LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปวส.ขึ้นไป) กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ จำนวน 20 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดสอบรับราชการ จำนวน 15 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรี 15,000 - 16,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 20 อัตรา 04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา

วางโรดแม็ปปฏิรูประบบประเมิน 9 เดือน

  • 18 พ.ย. 2558 เวลา 05:48 น.
  • 1,117 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
วางโรดแม็ปปฏิรูประบบประเมิน 9 เดือน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ยึดภารกิจโรงเรียนเป็นหลัก ตัวชี้วัดต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการปฏิรูประบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ต่อไประบบการประเมินไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกโรงเรียน แต่ให้คำนึงถึงบริบทของโรงเรียน ดังนั้นเกณฑ์การประเมินความสำเร็จของโรงเรียนขนาดใหญ่กับขนาดเล็กอาจไม่เหมือนกัน การประเมินจะต้องมีตัวชี้วัดที่ง่าย และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง ระบบการประเมินจะต้องทำให้ผู้ที่ถูกประเมินรู้สึกว่าได้ประโยชน์จากการถูกประเมิน ไม่ใช่แค่ถูกทำการทดสอบ ต้องทำให้โรงเรียนที่ถูกประเมินดีขึ้น และตอบคำถามการประเมินได้ ไม่ใช่ประเมินไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแต่โรงเรียนแย่ลง แสดงว่าการประเมินนั้นไม่มีประโยชน์ และสุดท้ายการประเมินต่างๆกระทรวงศึกษาธิการต้องนำมาใช้ประโยชน์ได้

“เปรียบเทียบระบบการประเมินเหมือนการขับรถ ที่อาจมีข้อมูลเทคนิคเป็น 100 ชนิด แต่หน้าปัดรถมีระบบเพียงไม่กี่อย่างที่สำคัญที่ทำให้เราขับรถไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับการประเมินต่อไปนี้ตัวชี้วัดของการประเมินจะมีเพียงไม่กี่ตัว ที่บ่งบอกว่าการจัดการศึกษาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งขึ้นอยู่กับภารกิจของโรงเรียนนั้นๆ แต่ไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะใช้มาตรฐานเดียวกัน”

รมช.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ที่ประชุมได้มีการกำหนดโรดแม็ปว่าภายใน 3 เดือนจะต้องกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของงานให้เสร็จสิ้น จากนั้นอีก 3 เดือนจะทำงานร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อให้ตัวชี้วัดไปด้วยกัน และอีก 3 เดือนสุดท้ายจะทดสอบก่อนที่จะนำมาใช้จริง แต่หากตัวชี้วัดหรือเกณฑ์การประเมินยังออกมาในรูปแบบเดิมๆ ยังไม่เกิดประโยชน์ก็คงต้องขยายเวลาโรดแม็ป เรื่องนี้ต้องทำให้ดีและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมก่อน โดยระบบการประเมินใหม่นี้จะต้องส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปการศึกษา จึงจะถือว่าการปฏิรูประบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาเสร็จสิ้นลง.

ขอบคุณข้อมูลและเนื้อหาข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 17 พ.ย. 2558 05:45 น.
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^