LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560รถส่วนกลางใช้เป็นรถประจำตำแหน่งมิได้ 30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 183/2558 ผลประชุมบอร์ดการศึกษาเอกชน

  • 05 มิ.ย. 2558 เวลา 08:57 น.
  • 1,026 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 183/2558 ผลประชุมบอร์ดการศึกษาเอกชน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 183/2558
การประชุม กช. 3/2558

ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 3/2558 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ


นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยผลการประชุม สรุปดังนี้

เห็นชอบร่างประกาศฯ การกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ

ที่ประชุมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ พ.ศ. .... เนื่องจากประกาศเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2557 นั้น ได้ให้การกู้ยืมเงินเฉพาะด้านการก่อสร้างหรือการซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนตามหลักสูตรเท่านั้น แต่ร่างประกาศฉบับใหม่นี้จะเป็นช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างมาก โดยสามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนได้ อันจะส่งผลให้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การปรับปรุงร่างประกาศดังกล่าวก็เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ พ.ศ.2556 อีกด้วย

สำหรับคุณสมบัติของโรงเรียนที่มีสิทธิ์กู้ยืม ต้องเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบที่เปิดทำการสอนไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีจำนวนนักเรียนในแต่ระดับชั้น คือ เปิดสอนระดับชั้นก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. อย่างใดอย่างหนึ่งเพียง 1 ระดับ ไม่ต่ำกว่า 120 คน หรือหากเปิดสอนตั้งแต่ 2 ระดับขึ้นไป ต้องมีจำนวนนักเรียนไม่ต่ำกว่า 180 คน

โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินอัตราร้อยละ 4 ต่อปี และมีหลักประกันในการกู้ยืมเงินอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ หนังสือค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ หรือพันธบัตรรัฐบาล หรือที่ดินของผู้กู้ยืมหรือผู้ค้ำประกัน หรือหากเป็นสิ่งปลูกสร้างของโรงเรียน ต้องมีราคาประเมินที่ดินไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของวงเงินที่ขอกู้ยืมเงิน จากเดิมกำหนดสูงไว้ถึงร้อยละ 50

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักเกณฑ์เดียวกัน เพียงแต่เป็นเงินยืมปลอดดอกเบี้ยสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่เปิดสอนวิชาศาสนาควบคู่วิชาสามัญที่แปรสภาพมาจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) และได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลใน  14 จังหวัดภาคใต้

เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงฯ ช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

ที่ประชุมเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. .... เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันยิ่งขึ้น เนื่องจากระเบียบเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2552 แล้ว โดยมีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงแก้ไข ดังนี้

