LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2560คุรุสภาเร่งออกตั๋วครู ยื่นเอกสารครบรอแค่ 20 วัน 23 ก.พ. 2560สพฐ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยเสร็จแล้ว 23 ก.พ. 2560"หมอธี"ลั่นไม่ยุบเขตพื้นที่ฯ-ไม่ย้าย "การุณ" 23 ก.พ. 2560กศจ.สระบุรี เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 22 วิชาเอก 64 อัตรา 23 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.อนุมัติตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 3,492 อัตรา 23 ก.พ. 2560การประชุมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ICU 22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู

ชนวนยุบ 7 องค์การมหาชน ตั้งผู้บริหาร "เงินเดือน-โบนัส" สูงลิ่ว

  • 16 พ.ย. 2558 เวลา 19:30 น.
  • 4,377 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ชนวนยุบ 7 องค์การมหาชน ตั้งผู้บริหาร "เงินเดือน-โบนัส" สูงลิ่ว

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ชนวนยุบ 7 องค์การมหาชน ตั้งผู้บริหาร "เงินเดือน-โบนัส" สูงลิ่ว

รายงานพิเศษ

18 เดือนนับจากนี้ ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีวาระขับเคลื่อนการปฏิรูป 37 วาระ กับอีก 6 วาระ พัฒนาเป็นวาระแห่งชาติ 

1 ปีผ่านไป คสช.ขะมักเขม้นอยู่กับการยกเครื่อง-พลิกแผนฟื้นฟู 56 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นองค์กรรัฐ-สมบัติชาติมูลค่า 12 ล้านล้านบาท ส่งสัญญาณเตือน 7 องค์กรรัฐวิสาหกิจแจกใบเหลือง-ใบแดงก่อนถึงเส้นตาย มี.ค. 2559 

1 ปีจากนี้ถึงคิวปฏิรูปองค์การมหาชน 39 แห่ง หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำเรื่องวาระเพื่อทราบรายงานผลการประเมินองค์การมหาชนประจำปีงบประมาณ 2556-2557 เข้า ครม.เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา 

แนบท้ายวาระร้อน เรื่องการทบทวนความจำเป็นในการมีอยู่ขององค์การมหาชน 38 แห่ง-แนวทางการดำเนินการหาก ครม.มีมติยุบเลิกองค์การมหาชนจำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วยยุบเลิก 4 แห่ง (ภายใน 6-8 เดือนนับแต่วันที่มีมติ ครม. (ภายใน ก.ค. 2559)) ได้แก่ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ศูนย์คุณธรรม (ศคธ.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.)

ยุบเลิก 3 แห่ง (ภายในวันที่ 8 มิ.ย. 2559) ได้แก่ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (สบพน.)

คงความเป็นองค์การมหาชนต่อไป-ควรย้ายการกำกับดูแลของรัฐมนตรีผู้รักษาการ 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (สคพ.)

ทว่าเมื่อวาระร้อนถูกแพร่งพรายก่อนเวลาอันควร จึงตามมาด้วยเสียงคัดค้าน-อื้ออึงเล็ดลอดเข้าห้องประชุม ครม. ถึงหู พล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลให้วาระถูกตีกลับ-ทบทวนอีกครั้งภายใน 3-6 เดือน 

โดยให้รวบรวมข้อมูลจากกระทรวงเจ้าสังกัดขององค์การมหาชน ก.พ.ร. ผลการศึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) -สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

ผลการศึกษาวาระการปฏิรูปพิเศษ 7 เรื่อง การปฏิรูปองค์การมหาชนของ สปช.จำนวน 118 หน้า ที่ส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา 

ไม่เพียงแต่ผู้อำนวยการ (ซีอีโอ) องค์การมหาชน ได้รับเงินเดือนหลายแสนบาท-มากกว่าองค์รัฏฐาธิปัตย์-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึง 3 เท่า 

แต่รายงาน สปช.ฉบับดังกล่าวได้วางเข็มทิศ-ชี้ทางยกเครื่อง "องค์กรไม่แสวงหากำไร" ไว้ครบวงจร อาทิ การปฏิรูประบบค่าตอบแทน เพื่อแก้ไขความฟุ่มเฟือย ลดค่าใช้จ่าย 

