LASTEST NEWS

29 มิ.ย. 2560สพป.นครราชสีมา เขต 3 เปิดสอบครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ 15 อัตรา สมัคร12-18ก.ค.60 29 มิ.ย. 2560สพป.นครราชสีมา เขต 7 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร29มิ.ย.-4ก.ค.60 29 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 329/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 27 มิถุนายน 2560 28 มิ.ย. 2560สพม.38 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน จำนวน 2 อัตรา สมัคร3-7ก.ค.2560 28 มิ.ย. 2560รับสมัคร 9 อัตรา สำนักงาน กศน.ตาก เปิดสอบครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน 28 มิ.ย. 2560รับสมัครครูอัตราจ้าง 1 อัตรา ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิครู เงินเดือน15,000บ. ที่พักฟรี+อาหารฟรี3มื้อ 28 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านสันก้างปลา รับสมัครครูเอกภาษาไทย คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ 28 มิ.ย. 2560แชร์ให้ลูกหลานที่สนใจ วุฒิม.6 ขึ้นไป เงินเดือน10,430บ. สพป.เชียงราย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครูพี่เลี้ยง 28 มิ.ย. 2560( ไม่ต้องมีวุฒิครู ) เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูพี่เลี้ยง วุฒิม.6 ขึ้นไป เงินเดือน10,430บ. 28 มิ.ย. 2560มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นพนักงาน จำนวน 29 อัตรา

ข่าวดีมนุษย์เงินเดือน

  • 14 พ.ค. 2558 เวลา 16:40 น.
  • 24,559 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวดีมนุษย์เงินเดือน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์ ,CFP

นานๆจะมีข่าวดีซะทีโดยเฉพาะเรื่องภาษี เพราะมนุษย์เงินเดือนเป็นพันธุ์ที่น่าสงสารมากที่สุดในประเทศไทยในเรื่องภาษี อย่างเช่น
–    โดนสรรพากรเก็บเงินภาษีก่อนที่จะได้รับเงินเดือน
–    หักค่าใช้จ่ายได้น้อยมากๆๆๆๆๆๆๆ แค่ 40% และที่แสบทรวงก็คือห้ามหักค่าใช้จ่ายเกิน 60,000 บาท ดังนั้น ถ้ารายได้ทั้งปีเกิน 150,000 บาท ก็หักได้แค่ 60,000 บาทเท่านั้น


แถมค่าลดหย่อนต่างๆ กรมสรรพากรก็มาเพ่งเล็งจะตัดลดอีก เช่น กองทุน LTF ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะหมดในปี 2559

ผมเองเคยถามผู้บริหารของกรมสรรพากรท่านหนึ่งว่า เมื่อไหร่กรมสรรพากรจะมีแนวคิดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับมนุษย์เงินเดือนเพิ่มขึ้นเหมือนที่ให้กับเจ้าของธุรกิจ SME บ้าง คำตอบก็คือ ยากส์ เพราะมนุษย์เงินเดือนคือแหล่งภาษีเงินได้ที่สำคัญของกรมสรรพากร ถ้าให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่ม ก็จะทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีได้น้อยลง อ้าว! กลายเป็นกรรมของคนดีไปซะฉิบ

แต่พวกเราชาวมนุษย์เงินเดือนก็อย่าเพิ่งท้อ ถึงขั้นคิดย้ายประเทศนะครับ อย่างน้อยเราก็มีข้อดีที่ดีกว่าคนอาชีพอื่นๆอยู่บ้างเหมือนกันโดยเฉพาะเรื่องการออมเงินเพื่อเกษียณอายุ เช่น เราเป็นกลุ่มเดียวที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ เงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท เป็นเงินที่ได้รับยกเว้นภาษี ...

ว้าว! ดีจังหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดตั้ง 500,000 บาท แต่ช้าก่อน มีข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่ถึงฝัน ก็คือ เงินที่เราจะสะสมในกองทุนสำรองได้เต็มที่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท และที่สำคัญก็คือไม่เกินเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบให้ ดังนั้น ถึงแม้เราจะมีสิทธิสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ถึง 15% ของค่าจ้าง แต่ถ้านายจ้างจ่ายสมทบแค่ 3% ของค่าจ้าง เราก็จะสะสมได้ไม่เกิน 3% ของค่าจ้าง เสียสิทธิประโยชน์ที่จะลดหย่อนภาษีไปฟรี 12% ของค่าจ้าง

คณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  (ฉบับที่...) พ.ศ. ... กำลังพิจารณาร่างดังกล่าวเป็นครั้งสุดท้าย และจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระ 2 และ 3 คาดว่า สนช.จะเห็นชอบร่างกฎหมายในเดือนพฤษภาคมนี้ สาระสำคัญของกฎหมายนี้ ก็คือ ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบต่ำกว่าเงินที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ก็คือ ให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมมากกว่าเงินสมทบของนายจ้างได้ วัตถุประสงค์ เพื่อให้ลูกจ้างออมเงินได้เพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อการดำรงชีพในยามชราภาพ ทั้งเป็นการเตรียมรับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย เท่ากับปลดล็อคการจำกัดสิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีของเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ก็มีประเด็นที่หลายคนกังวลก็คือ แล้ว

อย่างนี้ก็หมายความว่า นายจ้างอาจจะลดเงินสมทบในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ได้ใช่ป่าว คำตอบคือ ใช่ครับ แต่ต่อให้ไม่แก้ไขกฎหมายนายจ้างจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่าไหร่ก็ได้อยู่ดี (แต่ห้ามต่ำกว่า 2% ของค่าจ้าง) ดังนั้นประเด็นนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายครับ

ข่าวดีอีกข่าว ก็คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดที่จะอนุญาตให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ไม่สามารถหรือไม่ประสงค์คงเงินอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อไปแสดงเจตนาขอโอนเงินที่คงไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนอื่นใด ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือชราภาพได้ เพื่อเป็นแหล่งเงินออมสำหรับยามเกษียณได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากใครสนใจรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. ตามลิงค์นี้ครับ

(http://capital.sec.or.th/webapp/phs/upload/phs1430987321hearing_7_58.pdf) เข้าไปดูแล้ว อย่าลืมให้ความเห็นนะครับ เพราะทางสำนักงาน ก.ล.ต. กำลังสำรวจความคิดเห็น (public hearing) อยู่ เราจะได้กฎหมายที่ตรงใจเราครับ

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆสำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจ ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน face book ชื่อ SathitBovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2558
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^