LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559บรรจุครั้งแรก 77อัตรา กรมการปกครอง เปิดสอบบรรจุรับราชการ สมัคร16ธ.ค.2559-9ม.ค.2560 07 ธ.ค. 2559ด่วน! กทม.เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 304 อัตรา (วุฒิปวช.-ป.ตรีทุกสาขา) สมัคร15ธ.ค.59-6ม.ค.60 07 ธ.ค. 2559พลาดแล้วจะเสียดาย! (วุฒิม.6-ป.ตรี/ป.ตรีทุกสาขา) 27 อัตรา เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 07 ธ.ค. 2559ไทยรั้งท้ายอีกแล้ว!! ‘บิ๊กตู่’ จี้ ศธ.เพิ่มคะแนน PISA หลังไทยอยู่อันดับ 55 จาก 70 ประเทศ 07 ธ.ค. 2559ปรับหลักสูตร!! ศธ.สั่งเพิ่มเนื้อหาหลักสูตรทุกระดับชั้น ‘ร.10 ขึ้นทรงราชย์-ร.9 เสด็จสวรรคต’ 07 ธ.ค. 2559ฟังกันยัง? คู่คอง-แต้ว ณฐพร!! คำแก้วร้องเอง 07 ธ.ค. 2559สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู สมัคร6-12ธ.ค.2559 07 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา 14 อัตรา เปิดสอบครูธุรการ เงินเดือน15,000บาท 07 ธ.ค. 2559อึ้ง! เปิดเพจรับจ้างทำวุฒิปลอมโจ๋งครึ่ม ป.ตรี 5,000 ป.โท 7,000 06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ"

​ศธ.รื้อใหญ่-เลิก 5 แท่ง เหลือเสาเดียวมี 1 ปลัด "นายกฯ" ปลื้มลดเรียน

  • 04 พ.ย. 2558 เวลา 09:40 น.
  • 5,930 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
​ศธ.รื้อใหญ่-เลิก 5 แท่ง เหลือเสาเดียวมี 1 ปลัด "นายกฯ" ปลื้มลดเรียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศธ.รื้อใหญ่-เลิก 5 แท่ง เหลือเสาเดียวมี 1 ปลัด "นายกฯ" ปลื้มลดเรียน

          ศธ.ชงซุปเปอร์บอร์ดศึกษาปรับโครงสร้างใหม่ ยุบ 5 องค์กรหลัก แบ่งเป็น 6 กรม 2 สำนัก เพิ่มศึกษาธิการภาค สกอ.แยกตั้ง ก.อุดมศึกษา
          @ ศธ.ตรวจลดเวลาเรียนวันแรก  
          กรณีที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" โดยให้เรียนในชั้นเรียนถึงเวลา 14.00 น. ของแต่ละวัน  จากนั้นให้นักเรียนมีโอกาสทำกิจกรรมที่เป็นการพัฒนานักเรียนในด้านอื่นๆ  ภายในโรงเรียน โดยเริ่มนำร่องในวันที่ 2 พฤศจิกายน ของภาคเรียนที่ 2 มีโรงเรียนเข้าร่วมประมาณ 4,100 โรง  แบ่งเป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 3,831 โรง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 161 โรง และสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 108 โรงนั้น

          เมื่อเวลา  14.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พร้อม  พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. นายการุณ สกุลประดิษฐ์  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะตรวจเยี่ยมการเรียนการสอนตามนโยบายลดเวลาเรียน  พล.อ.ดาว์พงษ์เปิดเผยว่า เป็นวันแรกของการเริ่มกิจกรรมลดเวลาเรียน  โรงเรียนอนุบาลปทุมธานีเป็นหนึ่งในโรงเรียนนำร่องจาก 4,100 โรง   ซึ่งมั่นใจว่าเด็กน่าจะมีความสุขกับกิจกรรม เพราะโดยธรรมชาติของเด็กแล้วไม่ชอบการเรียนรู้แบบอยู่กับที่เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้  ต้องดูที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กว่าจะดีขึ้นหรือไม่จากการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน


