LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา

5 เคล็ดลับ การออมเงินเพื่อคุณครู

  • 03 ก.ย. 2558 เวลา 05:32 น.
  • 9,155 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
5 เคล็ดลับ การออมเงินเพื่อคุณครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

5 เคล็ดลับ การออมเงินเพื่อคุณครู

อาชีพครูในปัจจุบัน เป็นอาชีพที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นนะครับ เพราะเป็นอาชีพที่มอบความรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่ แต่ในบางครั้ง ก็อาจจะมีเรื่องที่ยุ่งยากสักหน่อย คุณอาจมีกองเอกสารเต็มโต๊ะที่ต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการออกและตรวจข้อสอบ กองการบ้านที่ต้องตรวจ หรือเอกสารการประชุม ทำให้มีเวลาเหลือในการจัดการค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเพียงน้อยนิด รวมถึงเรื่องการบริหารจัดการเงินครูด้วย ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาก็คือ เกิดความผิดพลาดทางการเงิน มีปัญหาเรื่องการใช้จ่าย และไม่มีเงินออมในที่สุดครับ ดังนั้น เราจึงได้เอาเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับ การออมเพื่อคุณครู หรือ การบริหารจัดการเงินครู มาฝากกันครับ

1. กำจัดหนี้ให้หมดเสีย
ขั้นตอนแรก ในการออมเงินให้ได้ คือต้องกำจัดหนี้ออกไปให้หมดเสียก่อนครับ ซึ่งหนี้ในที่นี้ หมายรวมถึงหนี้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนี้ กยศ. หนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หนี้บ้าน หรือแม้แต่หนี้ที่ไปยืมเพื่อนมา ก็ควรจะต้องรีบไปเคลียร์ซะให้หมดก่อนครับ เพราะหากเรายิ่งเป็นหนี้นาน ดอกเบี้ยก็ยิ่งเบ่งบานนะครับ ไม่มีทางได้ออมกันแน่ๆ ล่ะ

2. กำหนดจำนวนเงินในกระเป๋า
ข้อดีของการเป็นครูก็คือ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจะค่อนข้างถูกกว่าอาชีพอื่น เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน ที่มีค่าอาหาร ค่าน้ำที่ถูกกว่าข้างนอก จึงสามารถทำให้เรามีเงินเก็บได้มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเลือกใช้จ่ายของเราด้วยนะครับ ดังนั้น หากคุณรู้ว่าวันหนึ่งๆ คุณจะใช้จ่ายเพียงเท่านี้ ก็ควรจะกำหนดเงินในกระเป๋าในจำนวนเดียวกันนี้ในทุกๆ วันด้วย เช่น คุณรู้แล้วว่าในวันหนึ่งๆ คุณจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับชีวิตประจำวันเพียงแค่ 200 บาท คุณก็ควรเอาเงินใส่กระเป๋าในทุกๆ วัน จำนวน 200 บาท ครับ

3. แยกเงินออมไว้ต่างหาก
หากคุณครูทั้งหลายได้เงินเดือนแล้ว ควรเก็บเงินออมแยกไว้ให้ชัดเจน ตั้งแต่เงินเดือนพึ่งออกเลยครับ เพื่อไม่ให้ปะปนกับเงินที่เอาไว้ใช้จ่าย โดยให้แบ่งเงินออมออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้เก็บไว้ ห้ามนำมาใช้เลย ซึ่งอาจจะเก็บเงินออมส่วนนี้ไว้ในบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี หรือออมไว้ในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่กำหนดระยะเวลาลงทุนก็ได้ครับ

สำหรับเงินออมส่วนที่สองนั้น ให้เก็บไว้เป็นเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน โดยให้เก็บออมไว้ในบัญชีออมทรัพย์ หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูงครับ


4. ซื้อแต่ของที่จำเป็น
เมื่อเงินเดือนออก ก็เป็นธรรมดาที่ใครๆ ก็อยากได้ของใหม่ๆ บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เราไม่มีเงินออมได้นะครับ ถ้าหากเรายังซื้อแต่ของที่อยากได้อยู่ เพราะฉะนั้น หากอยากได้อะไร ขอแนะนำว่าควรชั่งใจสักนิด ลองพิจารณาถึงความจำเป็นมากกว่าความอยากได้ เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แม้จะมีโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ อยากให้คิดทบทวนดูให้ดีว่าเรามีความจำเป็นต้องซื้อมือถือเครื่องใหม่หรือไม่ หรือเป็นเพียงความอยากได้เท่านั้น หากไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ก็ยังไม่ต้องซื้อครับ เก็บเงินที่จะซื้อไว้ออมดีกว่าครับ


5. ตั้งเป้าหมายทางการเงิน
คนเราทุกคนก็มีเป้าหมายในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นการเที่ยวรอบโลก การมีเงินล้าน การซื้อบ้านให้พ่อแม่ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ เพราะมันจะกระตุ้นให้เราสามารถเก็บเงินได้เร็ว ดังนั้น หากคุณครูทั้งหลายรู้เป้าหมายของตัวเองแล้วว่าต้องการอะไร ก็จงเก็บเงินเพื่อทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จครับ อาจจะเปิดบัญชีเอาไว้เพื่อเป้าหมายที่ฝันโดยเฉพาะเลยก็ได้ครับ หรือจะเป็นกระปุกลายน่ารักๆ ก็ไม่เลวทีเดียว

เห็นไหมครับว่า การออมเงินนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่เราตั้งใจ มีวินัย และมีความมุ่งมั่น เพียงเท่านี้คุณครูทุกท่านก็สามารถออมเงินได้แล้วครับ

ติดตามสาระความรู้ และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และประกันภัยรถยนต์ได้ที่ MoneyGuru.co.th

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: kapook, aommoney, sanook

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^