LASTEST NEWS

24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโคนพิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกพลศึกษา

การศึกษาไทยใช้เงิน8แสนล./ปีแต่คุณภาพสวนทาง

  • 12 พ.ค. 2558 เวลา 08:23 น.
  • 698 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
การศึกษาไทยใช้เงิน8แสนล./ปีแต่คุณภาพสวนทาง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ไทยใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงกว่า 8 แสนล้านบาท แต่คุณภาพสวนกระแส ตัวเลขนักเรียนลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 2 แสนคน แต่เม็ดเงินงบประมาณกลับเพิ่มขึ้นทุกปี

นายชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ กล่าวระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเรื่อง “การจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (Regional Workshop on National Education Account : NEA) จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก (UIS) มีตัวแทนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ลาว และเนปาล เข้าร่วมประเทศ ว่าประเทศไทยได้ร่วมกับ UIS ในโครงการจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ โดยมี 7 ประเทศเข้าร่วมโครงการด้วยคือ ลาว เนปาล เวียดนาม ยูกันดา เซเนกัล โกตดิวัวร์ กานา และซิมบับเว ทั้งนี้ NEA เป็นกรอบสำหรับการวัดรายจ่ายด้านการศึกษาจากทุกแห่งในประเทศโดย ในส่วนของประเทศไทยได้มีการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษามากว่า 4 ปีแล้ว

เบื้องต้นพบผลการศึกษารายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2551-2556 พบว่ารายจ่ายรวมด้านการศึกษาของไทยอยู่ในระดับที่สูงมาก รวมรายจ่ายจากทุกแห่งคิดเป็นมูลค่าถึงกว่า 805,239 ล้านบาท ในปี 2556 ตัวเลขนี้สูงกว่างบรายจ่ายด้านการศึกษาที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เกือบเท่าตัว รายจ่ายด้านการศึกษาของไทยเพิ่มขึ้นสูงมาตลอด จากตัวเลข 5.6 แสนล้านบาทในปี 2551 เพิ่มมาเป็นกว่า 8 แสนล้านในปี 2556 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปการศึกษาของไทยเมื่อปี 2542 ซึ่งเป็นผลให้มีการลงทุนด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐลงทุนในสัดส่วนที่สูงสุดมาโดยตลอด ขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ ของสังคมได้มีการใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษามากขึ้นเช่นเดียวกัน

นายชัยยุทธกล่าวต่อไปว่า หากเฉลี่ยแล้วประเทศไทยมีรายจ่ายด้านการศึกษาในระดับกว่า 6% ของจีดีพีมาโดยตลอด ปี 2556 อยู่ที่ 6.42% ในจำนวนนี้เป็นส่วนที่ใช้จ่ายโดยรัฐบาลกลางและท้องถิ่นราว 5% และเป็นรายจ่ายด้านการศึกษาภาครัฐถึง 80.25% หรือประมาณ 6.4 แสนล้านบาท และยังพบว่ารายจ่ายด้านการศึกษาไทยถูกใช้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมากสุด หรือในปี 2556 การศึกษาขั้นพื้นฐานใช้เงินสูงถึง 5.1แสนล้านบาท คิดเป็น 71% และมีแนวโน้มเพิ่มตลอดในอัตราเฉลี่ยต่อปี 7.4% ขณะที่จำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 13.1 ล้านคนในปี 2551 เหลือ 12.4 ล้านคนในปี 2556 เฉลี่ยลดปีละเกือบ 2 แสนคน เพราะฉะนั้นถือว่าประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาในระดับสูง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ไม่ว่าด้านคุณภาพโดยเฉลี่ยที่วัดจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือผลการประเมินทั้งในและระหว่างประเทศ คุณภาพการจัดการศึกษาที่ยังแตกต่างกันมากระหว่างเมืองและชนบท และแตกต่างกันในภาคต่างๆ ด้วย ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจน การผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้สะท้อนว่านโยบายด้านการเงินเพื่อการศึกษาที่ดำเนินมาตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษา ปี 2542 ไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย จำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา

"อย่างไรก็ตาม เมื่อมีปัญหาคุณภาพการศึกษาตกต่ำ ก็มักจะมีคนพูดว่าต้องการเงินเพิ่มเพื่อไปแก้ไขปัญหาคุณภาพ แต่ NEA แสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่สำคัญที่วิธีการใช้เงินด้วย บางครั้งเงินก็ถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า บางทีก็ไปไม่ถึงโรงเรียน นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าการใช้จ่ายเงินของโรงเรียนเอกชนมีประสิทธิภาพมากกว่าโรงเรียนของรัฐ"

ด้านนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า NEA แสดงให้เห็นว่าไทยลงทุนด้านการศึกษาถึงกว่า 8 แสนล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับประเทศที่ไม่ได้ร่ำรวย และเป็นสัดส่วนถึง 20% ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด แต่ก็ยังมีปัญหาคุณภาพการศึกษา ซึ่งเราจะต้องมาตรวจสอบหาว่าจุดรั่วหรือจุดอ่อนอยู่ตรงไหน เพื่อวิเคราะห์ออกมาว่าเราจะใช้งบอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งขณะนี้เรายังผิดหวังอยู่มากกับคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย และต้องปรับปรุงอีกมาก อย่างไรก็ตาม งบที่ลงทุนด้านการศึกษานั้น กว่า 80% เป็นเงินเดือนครูและบุคลากร เหลือแค่ 5% เท่านั้นที่เป็นงบลงทุนเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน เพราะฉะนั้นต้องมาทบทวนดูว่าเรามีจำนวนครูที่เหมาะสมหรือไม่ และเงินถูกใช้ไปที่ไหนอย่างไร ทำไมถึงเหลือแค่ 5% สำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน.

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 12 พฤษภาคม 2558
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^