          @ เล็งให้ขยายถึง 3 หมื่นแห่ง
          "ผมไม่ค่อยเป็นห่วงโรงเรียนนำร่องทั้ง 4,100 โรง เพราะมีความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วมนโยบาย แต่เป็นห่วงโรงเรียนที่เหลือที่จะเข้าร่วมในปีการศึกษา 2559  ที่อยากขยายให้ถึง 30,000 แห่ง แต่ต้องตระหนักถึงความพร้อมของครู และโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก จึงได้มอบให้ สพฐ.ดูแลช่วยเหลือโรงเรียนเหล่านั้น หรือบางโรงเรียนที่ครูไม่พอ  อาจปรับรูปแบบโดยยึดหลักการเดียวกัน  อีกทั้งกำชับโรงเรียนว่ากิจกรรมที่เด็กเลือก หรือโรงเรียนเลือกให้เด็กต้องให้น้ำหนักการพัฒนาตามหลักเฮด ฮาร์ท แฮนด์ และเฮลท์ที่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เสนอให้เพิ่มเข้าไป" พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

          นายการุณกล่าวว่า  สพฐ.จะติดตามประเมินผลเป็น 2 ส่วน คือ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และ สพฐ.ส่วนกลาง โดยมีทีมติดตามผลเดือนละครั้ง  จะพัฒนาและแก้ไขปัญหาควบคู่กันไป จากนั้นเดือนเมษายน 2559 ซึ่งปิดภาคเรียน สพฐ.จะสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และความสำเร็จของโครงการนำเสนอต่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ ก่อนจะขยายผลต่อไป

          @ ผอ.อนุบาลปทุมฯไม่หนักใจ
          น.ส.สมทรง รอดแจ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี กล่าวว่า ไม่หนักใจ  เพราะที่ผ่านมาโรงเรียนได้จัดกิจกรรมที่หลากหลายให้กับนักเรียนอยู่แล้ว   อาทิ สอนภาษาจีน ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ และการประดิษฐ์หุ่นยนต์ เป็นต้น  เคยได้รับรางวัลระดับประเทศมาแล้ว การที่โรงเรียนนำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ  ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองทราบ และได้รับความร่วมมือจากชุมชน   โรงเรียนมีเมนูกิจกรรมให้เด็กเลือกด้วยความสมัครใจกว่า 150 เมนู  นางจุไรรัตน์ เมืองคำ หัวหน้ากลุ่มสาระวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี  กล่าวว่า โรงเรียนจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้อยู่แล้ว   แต่เป็นการสอดแทรกในเนื้อหาวิชาเรียนเท่านั้น เมื่อมีนโยบายลดเวลาเรียน  ทำให้การทำกิจกรรมแยกออกมาอย่างชัดเจน การจัดตารางเรียนก็มีความสนุกมากขึ้น  เพราะครูกระตือรือร้นที่จะนำเนื้อหา หรือกิจกรรมมาสอน ส่วนเด็กก็สนุก และสนใจการเรียนแบบใหม่มากขึ้น


          @ น.ร.ดีใจได้ทำกิจกรรมที่ชอบ
          ด.ช.ธิติวุฒิ เกตุเนียม นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี กล่าวว่า  ดีใจที่มีนโยบายนี้ เพราะจะได้มีเวลาอยู่ในชมรมหุ่นยนต์ที่ชอบ  สามารถนำความรู้จากชมรมหุ่นยนต์มาสอนเพื่อนได้อีกด้วย   ด.ญ.ณัฏณิชา   บุญเส็ง นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี กล่าวว่า   ดีใจที่โรงเรียนจัดกิจกรรมชมรมให้เลือก และทำตามความชอบของตนเอง เช่น   หนูอยู่ในชมรมมัคคุเทศก์น้อย ได้พัฒนาความรู้ด้านภาษาอังกฤษ  และจำลองเหตุการณ์เหมือนเป็นมัคคุเทศก์จริงๆ  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกิจกรรมการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้เป็นไปอย่างสนุกสนาน  มีกิจกรรมชมรมที่หลากหลายให้นักเรียนได้เลือกเข้าร่วมตามความถนัด และสนใจ อาทิ ชมรมศิลปะ ดนตรีไทย หุ่นยนต์ เกษตร มัคคุเทศก์น้อย ศิลปะการป้องกันตัว เป็นต้น ซึ่งนักเรียน และครูผู้สอนต่างก็ให้ความสนใจและกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกิจกรรม

