LASTEST NEWS

24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโคนพิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกพลศึกษา

สั่งสกสค.ศึกษาลดวงเงินกู้ครู ตัดวงจรเป็นหนี้ซ้ำซาก

  • 08 ก.ค. 2558 เวลา 08:56 น.
  • 2,778 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สั่งสกสค.ศึกษาลดวงเงินกู้ครู ตัดวงจรเป็นหนี้ซ้ำซาก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สั่งสกสค.ศึกษาลดวงเงินกู้ครู ตัดวงจรเป็นหนี้ซ้ำซาก

รมว.ศธ.แนะแก้ปัญหาหนี้ครู ต้องไม่ให้ครูกู้เงินง่าย สั่ง สกสค.ไปศึกษาลดวงเงินกู้ของครู ชี้ครูควรทำบัญชีครัวเรือน สร้างวินัยด้านการเงิน ด้านปลัด ศธ.มอบ ก.ค.ศ.ทำหนังสือแจ้งเขตพื้นที่ทั่วประเทศรับครูเข้าโครงการพักชำระหนี้ ลงทะเบียนภายใน 31 ก.ค.

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีปัญหาหนี้ครูที่ขณะนี้ทางธนาคารออมสินได้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาออกมาแล้ว ว่า เรื่องปัญหาหนี้สินครู นอกจากจะช่วยครูในเรื่องจ่ายหนี้แล้ว ยังคงต้องให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยด้านการเงิน อาทิ การทำบัญชีครัวเรือนแก่ผู้ที่เข้าโครงการดังกล่าวด้วย เนื่องจากประเด็นปัญหาของเรื่องหนี้ครูไม่ได้เกิดจากการประกอบอาชีพครู แต่เกิดการครูมีโอกาสในการกู้ยืมได้ง่ายและเป็นเงินจำนวนมาก อาทิ การกู้เงินจากกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) เป็นต้น ซึ่งกู้ได้วงเงินที่สูงถึง 3 ล้านบาท และเมื่อกู้ได้ง่าย ครูก็เลือกที่จะกู้เพื่อลงทุนหรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นครู

"ผมว่าปัญหานี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการควบคุมไม่ให้มีการกู้ที่ง่ายเกินไป ต้องดูในส่วนของขีดความสามารถในการชำระหนี้ก่อนจะปล่อยกู้ด้วย เพื่อป้องกันการกู้ซับซ้อนจนเป็นดินพอกหางหมู ดังนั้นจึงมีการหารือกันในคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ลดวงเงินการกู้เงินไม่สูงเกินไป และไปดูในรายละเอียดถึงโครงการต่างๆ ในลักษณะนี้ ว่าจะมีการปรับอย่างไรได้หรือไม่ แต่หากมีผู้ที่มีความจำเป็นจริงๆ ก็มีแหล่งกู้อีกหลายแห่งที่รองรับ แต่ทุกแหล่งที่ปล่อยกู้ต้องมีการควบคุมการปล่อยเงินกู้ ดูประวัติผู้กู้ว่ามีการกู้มาก่อนหรือไม่ เมื่อกู้แล้ว เงินเดือนที่เหลือใช้ต่อเดือนควรจะมีประมาณ 30% ของเงินเดือน ไม่ปล่อยให้กู้จนไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน" รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดฯ ศธ.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีข้อสรุปว่า จะต้องแบ่งลูกหนี้ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มลูกหนี้วิกฤติรุนแรง คือลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดี ขาดความสามารถในการชำระหนี้ จะให้ชะลอการฟ้องดำเนินคดี หรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี แต่ทั้งนี้ต้องมีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี และให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน 3 ปี แต่ให้ชำระเงินต้นเมื่อครบ 3 ปี ให้นำดอกเบี้ยที่พักไว้ เฉลี่ยจ่ายคืน รวมกับเงินงวดต่อๆ ไป โดยกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด เพราะในช่วงที่ชำระแต่เงินต้นก็จะทำให้ดอกเบี้ยลดลงด้วย กลุ่มที่ 2 ลูกหนี้ใกล้วิกฤติ คือลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 12 งวดติดต่อกัน นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2558 โดยให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่ง เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ เมื่อครบ 2 ปีให้นำดอกเบี้ยที่พักไว้เฉลี่ยจ่ายคืนรวมกับเงินงวดต่อไป กลุ่มที่ 3 ลูกหนี้ที่ค้างชำระไม่เกิน 12 งวดติดต่อกันนับถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2558 ให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามมาตรการของธนาคาร และกลุ่มสุดท้ายลูกหนี้ปกติ คือลูกหนี้ที่ยังไม่ผิดนัดชำระ ให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย โดยได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ทำหนังสือแจ้งเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

นพ.กำจรกล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนในการเข้าร่วมมาตรการระยะแรกคือ ลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงข้าราชการบำนาญสังกัด ศธ. จะต้องไปลงทะเบียนที่ธนาคารออมสิน และแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดให้รับรอง ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 เพื่อรวบรวมเป็นบัญชีรายชื่อ โดยมีข้อแม้ว่าลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่ม และหากมีพฤติกรรมผิดนัดชำระอีกจะไม่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่ามีครูที่อยู่ในกลุ่มลูกหนี้วิกฤติรุนแรงซึ่งได้ไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ประมาณ 1,700 คน ส่วนกลุ่มที่ 2 คือลูกใกล้วิกฤติ มีจำนวนหลายหมื่นคน ส่วนกลุ่มอื่นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ส่วนมูลค่าหนี้ทั้งหมดอยู่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท.

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 8 กรกฎาคม 2558
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^