LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560รัฐทุ่มเงินเดือนหลักแสน ชวนคนเก่งรับราชการ 30 เม.ย. 2560รถส่วนกลางใช้เป็นรถประจำตำแหน่งมิได้ 30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน

รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว

  • 31 ส.ค. 2558 เวลา 13:21 น.
  • 3,322 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว 

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปการศึกษาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนแนวทางปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยนโยบายหนึ่ง คือ ลดระยะเวลาการเรียนภาควิชาการให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น. โดยต้องไม่กระทบกับเนื้อหาหลักที่เด็กควรเรียนรู้ และครูอาจารย์ต้องใช้ความสามารถในการอธิบายและบูรณาการเนื้อหาให้ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เวลาที่โรงเรียนเลิกเรียนยังคงเป็นเวลาเดิม ตามกำหนดของโรงเรียนแต่ละแห่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 น. ไปจนกว่าจะถึงเวลาโรงเรียนเลิก ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้นักเรียนแทน

"นายกฯ อยากให้ผู้ปกครองสบายใจว่า ไม่ใช่โรงเรียนเลิกเร็วแล้วกลายเป็นผลักภาระให้ผู้ปกครอง โรงเรียนยังคงต้องทำหน้าที่ให้การศึกษา แต่เป็นการศึกษาที่ไม่ได้เน้นแค่วิชาการ จนขาดทักษะด้านอื่นที่จำเป็นและสำคัญมาก คือทักษะการใช้ชีวิตและการรู้จักตนเอง" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรจัดกิจกรรมให้หลากหลายเพื่อช่วยเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์ ความมีน้ำใจต่อกัน การทำงานเป็นทีม ที่สำคัญควรมีกิจกรรมกระตุ้นให้เด็กได้ค้นหาศักยภาพและความชอบของตนเอง เพราะเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความพิเศษ มีความสามารถในแบบฉบับของตนเอง โดยการจัดกิจกรรมไม่จำเป็นต้องเปิดให้เฉพาะห้องเดียวกันหรือระดับชั้นเดียวกัน บางกิจกรรมสามารถศึกษาหรือทำร่วมกันในหลายระดับชั้น ให้เด็กรู้จักการปรับตัวช่วยเหลือดูแลกัน มีปฏิสัมพันธ์กับคนหลายช่วงวัย ถือเป็นการจำลองสภาพจริงในสังคมให้เด็กได้เรียนรู้และช่วยเพิ่มทักษะในการแก้ปัญหาให้กับเด็กไทย

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 1 ก.ย. 2558 (กรอบบ่าย)
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^