          น.ส.กรชนก เนตรโอภารักษ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนาคปรก กรุงเทพฯ กล่าวว่า  กิจกรรมลดเวลาเรียนจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.30-15.30 น. โดยจัดตารางเรียนและตารางกิจกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก  เพราะเดิมการทำกิจกรรมจะสอดแทรกไว้ในชั่วโมงเรียน แต่พอมีนโยบายดังกล่าว  แผนการเรียนการสอนจะชัดเจนขึ้น กิจกรรมที่ทำจะเน้นการพัฒนาผู้เรียน อาทิ  ลูกเสือ แนะแนว ชุมนุม โครงงาน เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรก  ความพร้อมอาจจะยังไม่มากนัก  คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่านี้

         @ อจ.แนะเปลี่ยนระบบคิดให้ครู
          นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ ศธ.เดินหน้านโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ถือเป็นเรื่องที่ดี   แม้หลายโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบดังกล่าวอยู่แล้ว  แต่การออกเป็นนโยบายระดับกระทรวง ทำให้ชัดเจนขึ้น ทำให้โรงเรียนเป็นโรงเรียน ไม่ใช่ที่กักบริเวณให้เด็กเรียนแต่วิชาการอย่างเดียว  ช่วยปลดปล่อยให้เด็กได้อยู่ในโลกแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง  แต่ประเด็นสำคัญที่ยังไม่เห็นความชัดเจน  คือการเตรียมความพร้อมครูละผู้บริหาร ที่จะต้องเปลี่ยนระบบความคิด  จากเดิมที่เน้นเฉพาะเรื่องวิชาการมาเป็นจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น รวมถึงทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง   ซึ่งยังมีบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว  และจะพาลูกหนีไปเรียนกวดวิชาแทน   "ขณะเดียวกัน   ศธ.จะต้องเร่งเดินหน้ายกเครื่องหลักสูตร ให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว   ที่ผ่านมาเคยมีการหารือ และยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี แต่ยังไม่เป็นรูปธรรม   ซึ่งหลักสูตรที่เหมาะสมจะต้องเน้นส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ของเด็ก  และอาจจะต้องลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้ลงจาก 8 กลุ่มสาระ ให้เหลือเพียง  4-6 กลุ่มสาระเท่านั้น" นายสมพงษ์กล่าว


          @ "บิ๊กตู่" พอใจนโยบายลดเวลา
          พล.ต.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ที่เริ่มดำเนินการในวันที่ 2 พฤศจิกายน  เป็นวันแรก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน  และผู้ปกครอง   เนื่องจากเป็นมิติใหม่ของการศึกษาที่มีการปรับลดชั่วโมงเรียนบางวิชาให้น้อยลง แต่ไม่กระทบเนื้อหาหลัก 8 กลุ่มสาระวิชาที่เด็กควรเรียนรู้ เช่น  จากเดิมที่นักเรียนเคยเรียน 9 คาบจะเหลือเพียง 7-8 คาบ และหลังจาก 14.00 น.  เด็กนักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมากขึ้น   โดยหลายโรงเรียนได้เลือกจัดกิจกรรมที่ตรงกับความต้องการของเด็ก ครอบคลุมรูปแบบที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมแนะแนว การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม  การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา การพัฒนาทักษะการสื่อสาร และการฝึกอาชีพ  เป็นต้น

          พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา    นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
อใจที่ทุกฝ่ายให้การตอบรับนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เป็นอย่างดี   และย้ำว่าการปรับลดเวลาเรียนเพื่อให้เด็กได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน   นำเรื่องต่างๆ มาคิดวิเคราะห์ หรือสอนให้รู้ว่าจะนำสิ่งที่เรียนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวันข้างหน้าได้  อย่างไร


