LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปวส.ขึ้นไป) กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ จำนวน 20 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดสอบรับราชการ จำนวน 15 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรี 15,000 - 16,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 20 อัตรา 04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา

กรมบัญชีกลาง แจงเกณฑ์รักษา รพ.เอกชนได้แค่ 4 กรณี

  • 17 ก.ค. 2558 เวลา 13:13 น.
  • 6,885 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
กรมบัญชีกลาง แจงเกณฑ์รักษา รพ.เอกชนได้แค่ 4 กรณี

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

กรมบัญชีกลาง แจงเกณฑ์รักษา รพ.เอกชนได้แค่ 4 กรณี

กรมบัญชีกลางแจงหลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาจากสถานพยาบาลเอกชน ย้ำได้แค่ 4 กรณีเท่านั้น

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อสถานพยาบาลของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการกับกรมบัญชีกลางโดยไม่มีรายละเอียดประกอบใดๆ ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง รวมทั้งอาจจะเข้าใจผิดว่าสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาจากสถานพยาบาลของเอกชนดังกล่าวได้ทุกกรณี

นายมนัส แจ่มเวหา กล่าวว่า ขอย้ำว่า หลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาจากสถานพยาบาลเอกชนสามารถเบิกได้ 4 กรณีเท่านั้น ดังนี้

1.การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน สามารถเบิกค่ารักษาได้ในโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง กรณีวิกฤต (สีแดง) กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง) ซึ่งเป็นการบูรณาการหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลร่วมกันของ 3 กองทุน โดยอิงเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน คือ ถ้าเป็นกรณีวิกฤต (สีแดง) กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง) ให้โรงพยาบาลเอกชน ส่งข้อมูลค่าใช้จ่ายผู้ป่วยทุกสิทธิ ในระบบ EMCO ที่ สปสช. เพื่อตรวจสอบและจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลก่อน แล้ว สปสช.จึงเรียกเก็บจากหน่วยงานของผู้มีสิทธิ โดยจ่ายตามระบบ DRGs ซึ่งนโยบายในตอนนั้นไม่ให้โรงพยาบาลเก็บเงิน แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลจะเก็บเงินไว้ก่อน เมื่อโรงพยาบาลได้รับแจ้งจาก สปสช.ว่า เข้าข่ายวิกฤต/เร่งด่วน และได้เงินจาก Clearing house แล้ว จึงคืนเงินส่วนที่เบิกได้ให้แก่คนไข้

2.การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินไม่รุนแรง (สีเขียว) หรือเป็นกรณีที่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตหรือฉุกเฉินเร่งด่วน กรมบัญชีกลางกำหนดให้นำมาเบิกจากต้นสังกัด คือ ค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 8,000 บาท เบิกค่าห้องค่าอาหารได้วันละ 1,000 บาท และเบิกค่าอุปกรณ์บำบัดรักษาโรคฯ ได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้

3.การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีส่งต่อ สามารถเบิกได้ 2 กรณี คือ การล้างไต หรือรังสีรักษา โดยต้องเป็นคนไข้นอก และต้องเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเบิกตรงกับกรมบัญชีกลางตามรายชื่อที่ประกาศในเว็บไซต์ของกรม ในหัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาล

4. การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้า โดยต้องเป็นคนไข้ในของสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 30 แห่ง และการนัดผ่าตัดล่วงหน้าเฉพาะโรคที่กำหนดไว้ตามรายการโรค/หัตถการที่ประกาศในเว็บไซต์กรม เช่น การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง การผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การผ่าตัดต้อหิน การรักษาภาวะแทรกซ้อนโดยตรงจากการรักษาครั้งก่อน เป็นต้น

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า สำหรับการเบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการจากสถานพยาบาลของเอกชนนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เข้ารับบริการต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง และขณะนี้ได้มีข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในสื่อ Social Media เป็นจำนวนมาก ข้อมูลส่วนใหญ่ค่อนข้างคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง หากข้าราชการ ผู้รับบำนาญ หรือบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ไม่แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้หรือไม่ สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2273-6400 หรือ 0-2271-7000 ต่อ 4441

"กรมบัญชีกลางเตรียมขยายการให้บริการกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้าของสถานพยาบาลเอกชน อีกกว่า 100 แห่ง คาดว่าจะประกาศให้ทราบและสามารถเข้าใช้บริการได้ในเร็ว ๆ นี้" นายมนัสกล่าว


ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 กรกฎาคม 2558

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^