดีและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมก่อน โดยระบบการประเมินใหม่นี้จะต้องส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปการศึกษา จึงจะถือว่าการปฏิรูประบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาเสร็จสิ้นลง.

ขอบคุณข้อมูลและเนื้อหาข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 17 พ.ย. 2558 05:45 น.
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^