LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.6 เปิดสอบพนักงานราชการครู 10 วิชาเอก จำนวน 22 อัตรา สมัคร13-20ธันวาคม2559 10 ธ.ค. 2559สพม.22 เปิดสอบพนักงานราชการครู 28 อัตรา สมัคร 13-19 ธันวาคม 2559 10 ธ.ค. 255910 วิธีทำให้ชีวิตการเป็นครูมีความสุขอยู่ในโรงเรียน.. 10 ธ.ค. 2559สกสค.-ออมสิน ฟ้องครู 2,000 รายจงใจเบี้ยวชำระหนี้ 10 ธ.ค. 25599 มทร.ยันปี’60 กลับไป’เปิด-ปิด’ภาคเรียนตามเดิม จี้หาข้อสรุปรับตรงร่วม-เคลียริ่งเฮ้าส์ 2 ครั้ง 10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก.

ยุบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชนดัน "สอศ" เป็น "สำนัก" กำกับดูแล

  • 12 ต.ค. 2558 เวลา 09:28 น.
  • 1,960 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ยุบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชนดัน "สอศ" เป็น "สำนัก" กำกับดูแล

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ยุบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชนดัน "สอศ" เป็น "สำนัก" กำกับดูแล

         เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ : รายงาน
          "บิ๊กหนุ่ย"โยนหินถามทาง ยุบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชน ไปอยู่ในกำกับของ "สอศ." มีสถานะเป็น "สำนัก" จากเดิมมี สช.กำกับดูแล อ้างเพื่อให้การจัดการศึกษาและบริหารงานเป็นเอกภาพ พร้อมมอบการบ้านให้ "อาชีวะเอกชน" ไปเจาะลึกปัญหาในพื้นที่ ค้นหาสาเหตุจำนวนเด็กลด "นายกสวทอ." เผยเอกชนเต็มใจอยู่กับสอศ. ด้าน "เลขาฯ อดินันท์" หนุนเต็มที่แต่ฝากให้ดูแลเรื่องการโอนย้ายบุคลากร กองทุน แนะค่าตอบแทนควรอยู่อัตราเดียวกับอาชีวะรัฐ

          พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมผู้บริหารและครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ครั้งที่ 40 การปรับยุทธศาสตร์อาชีวศึกษาเอกชนภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลง  จัดโดยสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีว ศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีตัวแทนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 400  คน

          "พล.อ.ดาว์พงษ์" เปิดฉากว่า  เวลานี้อาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประสบปัญหาจำนวนผู้เรียนลดลง  โดยอาชีวะรัฐ 5.3% ขณะที่อาชีวะเอกชนลดลง  27.8% ซึ่งสวนทางกับความต้องการแรงงานของประเทศและบริบทการพัฒนาประเทศและสังคมโลกที่เปลี่ยนไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ซึ่งจะมีความต้องการกำลังคนอย่างมาก เพราะฉะนั้น  จำเป็นต้องหาสาเหตุที่แท้จริงของการลดลงดังกล่าวว่าเกิดจากอะไรที่ทำให้เด็กไม่เลือกเรียนอาชีวศึกษา อย่างไรก็ตาม  ที่ผ่านมามีการพูดกันมากว่าปัญหาเกิดจากค่านิยม การทะเลาะวิวาทของนักเรียน  ซึ่งส่วนใหญ่จะพบปัญหาในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น  และไม่เชื่อว่านี่คือสาเหตุจริงๆ ซึ่งได้มอบหมายอาชีวะรัฐ  รวมถึงอาชีวะเอกชนไปเจาะลึกให้ถึงปัญหาแท้จริงเป็นรายพื้นที่เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

          ในส่วนที่อาชีวะเอกชนต้องการให้รัฐสนับสนุน  ทั้งปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว ให้อิสระทางวิชาการ  การขอยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีต่างๆ  สวัสดิการและสถานภาพของครูอาชีวศึกษาเอกชนที่ยังแตกต่างจากของรัฐ  การที่อาชีวศึกษาเอกชนยัง