ปัจจุบันค่าตอบแทนขององค์การมหาชนแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พัฒนาและดำเนินการตามนโยบายสำคัญของรัฐเฉพาะด้าน 6 แห่ง โดยกำหนดอัตราเงินเดือนซีอีโอ 100,000-300,000 บาท 

อาทิ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ก่อตั้งขึ้นสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ทรท.) มี "ปลอดประสพ สุรัสวดี" ผู้ช่วยรัฐมนตรี ขณะนั้นเป็นประธานกรรมการ 

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) หรือ OKMD ก่อตั้งขึ้นสมัยรัฐบาล ทรท.เช่นกัน โดย "พันศักดิ์ วิญญรัตน์" อดีตที่ปรึกษาอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว-อำนาจเปลี่ยนมือ พ.ต.ท.ทักษิณถูกรัฐประหาร 19 กันยาฯ 49 รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่งตั้งคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลแทน 

เมื่อขั้วอำนาจพลิกผันในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช สบร.จึงถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง นอกจากนี้ มีอีก 6 องค์การมหาชนที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 อาทิ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ก่อตั้งสมัยรัฐบาล ทรท. มี "สิริกรณ์ มณีรินทร์" เป็นประธาน และเป็นเหรัญญิกของ ทรท. 

กลุ่มที่ 2 บริการที่ใช้เทคนิควิชาการเฉพาะด้าน หรือสหวิทยาการ 19 แห่ง มีอัตราเงินเดือน 100,000-250,000 บาท และกลุ่มที่ 3 บริการสาธารณะทั่วไป 14 แห่ง อัตราเงินเดือน 100,000-200,000 บาท 

ขณะที่เบี้ยประชุมต่อเดือนของคณะกรรมการ (บอร์ด) องค์การมหาชน กลุ่มที่ 1 คนละ 6,000-20,000 บาท กลุ่มที่ 2 คนละ 6,000-16,000 บาท กลุ่มที่ 3 คนละ 6,000-12,000 บาท

สำหรับประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นตัวเงิน อาทิ ค่าพาหนะ ค่าประกันชีวิตหรืออุบัติเหตุ ค่าประกันสังคม เงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร เงินสำรองเลี้ยงชีพ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ทั้งนี้ ให้มีอัตราไม่เกิน 25% ของเงินเดือนประจำ 

ค่าตอบแทนผันแปร หรือค่าตอบแทนพิเศษขึ้นกับผลการปฏิบัติงานของซีอีโอ คิดเป็นอัตราไม่เกิน 25% ของเงินเดือนประจำ และประโยชน์ตอบแทนอื่น เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ และโอกาสขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ผลการศึกษาของ สปช.เสนอให้กำหนดค่าตอบแทนใหม่ สำหรับเงินเดือน-ค่าตอบแทนอื่นของซีอีโอ ให้เทียบเท่าอธิบดี แต่ไม่ควรแบ่ง 3 กลุ่ม โดยคือ ขั้นต่ำ 85,000 บาท และขั้นสูงเป็น 100,000 บาท

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้มีความรู้ความสามารถในสายวิชาชีพขาดแคลน เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ ควรได้ค่าตอบแทนสูงมากกว่าอีก 20% คือ 100,000-144,000 บาท ขณะที่เบี้ยประชุมควรมีเพียง 2 ระดับ ได้แก่ กรรมการ คือ 6,000-12,000 บาท และอนุกรรมการ 3,000-6,000 บาท 

สปช.สรุปผลผการศึกษาปัญหา-จุดอ่อนว่า พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ให้อำนาจ ครม.ในการจัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ในทางกลับกันกลายเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองจัดตั้งองค์การมหาชนที่ไม่จำเป็น มีการใช้อิทธิพลทางการเมืองแทรกแซง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ การแต่งตั้งกรรมการบริหาร ที่ปรึกษา