- ปรับปรุงให้มีวิธีการสำหรับการยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนสำหรับนักเรียนใหม่ เข้าเรียนในภาคเรียนที่ 2 ของโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษา
- ปรับปรุงเอกสารประกอบการขอรับเงินอุดหนุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยกเลิกการแนบบัญชีการจ่ายเงินเดือนครูและหักเงินสมทบ เนื่องจากตั้งแต่ปี 2554 สำนักงานฯ ไม่ได้หักเงินสมทบครูจากเงินอุดหนุนรายบุคคลในแต่ละเดือนนำส่งให้กับกองทุนสงเคราะห์แล้ว
- ปรับปรุงโดยเพิ่มคุณสมบัตินักเรียนที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ต้องมีเลขประจำตัวประชาชนที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย และการกำหนดอายุสูงสุดของนักเรียนที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนรายบุคคล (กำหนดอายุสูงสุดไม่เกิน 25 ปี) ซึ่งจากเดิมไม่มีการระบุไว้
- ปรับปรุงคำนิยามโรงเรียนการกุศลให้สอดคล้องกับประกาศประเภทโรงเรียน และเพิ่มนิยามสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ
- เพิ่มเติมในส่วนคุณสมบัติของนักเรียนใหม่เข้าเรียนในภาคเรียนที่ 2 ของโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษาต้องเป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- เพิ่มเงื่อนไขสำหรับโรงเรียนที่เบิกจ่ายเงินอุดหนุนประจำเดือนไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้โรงเรียนดำเนินการขอเบิกจ่ายให้ทันภายในปีงบประมาณที่ยื่นคำร้อง เพื่อให้โรงเรียนปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้อง และสำนักงานฯ สามารถวางแผนในการเบิกจ่ายเงินตอนสิ้นปีงบประมาณและมีข้อมูลเพื่อของบประมาณเพิ่มเติมกรณีงบประมาณไม่เพียงพอ
- เพิ่มเงื่อนไขให้โรงเรียนตั้งใหม่หรือโรงเรียนที่เข้ารับอุดหนุนครั้งแรกได้รับเงินอุดหนุนเดือนแรก ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาที่ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุน เพื่อเป็นการกำหนดแนวปฏิบัติให้ชัดเจนและเป็นแนวทางเดียวกัน ซึ่งแต่เดิมระเบียบฯ ไม่ได้ระบุไว้
- เพิ่มเงื่อนไขกรณีที่โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงรายการในตราสาร หรือใบอนุญาตที่มีผลต่อการเพิ่มจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน ภายหลังวันที่ 30 มิถุนายน ให้คำนวณจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนตามที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงได้ในปีการศึกษาถัดไป
- ปรับปรุงการกำกับดูแลกรณีเบิกเงินอุดหนุนผิดพลาด โดยโรงเรียนต้องคืนเงินพร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 และกำชับให้โรงเรียนรักษาวินัยทางการเงิน ปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้อง และมีการคืนเงินตามกำหนดเวลา
- ปรับปรุงการกำกับดูแลกรณีมีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนผิดพลาดและเงื่อนไขการเรียกเงินคืน โดยนำข้อความในระเบียบฉบับที่ 4 ที่ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว มากำหนดไว้ในร่างระเบียบฯ นี้
- เพิ่มมาตรการกรณีโรงเรียนไม่นำเงินอุดหนุนที่ได้รับไปใช้จ่ายตามเงื่อนไข เช่น จ่ายเงินเดือนครูไม่เต็มตามวุฒิ ให้ผู้อนุญาตสั่งแก้ไข หากไม่ดำเนินการให้ผู้อนุญาตสั่งลงโทษตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550
- เพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เนื่องจากโรงเรียนอาชีวศึกษาปัจจุบันได้จัดการเรียนการสอนในประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แต่ยังไม่มีอัตราเงินอุดหนุนของประเภทวิชาดังกล่าวในตารางอัตราเงินอุดหนุนแนบท้ายระเบียบ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับประเภทวิชาอุตสาหกรรม
- เพิ่มอัตราอุดหนุนรายบุคคลระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชนการกุศลและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามของมัสยิดหรือมูลนิธิ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558

เห็นชอบร่างประกาศฯ ช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา

ที่ประชุมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา พ.ศ. .... เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครอง ให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะได้เต็มศักยภาพ ฝึกประสบการณ์อาชีพได้อย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดหลักสูตร อีกทั้งเป็นการสร้างแรงจูงใจในการเรียนสายอาชีพและการยกระดับคุณภาพมาตรฐานอาชีวศึกษาให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ ทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตและการบริการเพิ่มขึ้น และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ ได้อุดหนุนอัตราค่าเครื่องมือประจำตัวผู้เรียนเฉพาะอาชีพใน 9 ประเภทวิชา โดยประเภทวิชาอุตสาหกรรมได้รับมากที่สุด คือ 2,000 บาท/คน/ปี รองลงมาคือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาท/คน/ปี เกษตรกรรม 1,600 บาท/คน/ปี ส่วนคหกรรม-ประมง-อุตสาหกรรมท่องเที่ยว-อุตสาหกรรมสิ่งทอ 1,200 บาท/คน/ปี และพาณิชยกรรม-ศิลปกรรม 1,000 บาท/คน/ปี

เลขาธิการ กช.กล่าวด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ประกาศให้ปีการศึกษา 2558 เป็นปีแห่งการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะการคิด โดยให้โรงเรียนเอกชนทุกระดับทุกประเภทได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดเป็นระบบเหมาะสมตามระดับชั้นและประเภทของการศึกษา และผู้เรียนได้รับการปลูกฝังค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ

ที่มาของข่าว : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ  วันที่ 4 มิถุนายน 2558
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^