          @ "อ่างทอง" ฝึกทักษะดำรงชีพ
          นายไพบูลย์ ปรากฏผล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศีลขันธ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า ช่วงเวลา 14.00 น. ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรมตามความสนใจของเด็ก  เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ ให้เด็กรู้จักฝึกสมองการคิดแก้ปัญหา   การใช้เทคโนโลยีหรือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้จากในห้องเรียน  ปลูกฝังค่านิยมจิตสำนึกในการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม ปลูกฝังความรักชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิต  เพื่อให้เด็กฝึกอาชีพในระยะสั้น เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของแต่ละคน  เด็กจะรู้จักแสดงศักยภาพและความสามารถในสิ่งที่ตนเองสนใจ   นายอดิศักดิ์ สามงามแสน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี กล่าวว่า  นักเรียนยังเรียนครบ 840 ชั่วโมง ตามกรอบข้อบังคับใน 8 กลุ่ม  ส่วนกิจกรรมจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อให้คงไว้แก่ตัวผู้เรียน  มีการเสริมบางรายวิชาเพื่อให้ตัวผู้เรียนได้ประโยชน์ตามความต้องการของผู้เรียนโดยอาจารย์ผู้สอนร่วมกันคิด  และทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเหมือนเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนไป  สิ่งที่เราเสริมให้คือความกตัญญู ความรักภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย  วันนี้อาจเป็นวันแรกๆ ของการเริ่มต้นซึ่งอาจจะยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมและต้องค่อยๆ  ปรับกันไปแก้ไขกันไปตามความต้องการ


          @ ซุปเปอร์บอร์ดปรับโฉม ศธ.
          แหล่งข่าวระดับสูงจาก ศธ.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา   ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา  ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ได้รับทราบตามที่  ศธ.เสนอขอปรับโครงสร้างการบริหารราชการของ ศธ.แต่ยังมีข้อถกเถียงบางประเด็น   โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
          ที่ถูกลดบทบาทเหลือเพียงกรมเดียว พล.อ.ประยุทธ์จึงขอให้  ศธ.กลับไปหารือให้ได้ข้อสรุปก่อนนำกลับมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาใหม่อีกครั้ง

          "ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่ที่ ศธ.เสนอแทนโครงสร้างเดิมที่มี 4  องค์กรหลัก และสำนักงานปลัด ศธ.นั้น จะมีรัฐมนตรีว่าการ  ศธ.ดูแลนโยบายในภาพรวม มีปลัด ศธ.กำกับดูแลการดำเนินงานในหน่วยงานต่างๆ โดยแยกการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ออกเป็น 6 กรม 2 สำนัก คือ สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรมวิชาการ   กรมการศึกษานอกโรงเรียน กรมการปฐมวัยและประถมศึกษา กรมการมัธยมศึกษา    กรมการศึกษาพิเศษ และกรมอาชีวศึกษา ซึ่งหน่วยงานที่หายไปคือ  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ที่จะย้ายไปขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา   (สกอ.) ที่เตรียมแยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงอุดมศึกษา" แหล่งข่าวระบุ  แหล่งข่าวกล่าวต่ออีกว่า สำหรับจุดเด่นของโครงสร้างใหม่   มีศึกษาธิการภาคเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงไปสู่การปฏิบัติ และบริหารจัดการในพื้นที่ให้เกิดการบูรณาการ   โดยมีคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้ดูแล   ทำให้กระทรวงสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกันทั้งระดับภาค และจังหวัดมีลำดับชั้นของการบริหารจัดการ และสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน การบริหารบุคคลมีการตรวจสอบ และถ่วงดุล ทั้งในระดับจังหวัด และระดับภาค


