LASTEST NEWS

18 ม.ค. 2561เหตุผลที่ลาออกจากราชการ 18 ม.ค. 2561มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวรรณภูมิ รับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัย 109 อัตรา 18 ม.ค. 2561โอกาสดีมาแล้ว! บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด รับสมัครบุคคลเข้าทำงาน 330 อัตรา 17 ม.ค. 2561กศจ.ชัยภูมิ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 27 อัตรา (รายงานตัว25มกราคม2561) 17 ม.ค. 2561สพป.ตรัง เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 6 อัตรา(สมัคร29ม.ค.-2ก.พ.61) 17 ม.ค. 2561[เช็ครายชื่อที่นี่] สกอ.ประกาศแล้ว! รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ ครูคืนถิ่น ปี2561 17 ม.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลโสธิญา รับสมัครครู 11 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา(ไม่มีใบประกอบวิชาชีพสมัครได้) 17 ม.ค. 2561ข่าวดี! ก.ค.ศ.อนุมัติอัตราว่างเกษียณ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 885 อัตรา (เช็ครายละเอียด) 16 ม.ค. 2561*สนามใหญ่มาแล้ว ไม่ต้องผ่านภาค ก วุฒิปวช-ปวส-ป.ตรีทุกสาขา กรมท่าอากาศยาน เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 16 ม.ค. 2561​(ที่พักและอาหารฟรี) ด่วน ! ประกาศรับสมัครครูพลศึกษา 4 อัตรา

แนะสพฐ.จริงใจสร้างระบบพัฒนาครู

  • 22 มิ.ย. 2558 เวลา 13:00 น.
  • 602 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แนะสพฐ.จริงใจสร้างระบบพัฒนาครู
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แนะสพฐ.จริงใจสร้างระบบพัฒนาครู นักวิชาการจุฬาฯ เผยผลวิจัยชี้คูปองพัฒนาครูเป็นเรื่องดี หนุนแจกคูปองพัฒนาครู แต่ สพฐ.ต้องมีฐานข้อมูลการอบรมของครูที่เป็นปัจจุบัน-จริงใจเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง เชื่อครูปลื้มไม่ต้องควักเงินจ่ายก่อน 

วันนี้ (22 มิ.ย.) รศ.ดร. จรูญศรี มาดิลกโกวิท อาจารย์ประจำสาขาธุรกิจศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการจัดทำคูปองพัฒนาครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำการศึกษาวิจัยการพัฒนาระบบการดำเนินการคูปองวิชาการ เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงพัฒนาที่สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดได้ โดยผลวิจัย พบว่า การจัดทำคูปองพัฒนาครูเป็นเรื่องที่ดี แต่ สพฐ.ต้องจัดทำฐานข้อมูลการพัฒนาครูให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด ต้องรู้ว่าครูได้รับการอบรมด้านใดไปแล้วบ้าง ส่วนครูก็ต้องมีการวางแผนว่า ตนเองอยากพัฒนาทักษะอะไรเพิ่ม และรัฐบาลควรสนับสนุนให้มีกองทุนเพื่อการพัฒนาครูโดยเฉพาะด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ “งบประมาณที่ สพฐ.จัดสรรให้ครูเพื่ออบรมคนละ 3,500 บาทนั้น ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสม เพราะในการทำวิจัยครั้งนั้น ได้กำหนดงบประมาณไว้คนละ 4,000 บาท โดยคิดจาก 2% ของเงินเดือนครูที่จะเข้าอบรมต่อปี ประมาณ 6.4 แสนคนในเวลานั้น ซึ่งก็เพียงพอ แต่ทั้งนี้คิดว่าเรื่องเงินไม่น่าใช่ปัญหาใหญ่ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม แต่สำคัญที่สุด คือ จุดเริ่มต้นของการดำเนินงานจะต้องมีความจริงใจที่จะสร้างระบบพัฒนาครู โดยต้องสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และในแง่นโยบายจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าครูจะให้ความสนใจ และชอบที่มีการจัดคูปองพัฒนาครู เพราะครูสามารถเข้ารับการอบรมได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน”รศ.ดร.จรูญศรี กล่าว.

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2558 เวลา 8:56 น.
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^