เป็นช่องทางในการแทรกแซงทางการเมือง ในการดำเนินงานขององค์การมหาชนบางแห่งในบางยุคบางสมัย และมักมีการปรับเปลี่ยนนโยบายไปตามรัฐมนตรีที่กำกับ เช่น การรวมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีกับองค์การสวนสัตว์ ขณะที่ปัญหาการปฏิบัติงาน จัดตั้งตามความต้องการทางการเมืองหรือความต้องการของบุคคล 

ด้านการบริหาร องค์การมหาชนบางแห่งใช้ความคล่องตัวและความสามารถกำหนดกฎระเบียบได้ ส่งผลให้สามารถนำไปใช้ในทิศทางที่ผิด เช่น ระบบบริหารงานบุคคล เงินเดือน ประโยชน์ตอบแทน โบนัส ที่สูงกว่าหน่วยงานของรัฐ 

การกำหนดตำแหน่งระดับสูงมากเกินความจำเป็น การใช้จ่ายงบประมาณไม่คุ้มค่าแพงกว่าส่วนราชการเพราะไม่มีมาตรฐานในการจัดซื้อจัดจ้าง เกิดปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ

ด้านการบริหารงบประมาณ ใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ไม่สามารถวัดความคุ้มค่าได้ เช่น สบร. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา 

การมีงบประมาณเหลือจ่ายสามารถเก็บสะสมไว้เป็นรายได้ขององค์การมหาชน เมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณก็จะเก็บสะสมงบประมาณเหลือจ่ายดังกล่าวเป็นรายได้ บางแห่งนำเงินงบประมาณเหลือจ่ายไปจ่ายเป็นโบนัสแก่ผู้ปฏิบัติงาน ด้านบุคลากรและค่าตอบแทน องค์การมหาชนบางแห่งมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร และผู้บริหารเกือบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่งผลให้การดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง หรือคลาดเคลื่อนจากวัตถุประสงค์หลัก บางครั้งได้คณะกรรมการบริหารที่ไม่มีคุณสมบัติ ความเชี่ยวชาญ

การคัดเลือก สรรหา และแต่งตั้งบุคลากร มีการใช้ระบบอุปถัมภ์ มีการเล่นพรรคเล่นพวก ระบบการประเมินผลเจ้าหน้าที่บางแห่งยังไม่โปร่งใส มีระบบพรรคพวก ใช้ระบบการประเมินผลการทำงานเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม

ระบบการบริหารและโครงสร้าง องค์การมหาชนประเภทบริการสาธารณะ จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหารในระดับกระทรวงมากกว่าการให้รัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง เพื่อที่กระทรวงกำหนดเป้าหมาย มาตรฐานการให้บริการสาธารณะที่เหมาะสม และลดความสับสนในการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือรัฐมนตรีเหมือนในอดีตที่ผ่านมา 

ส่วนอีกสองประเภทเห็นควรให้รัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหรือที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแล

ทั้งนี้ ควรจัดตั้งองค์การมหาชนเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. ประเภทองค์กรที่ให้บริการสาธารณะทั่วไป จะไม่มีการยุบเลิกจนกว่าหน่วยงานกำกับจะเห็นว่าบริการสาธารณะนั้นๆ หมดความจำเป็น

2. ประเภทที่กำหนดระยะเวลาคือ องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินภารกิจที่สำคัญของประเทศ ที่มีระยะเวลาชัดเจน เมื่อดำเนินการครบตามภารกิจก็ให้ยุบเลิก

3. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติ ครม. เพื่อดำเนินภารกิจสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัย ต้องเป็นภารกิจที่ไม่มีหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบอยู่ ภายในระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล 

ไทม์ไลน์ของ สปช.วางไว้ 4 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนภายในปี′58 ระยะสั้น ปี"58-60 ระยะกลาง ปี′61-62 ระยะยาว (ปี"63-68) 

เป็นลายแทงให้ ก.พ.ร. เดินตามหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ขีดเส้นปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการภายใน 3 เดือน


ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 16 พ.ย. 2558 เวลา 15:50:00 น.
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^