LASTEST NEWS

29 พ.ค. 2560คาดได้ใช้เกณฑ์ใหม่สอบครูผู้ช่วยปี 61 29 พ.ค. 2560สอศ.เปิดสอบพนักงานราชการ 20 อัตรา หลายจังหวัด มีตำแหน่งป.ตรีทุกสาขา สมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 29 พ.ค. 2560คุรุสภาแจ้งเตือน เริ่มเก็บค่าปรับต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป 29 พ.ค. 2560ป.บัณฑิตวิชาชีพครู (ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู) มีไว้ให้หน่วยผู้ใช้ครูพัฒนาครูในสังกัดของตัวเอง 27 พ.ค. 2560มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัยและบุคคลเข้าทำงาน รวม 80 อัตรา 27 พ.ค. 2560ไม่ต้องใช้วุฒิครู (รับปริญญาตรีทุกสาขา) กศน.ตากเปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา 27 พ.ค. 2560( รับสมัคร 18 อัตรา ) สพป.นครราชสีมา เขต 6 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูธุรการ (ป.ตรีทุกสาขา) 1-9มิ.ย.60 27 พ.ค. 2560ขออนุมัติจัดสรรงบประมาณปี 2560 (ครั้งที่3) เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างพนักงานราชการตามกรอบรอบที่ 4 27 พ.ค. 2560คำสั่ง สป. เรื่อง มอบอำนาจให้ศึกษาธิการภาค ปฏิบัติราชการแทน 27 พ.ค. 2560อบจ.นนทบุรี เปิดสอบพนักงานจ้างทั่วไป ตำแหน่งนักการภารโรง 34 อัตรา สมัคร 24พ.ค.-1มิ.ย.2560

สมศ.ชำแหละ 10 ปัญหาการศึกษาไทย

  • 03 ก.ค. 2558 เวลา 11:30 น.
  • 2,072 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สมศ.ชำแหละ 10 ปัญหาการศึกษาไทย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สมศ.ชำแหละ 10 ปัญหาการศึกษาไทย

          ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก 3 รอบ ระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สมศ. พบว่ามี 10 ปัญหาหลักที่เป็นตัวฉุดรั้งการศึกษาไทย ได้แก่ 1. ปัญหาการอ่านและการเขียน 2.ผลสัมฤทธิ์การเรียนอยู่ในระดับต่ำ 3.ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์ 4.ผู้เรียนขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 5. สถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน 6.ครูไม่ครบชั้น 7.ครูยังไม่สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 8.สถานศึกษาขาดการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ 9.สถานศึกษาขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ สนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด และ 10.ขาดการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ เป็นผลให้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา

          สมศ.จึงได้ริเริ่มโครงการ "1 ช่วย 9" โดยสถานศึกษาที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นแกนนำช่วยพัฒนาสถานศึกษาเครือข่ายที่ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีมาก ให้มีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้นอย่างน้อย 9 แห่งต่อ 1 หน่วยงาน โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 มีสถานศึกษาแกนนำจำนวน 207 แห่ง มีสถานศึกษาเครือข่าย 1,863 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาเครือข่าย คาดว่าจะมีสถานศึกษาเครือข่ายเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง

          อย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินงานของโครงการ "1 ช่วย 9" ในระยะแรก พบว่า สถานศึกษาเครือข่ายมีพัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 93.10 สถานศึกษาแกนนำและสถานศึกษาเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 92.10 ผู้บริหารครู/อาจารย์และบุคลากรเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือร่วมกันพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 90.30 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.90 และสถานศึกษาเกิดวัฒนธรรมคุณภาพ และนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ในการขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.90 ตามลำดับ

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^