          @ "ดาว์พงษ์" เผยยังไม่ตกผลึก
          พล.อ.ดาว์พงษ์  กล่าวว่า การปรับโครงสร้าง ศธ.เป็นข้อเสนอจากหลายหน่วยงาน อาทิ  สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  และผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการศึกษา ที่ผ่านมา ศธ.วางรูปแบบโครงสร้างไว้บ้างแล้ว  ส่วนตัวแค่ช่วยบูรณาการ โดยได้เสนอรูปแบบโครงสร้าง ศธ. เบื้องต้นให้ที่ประชุมซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา แต่ยังไม่ตกผลึก ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์รับทราบแล้ว และสอบถามว่าการปรับโครงสร้าง ศธ.จะมีรูปแบบที่ชัดเจนเมื่อไหร่  จึงชี้แจงว่าขอเวลาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศธ.ก่อน  เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง "การปรับโครงสร้าง ศธ.ผู้ที่ยอมรับได้ต้องมาจากคนในกระทรวง ดังนั้น จึงขอเวลาทบทวนและพิจารณาให้ละเอียดอีกครั้ง ถึงจะเขย่ารูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจนได้  แต่หลักคิดเรื่องนี้ผมมองว่าจะต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เป็นหน่วยเชื่อมโยงประสานงานการศึกษาด้านต่างๆ ระหว่างส่วนกลาง และภูมิภาคได้   รวมถึงต้องมีเอกภาพในการบังคับบัญชา ส่วนจะมีปลัด  ศธ.ที่มีอำนาจสั่งการที่เป็นระดับ 11 เพียงคนเดียวหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้  แต่อย่างน้อยต้องมีซีอีโอ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ลำบากในการปกครอง"   พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว และว่า คาดว่าการประชุมซุปเปอร์บอร์ดครั้งต่อไป น่าจะเสนอรูปแบบโครงสร้าง ศธ.ที่ชัดเจนได้


          @ ขรก.เรียก "ซิงเกิลคอมมานด์"
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการส่งต่อข้อมูลผ่านโปรแกรมไลน์ระหว่างข้าราชการ  ศธ.ที่แสดงให้เห็นโครงสร้างแบบใหม่ในเบื้องต้น  เป็นรูปแบบที่เรียกว่าซิงเกิลคอมมานด์ (single command) โดยมีปลัด ศธ.เป็นผู้สั่งการคนเดียว องค์กรหลักเหลือเพียงสำนักงานปลัด ศธ.ที่เหลือจะมีฐานะเป็นกรม มีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชา ได้แก่   สำนักงานปลัด ศธ. สำนักงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา   กรมการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานศึกษาธิการภาค 1-13 กรมอาชีวศึกษา  กรมปฐมวัยและประถมศึกษา กรมมัธยมศึกษา กรมวิชาการและมาตรฐานการศึกษา   และกรมการศึกษาพิเศษ อีกทั้งข้อความที่แชร์ยังระบุด้วยว่าจะมีศึกษาธิการภาค  เป็นผู้บังคับบัญชาการศึกษาระดับกลุ่มจังหวัด  มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาการศึกษาระดับจังหวัด   มีคณะกรรมการการศึกษาภาค และกรรมการการศึกษาจังหวัด   และมีสำนักงานระดับจังหวัด ดังต่อไปนี้ การศึกษานอกโรงเรียน   การศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา การมัธยมศึกษา การศึกษาพิเศษ อาชีวศึกษา   ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มโรงเรียน มีศึกษาธิการจังหวัด   และอำเภอ เชื่อมโยงการศึกษากับการปกครองส่วนภูมิภาค   ส่วนศึกษานิเทศก์จะมีหน่วยงานในทุกกรม โดยมีฐานะเป็นกอง ที่เรียกว่าสำนัก  ซึ่งจะมีทั้งในระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ยกเว้นในส่วนของการมัธยมศึกษาที่จะมีแค่ในระดับจังหวัด อย่างไรก็ตาม  ในส่วนของศึกษานิเทศก์ยังอยู่ระหว่างการเสนอให้ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนัก  เช่นเดียวกับผู้ตรวจสอบภายใน

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 03 พ.ย. 2558 เวลา 13:52:22 น.
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^