LASTEST NEWS

19 ม.ค. 2560สำหรับ ป.ตรี วท.บ. และ วศ.บ. ที่อยากเป็นครู จบแล้วบรรจุในคุณวุฒิป.โท 19 ม.ค. 2560สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 19 ม.ค. 2560รายชื่อผู้ผ่านการเทียบโอนความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 116 19 ม.ค. 2560นายกฯ สั่งลุย!! ‘บิ๊กตู่’ สั่งผู้บริหาร ศธ.ลุยปฏิรูปการศึกษาทันที ไม่ต้องรอทำแผนเสร็จ 19 ม.ค. 2560ศธ.เล็งผุดมาตรฐานวิชาชีพครูไทย อ้างอิงแม่พิมพ์อาเซียน ‘หมอธี’ เล็งปรับหลักสูตรศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ 19 ม.ค. 2560เล็งเลื่อนปิดเทอม-โอเน็ต!! ‘หมอธี’ ตรวจน้ำท่วมใต้ เผย ร.ร.สุราษฎร์เสียหายกว่า 100 ล. 19 ม.ค. 2560สอบครูผู้ช่วย ภาค ก. ปี 2560 ต้องอ่านอะไรบ้าง 19 ม.ค. 2560เดินหน้าเกลี่ยอัตราใน ศธ. แต่งตั้ง ศธภ.-รอง ศธภ 19 ม.ค. 2560"บิ๊กตู่"จี้รุกปฏิรูปศึกษาก่อนแผนเสร็จ สกศ.ปรับเพิ่มเป็น 20 ปี-ลดเหลือ 7 ยุทธศาสตร์ 19 ม.ค. 2560จ่ายเงิน สพฐ. 1.5 หมื่นล้าน ผ่านอี-เพย์เมนต์ลอตแรก

รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว

  • 31 ส.ค. 2558 เวลา 13:21 น.
  • 3,313 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รัฐบาลแจงแผนเลิกเรียนเร็ว 

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปการศึกษาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนแนวทางปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยนโยบายหนึ่ง คือ ลดระยะเวลาการเรียนภาควิชาการให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น. โดยต้องไม่กระทบกับเนื้อหาหลักที่เด็กควรเรียนรู้ และครูอาจารย์ต้องใช้ความสามารถในการอธิบายและบูรณาการเนื้อหาให้ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เวลาที่โรงเรียนเลิกเรียนยังคงเป็นเวลาเดิม ตามกำหนดของโรงเรียนแต่ละแห่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 น. ไปจนกว่าจะถึงเวลาโรงเรียนเลิก ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้นักเรียนแทน

"นายกฯ อยากให้ผู้ปกครองสบายใจว่า ไม่ใช่โรงเรียนเลิกเร็วแล้วกลายเป็นผลักภาระให้ผู้ปกครอง โรงเรียนยังคงต้องทำหน้าที่ให้การศึกษา แต่เป็นการศึกษาที่ไม่ได้เน้นแค่วิชาการ จนขาดทักษะด้านอื่นที่จำเป็นและสำคัญมาก คือทักษะการใช้ชีวิตและการรู้จักตนเอง" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรจัดกิจกรรมให้หลากหลายเพื่อช่วยเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์ ความมีน้ำใจต่อกัน การทำงานเป็นทีม ที่สำคัญควรมีกิจกรรมกระตุ้นให้เด็กได้ค้นหาศักยภาพและความชอบของตนเอง เพราะเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความพิเศษ มีความสามารถในแบบฉบับของตนเอง โดยการจัดกิจกรรมไม่จำเป็นต้องเปิดให้เฉพาะห้องเดียวกันหรือระดับชั้นเดียวกัน บางกิจกรรมสามารถศึกษาหรือทำร่วมกันในหลายระดับชั้น ให้เด็กรู้จักการปรับตัวช่วยเหลือดูแลกัน มีปฏิสัมพันธ์กับคนหลายช่วงวัย ถือเป็นการจำลองสภาพจริงในสังคมให้เด็กได้เรียนรู้และช่วยเพิ่มทักษะในการแก้ปัญหาให้กับเด็กไทย

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 1 ก.ย. 2558 (กรอบบ่าย)
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^