LASTEST NEWS

22 พ.ค. 2560โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครครูชาวต่างประเทศสอนภาษา จำนวน 4 อัตรา 22 พ.ค. 2560โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 19-25พ.ค.60 22 พ.ค. 2560​รวมข่าวรับสมัครครูอัตราจ้าง-ครูธุรการ รวม 10 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา ไม่ต้องใช้วุฒิครู 22 พ.ค. 2560โรงเรียนปัญจรักษ์ รับสมัครครูภาษาอังกฤษ สอนระดับประถมศึกษา (มีที่พักให้) 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รับสมัครครูธุรการ 3 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องมีวุฒิครู) เงินเดือน 15,000บ. 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสิริรัตนาธร รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคณิตศาสตร์ เงินเดือน 15,000.-บาท 22 พ.ค. 2560ด่วน! โรงเรียนบ้านน้ำยาว รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก 22 พ.ค. 2560รับวุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สพป.สมุทรปราการ เขต 1 เปิดสอบธุรการโรงเรียน 2 อัตรา (สมัคร17-26พ.ค.60) 22 พ.ค. 2560สพป.สมุทรปราการ เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ และครูอัตราจ้าง สมัคร 22-30 พฤษภาคม 2560 22 พ.ค. 2560ไฟเขียวแก้เกณฑ์ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย

เลิกเรียนเร็วแล้วไง?

  • 04 ก.ย. 2558 เวลา 14:22 น.
  • 2,432 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เลิกเรียนเร็วแล้วไง?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เลิกเรียนเร็วแล้วไง?

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง antibodyposttoday@gmail.com

กระทรวงศึกษาธิการดูจะเป็นพื้นที่ที่คึกคักที่สุด หลังเปลี่ยนตัวเสนาบดีจากทหารเรือสู่ทหารบก

ยังไม่ถึงสองสัปดาห์ มาตรการเร่งด่วนเพื่อ "ปฏิรูปการศึกษา" ก็ออกมาแล้วถึง 2 เรื่อง คือ 1.ให้โรงเรียนดูแลธงชาติให้สะอาดเสมอ และ 2.ปรับลดเวลาเรียน ให้เลิกเวลาบ่าย 2 โมงทุกวัน โดยกระทรวงศึกษาฯ รับลูก หาทางลดเวลาเรียนลงทันที

ท่านรัฐมนตรี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ กับท่านนายกฯ บอกว่าเลิกเร็วไม่ได้หมายความว่าจะให้กลับบ้านเร็ว แต่หมายถึงให้ทำกิจกรรม ชมรม หรือเล่นกีฬาก่อนกลับบ้าน

อันที่จริงหากให้เด็กเรียนรู้นอกห้องเพิ่มนั้นเป็นเรื่องดีอยู่แล้วครับ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่เห็นว่าการให้เข้าชมรมนั้น สอดคล้องกับการเลิกเรียนเร็วตรงไหน เพราะสมัยผมต่อให้เลิกเรียนช้า หากพวกเราสนใจที่จะทำกิจกรรมเสริมจากโรงเรียน ก็สามารถเข้าชมรมต่อได้อยู่ดี

นโยบายนี้ยังไม่ได้ถามความสมัครใจด้วยว่าครูในโรงเรียนมีความพร้อมที่จะรับภาระจัดการชมรม หรือหาคนมาดูแลงานด้านกีฬาที่เพิ่มขึ้นมากขนาดไหน

ลองนึกภาพตามนะครับ โรงเรียนระดับอำเภอซึ่งมีบุคลากรจำกัดอยู่แล้ว และครูยังต้องประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะประจำปี จำต้องมาทำชมรมนาฏศิลป์ (ที่ท่านนายกฯ ชอบ) เพื่อรองรับนักเรียนที่เลิกเรียนเร็วไม่ให้ไปสิงสถิตตามร้านเกม

แล้วยังต้องมานั่งประเมินอีกว่าการเรียนรู้นอกบทเรียนที่เพิ่มขึ้นมานั้น เด็กได้ผ่านตัวชี้วัดหรือไม่ จะสร้างภาระเพิ่มขึ้นขนาดไหน

เช่นเดียวกัน หากเป็นโรงเรียนระดับอำเภอกลางๆ ไม่มีพ่อแม่อยากส่งลูกไปเรียน เงินสนับสนุนโรงเรียนก็มีไม่มากนัก (แป๊ะเจี๊ยะยิ่งไม่มี) และมีผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระดับย่ำแย่ จำต้องมาลดเวลาเรียนอีก เพื่อเพิ่มเวลาให้กับชมรมนาฏศิลป์ ทั้งที่ครูควรจะมีเวลาอธิบายบทเรียนให้เด็กเข้าใจมากขึ้น อนาคตผลการเรียนของเด็กจะเป็นอย่างไร

นี่ยังไม่ตอบโจทย์ด้วยนะครับว่าในภาพของการแข่งขันในภูมิภาค ที่การศึกษาไทยอยู่ระดับท้ายตารางของอาเซียนจะดีขึ้นอย่างไร หากลดเวลาเรียนจาก 1,200 ชั่วโมง เหลือ 840 ชั่วโมง/คน/ปี

รวมถึงจะทำให้ปัญหา “โรงเรียนกวดวิชา” ที่ถูกโยนให้เป็น “แพะ” อยู่ตลอดว่าทำให้เด็กมีเวลาเรียนรู้นอกห้องเรียน-มีเวลาอยู่กับผู้ปกครองน้อยลงนั้น ถูกแก้ได้หรือไม่

ความจริงโรงเรียนกวดวิชาจะ “ยิ้มแฉ่ง” ขึ้นมาทันที เพราะปัจจุบันโรงเรียนปกติก็ให้เวลาติวเข้มไม่พออยู่แล้ว ยิ่งเวลาเรียนน้อยลง ยิ่งทำให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีก

การลดเวลาเรียนจึงตอบโจทย์ได้อย่างเดียว คือ สนองความตั้งใจของพลเอกสองคน ที่ไม่ชอบให้มีการเรียนการสอนมากเกินไป โดยที่ไม่สนใจวิเคราะห์ถึงปัญหาการศึกษาที่แท้จริง

ด้วยเหตุนี้อนาคตการศึกษาไทยจึงยังคงมืดมน แต่ก็อาจจะถูกใจคนบางกลุ่มมากขึ้น เพราะเด็กยิ่งฉลาดน้อยเท่าไร ก็ยิ่งปกครองง่ายขึ้นเท่านั้น

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 4 กันยายน 2558
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^