LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ

ข่าวดีมนุษย์เงินเดือน

  • 14 พ.ค. 2558 เวลา 16:40 น.
  • 24,505 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวดีมนุษย์เงินเดือน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์ ,CFP

นานๆจะมีข่าวดีซะทีโดยเฉพาะเรื่องภาษี เพราะมนุษย์เงินเดือนเป็นพันธุ์ที่น่าสงสารมากที่สุดในประเทศไทยในเรื่องภาษี อย่างเช่น
–    โดนสรรพากรเก็บเงินภาษีก่อนที่จะได้รับเงินเดือน
–    หักค่าใช้จ่ายได้น้อยมากๆๆๆๆๆๆๆ แค่ 40% และที่แสบทรวงก็คือห้ามหักค่าใช้จ่ายเกิน 60,000 บาท ดังนั้น ถ้ารายได้ทั้งปีเกิน 150,000 บาท ก็หักได้แค่ 60,000 บาทเท่านั้น


แถมค่าลดหย่อนต่างๆ กรมสรรพากรก็มาเพ่งเล็งจะตัดลดอีก เช่น กองทุน LTF ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะหมดในปี 2559

ผมเองเคยถามผู้บริหารของกรมสรรพากรท่านหนึ่งว่า เมื่อไหร่กรมสรรพากรจะมีแนวคิดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับมนุษย์เงินเดือนเพิ่มขึ้นเหมือนที่ให้กับเจ้าของธุรกิจ SME บ้าง คำตอบก็คือ ยากส์ เพราะมนุษย์เงินเดือนคือแหล่งภาษีเงินได้ที่สำคัญของกรมสรรพากร ถ้าให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่ม ก็จะทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีได้น้อยลง อ้าว! กลายเป็นกรรมของคนดีไปซะฉิบ

แต่พวกเราชาวมนุษย์เงินเดือนก็อย่าเพิ่งท้อ ถึงขั้นคิดย้ายประเทศนะครับ อย่างน้อยเราก็มีข้อดีที่ดีกว่าคนอาชีพอื่นๆอยู่บ้างเหมือนกันโดยเฉพาะเรื่องการออมเงินเพื่อเกษียณอายุ เช่น เราเป็นกลุ่มเดียวที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ เงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท เป็นเงินที่ได้รับยกเว้นภาษี ...

ว้าว! ดีจังหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดตั้ง 500,000 บาท แต่ช้าก่อน มีข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่ถึงฝัน ก็คือ เงินที่เราจะสะสมในกองทุนสำรองได้เต็มที่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท และที่สำคัญก็คือไม่เกินเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบให้ ดังนั้น ถึงแม้เราจะมีสิทธิสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ถึง 15% ของค่าจ้าง แต่ถ้านายจ้างจ่ายสมทบแค่ 3% ของค่าจ้าง เราก็จะสะสมได้ไม่เกิน 3% ของค่าจ้าง เสียสิทธิประโยชน์ที่จะลดหย่อนภาษีไปฟรี 12% ของค่าจ้าง

คณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  (ฉบับที่...) พ.ศ. ... กำลังพิจารณาร่างดังกล่าวเป็นครั้งสุดท้าย และจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระ 2 และ 3 คาดว่า สนช.จะเห็นชอบร่างกฎหมายในเดือนพฤษภาคมนี้ สาระสำคัญของกฎหมายนี้ ก็คือ ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบต่ำกว่าเงินที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ก็คือ ให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมมากกว่าเงินสมทบของนายจ้างได้ วัตถุประสงค์ เพื่อให้ลูกจ้างออมเงินได้เพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อการดำรงชีพในยามชราภาพ ทั้งเป็นการเตรียมรับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย เท่ากับปลดล็อคการจำกัดสิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีของเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ก็มีประเด็นที่หลายคนกังวลก็คือ แล้ว

อย่างนี้ก็หมายความว่า นายจ้างอาจจะลดเงินสมทบในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ได้ใช่ป่าว คำตอบคือ ใช่ครับ แต่ต่อให้ไม่แก้ไขกฎหมายนายจ้างจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่าไหร่ก็ได้อยู่ดี (แต่ห้ามต่ำกว่า 2% ของค่าจ้าง) ดังนั้นประเด็นนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายครับ

ข่าวดีอีกข่าว ก็คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดที่จะอนุญาตให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ไม่สามารถหรือไม่ประสงค์คงเงินอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อไปแสดงเจตนาขอโอนเงินที่คงไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนอื่นใด ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือชราภาพได้ เพื่อเป็นแหล่งเงินออมสำหรับยามเกษียณได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากใครสนใจรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. ตามลิงค์นี้ครับ

(http://capital.sec.or.th/webapp/phs/upload/phs1430987321hearing_7_58.pdf) เข้าไปดูแล้ว อย่าลืมให้ความเห็นนะครับ เพราะทางสำนักงาน ก.ล.ต. กำลังสำรวจความคิดเห็น (public hearing) อยู่ เราจะได้กฎหมายที่ตรงใจเราครับ

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆสำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจ ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน face book ชื่อ SathitBovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2558
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^