LASTEST NEWS

20 ม.ค. 2561อบจ.ภูเก็ต เปิดสอบพนักงานจ้างตำแหน่งผู้ช่วยครู และตำแหน่งต่างๆ 71 อัตรา 20 ม.ค. 2561สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา 19 ม.ค. 2561โรงเรียนวัดหาดสองแคว (สมบูรณ์วิทยาคาร) รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา 18 ม.ค. 2561ด่วน! สอศ.เรียกบรรจุครูล็อตใหญ่ 737 อัตรา (รายงานตัว 12-13-14กุมภาพันธ์61) 18 ม.ค. 2561แชร์ประสบการณ์ การสอบครูคืนถิ่น & TOEIC ตั้งแต่สมัครสอบ-เตรียมสอบ-จนได้บรรจุ 18 ม.ค. 2561โฆษก ศธ.ชี้แจงยุบโรงเรียนขนาดเล็กไม่ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา 18 ม.ค. 2561สพป.นราธิวาส เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร15-19ม.ค.2561 18 ม.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร18-24ม.ค.2561 18 ม.ค. 2561เหตุผลที่ลาออกจากราชการ 18 ม.ค. 2561มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวรรณภูมิ รับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัย 109 อัตรา

รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว

  • 31 ส.ค. 2558 เวลา 13:21 น.
  • 3,357 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว 

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปการศึกษาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนแนวทางปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยนโยบายหนึ่ง คือ ลดระยะเวลาการเรียนภาควิชาการให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น. โดยต้องไม่กระทบกับเนื้อหาหลักที่เด็กควรเรียนรู้ และครูอาจารย์ต้องใช้ความสามารถในการอธิบายและบูรณาการเนื้อหาให้ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เวลาที่โรงเรียนเลิกเรียนยังคงเป็นเวลาเดิม ตามกำหนดของโรงเรียนแต่ละแห่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 น. ไปจนกว่าจะถึงเวลาโรงเรียนเลิก ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้นักเรียนแทน

"นายกฯ อยากให้ผู้ปกครองสบายใจว่า ไม่ใช่โรงเรียนเลิกเร็วแล้วกลายเป็นผลักภาระให้ผู้ปกครอง โรงเรียนยังคงต้องทำหน้าที่ให้การศึกษา แต่เป็นการศึกษาที่ไม่ได้เน้นแค่วิชาการ จนขาดทักษะด้านอื่นที่จำเป็นและสำคัญมาก คือทักษะการใช้ชีวิตและการรู้จักตนเอง" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรจัดกิจกรรมให้หลากหลายเพื่อช่วยเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์ ความมีน้ำใจต่อกัน การทำงานเป็นทีม ที่สำคัญควรมีกิจกรรมกระตุ้นให้เด็กได้ค้นหาศักยภาพและความชอบของตนเอง เพราะเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความพิเศษ มีความสามารถในแบบฉบับของตนเอง โดยการจัดกิจกรรมไม่จำเป็นต้องเปิดให้เฉพาะห้องเดียวกันหรือระดับชั้นเดียวกัน บางกิจกรรมสามารถศึกษาหรือทำร่วมกันในหลายระดับชั้น ให้เด็กรู้จักการปรับตัวช่วยเหลือดูแลกัน มีปฏิสัมพันธ์กับคนหลายช่วงวัย ถือเป็นการจำลองสภาพจริงในสังคมให้เด็กได้เรียนรู้และช่วยเพิ่มทักษะในการแก้ปัญหาให้กับเด็กไทย

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 1 ก.ย. 2558 (กรอบบ่าย)
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^