          ไม่สามารถเปิดสอนระดับปริญญาตรีได้  การให้โอกาสเด็กอาชีวะได้สิทธิ์กู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา  (กยศ.) เพิ่มขึ้น ประเด็นเหล่านี้จะไปดูให้  ส่วนเรื่องกู้เงิน กยศ.นั้น จะไปหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะให้สิทธิ์ผู้เรียนอาชีวศึกษากู้ก่อนได้หรือไม่  เพราะที่ผ่านมาเด็กอาชีวะได้สิทธิ์กู้ยืมน้อยมากในขณะที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เด็กเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม  ทุกเรื่องที่เสนอมานั้นขอให้เอกชนไปรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายละเอียดมาเสนออีกครั้งหนึ่ง

          "เรื่องที่พูดกันมากคือการดูแลอาชีวศึกษาเอกชน  ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  (สช.)  แต่วิทยาลัยเอกชนในต่างจังหวัดจะมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา  (สพป.) เป็นผู้ดูแล ซึ่งต้องยอมรับว่า สพป.ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการอาชีวศึกษา  ซึ่งขณะนี้กำลังดูเรื่องการให้อาชีวศึกษาเอกชนไปอยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  (สอศ.) เพื่อให้การพัฒนาอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  พร้อมกันนี้ก็ได้กำหนดเป็นนโยบายด้วยว่าให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน  สามารถเข้าไปแนะแนวการศึกษาในโรงเรียนได้ เพื่อให้เด็กรู้จักวิทยาลัย  เป็นโอกาสจูงใจให้เด็กเลือกเรียนสายอาชีพ  ซึ่ง ศธ.กำหนดให้เป็นเมนูกิจกรรมตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  แต่ที่สำคัญต้องไม่ไปรบกวนเวลาการจัดการเรียนการสอนของเด็กด้วย" พล.อ.ดาว์พงษ์  กล่าว

          รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไข  พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554  เพื่อโอนอาชีวศึกษาเอกชนไปอยู่ในกำกับของ  สอศ. ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา  ก่อนเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)  พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนและเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ต่อไป

          ด้าน รศ.ดร.จอมพงศ์ มลคลวณิชนายกสมาคม  สวทอ. กล่าวว่า  ทางอาชีวศึกษาเอกชนได้ข้อสรุปร่วมว่าจะไปรวมอยู่ในกำกับของ  สอศ. มีสถานะเป็นสำนักหนึ่งที่ดูแลการศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ซึ่งการรวมดังกล่าวจะทำให้เกิดความเป็นเอกภาพของการจัดการศึกษาและมีความชัดเจนในการพัฒนาอาชีวศึกษาไปสู่อนาคต  รวมถึงรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานจำนวนมาก  โดยเฉพาะการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกันแล้ว  เรื่องการรับนักศึกษาก็จะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าสาขาใดรัฐจะผลิต  หรือเอกชนจะผลิต ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของประเทศและภาคเศรษฐกิจได้

          ขณะที่ อดินันท์ ปากบารา เลขาธิการ คณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับเป้าประสงค์ของ สวทอ. ที่ต้องการย้ายไป อยู่รวมกับสอศ.  แต่ก็มีข้อห่วงใยเหมือนคนที่เป็นพ่อแม่แล้วลูกจะออกจากเรือน  ดังนั้น ต้องฝากให้ดูแลเรื่องเงินเดือน ผลประโยชน์ค่าตอบแทน ผู้บริหาร  ครูและบุคลากรที่จะย้ายไป ทั้งเรื่องกองทุนสงเคราะห์  กองทุนเงินกู้เพื่อการพัฒนาสถาบัน รวมถึงเงินกู้เพื่อการพัฒนาบุคลากร  เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่จะต้องคิดว่าดูแลอย่างไรเพื่อให้บุคลากรที่ย้ายไปได้ประโยชน์สูงสุด  ที่สำคัญเมื่อย้ายไปแล้วบุคลากรของอาชีวศึกษาเอกชนควรได้รับประโยชน์หรือค่าตอบแทนที่อยู่ในกรอบเดียวกันกับของ  สอศ. อย่างไรก็ตาม  คิดว่าเมื่อรวมกับสอศ.แล้วจะทำให้การอาชีวศึกษาเกิดความเป็นเอกภาพ  ช่วยสร้างคนสร้างชาติได้ตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 12 ตุลาคม 2558
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^