LASTEST NEWS

25 พ.ค. 2561กรุงเทพมหานคร รับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 41 อัตรา สมัคร 1-15 มิ.ย.2561 25 พ.ค. 2561แถลงชี้แจงระเบียบ ก.คลังจ้างพนักงานหรือลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ 25 พ.ค. 2561ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือยังคะ? - หมดอายุเกิน 5 ปี หมดสิทธิ์ต่ออายุนะ 25 พ.ค. 2561ผอ.รร.แจงสังคม เงินเดือนครูอัตราจ้างน้อยจริง 25 พ.ค. 2561โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงโปร์นครราชสีมา รับสมัคร ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย 1 อัตรา 25 พ.ค. 2561สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 พ.ศ.2561 25 พ.ค. 2561เร่งคดีทุจริตสอบบรรจุครู 11 จว.อีสาน สรุปเรื่องส่งให้ศธจ.บุรีรัมย์-ตั้งกก.ลงโทษทางวินัย 25 พ.ค. 2561กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัคร24พ.ค.-14มิ.ย.2561 25 พ.ค. 2561สพป.ขอนแก่น เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 4 อัตรา (สมัคร1-7มิ.ย.61) 24 พ.ค. 2561จริงหรือเปล่าคะ ที่บอกว่าเรียนป.บัณฑิตปีนี้ต้องสอบเอาใบประกอบ

สมศ.ชำแหละ 10 ปัญหาการศึกษาไทย

  • 03 ก.ค. 2558 เวลา 11:30 น.
  • 2,179 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สมศ.ชำแหละ 10 ปัญหาการศึกษาไทย
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สมศ.ชำแหละ 10 ปัญหาการศึกษาไทย

          ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10 ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่ 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2.ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์ 4.ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 5. สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน 6.ครูไม่ครบชั้น 7.ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8.สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ 9.สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด และ 10.ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา

          สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ "1 ช่วย 9" โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 มีสถานศึกษาแกนนำจำนวน 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง

          อย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินงานของโครงการ "1 ช่วย 9" ในระยะแรก พบว่า สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10 สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 92.10 ผู้บริหารครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90 ตามลำดับ

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^